น้องมอซซ์.. เด็กไทยคนแรกที่ได้ไป Space Camp ทดลองเป็นนักบินอวกาศ!! TRAVEL

รวม!!! สุดยอดคอร์สน่าเรียนปิดเทอม 2018 SCHOOLS

สุดยอดวิธีเอาลูกเข้านอน จากรายการฮิตสนั่น Super Nanny!! Uncategorized

Uniqlo_EN
Beauty Logo
LOVE

เด็กสาวอายุ 18 ออกเดินทางรอบโลก และสร้างโรงเรียนช่วยเด็กกำพร้า 200 คนในเนปาล

  บอกเลยว่าพอดูวีดีโอเด็กผู้หญิงคนนี้จบ สิ่งแรกที่นึกคือแม่เธอเลี้ยงเธอมายังไงเนี่ย? เธอถึงมีหัวใจบริสุทธิ์ขนาดนี้ และพอรู้เรื่องที่เธอแบ็คแพ็คออกจากบ้านตอนอายุ 19 คนเดียว สรรเสริญแม่เธอเลยว่า กล้าปล่อยลูกไปได้ยังไง? เพราะในความเป็นแม่คงไม่มีอะไรที่จะรู้สึกว่าฉันทำสำเร็จแล้ว เท่ากับลูกที่เราเลี้ยงมากับมือโตขึ้นมาเป็นคนดีงาม ที่นึกถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง และยังใช้ศักยภาพตัวเอง ตั้งใจทำให้ชีวิตคนอื่นดีขึ้น ได้แบบสาวน้อยคนนี้อีกแล้ว มัมสกรีมของกรีดร้องเลยว่า เธอเจ๋งมาก!!!!     เธอคือชาวอเมริกันชื่อ แม็กกี้ ดอยน์ เธอคือผู้ก่อตั้งโรงเรียนโรงเรียนและบ้านพักพิงให้ผู้หญิงและเด็กที่ประเทศเนปาล เธอเริ่มต้นทำทุกอย่างคนเดียว และตอนนั้นเธอเพิ่งจะอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น     เรื่องของเธอเริ่มขึ้นในวันหนึ่งที่เธออายุ 18 เธอตื่นนอนขึ้นมาแล้วรู้สึกกลัวว่า เธอไม่รู้จักตัวเธอเองเลย เธอไม่รู้ว่าต้องการอะไรในชีวิต เธอเลยตัดสินใจไปแบ็คแพ็คทั่วโลก ทั้งๆ ที่เธอไม่เคยออกจากประเทศบ้านเกิดเลย เธอเดินทางไปเรื่อยๆ และวันหนึ่งเธอก็สวนกับเด็กหญิงตัวน้อย เธอสบตากับเด็กคนนี้ เด็กที่ชื่อลาโคร่า สิ่งที่เด็กคนนี้ทำคือต้องรับจ้างแบกของทุกวัน และได้ค่าจ้างวันละ 2 ดอลล่าร์     พอเธอรู้เรื่องชีวิตของเด็กคนนี้ก็รู้สึกพังกับตัวเองทันที เธอบอกว่า “ฉันได้ทำอะไรในความเป็นมนุษย์คนหนึ่งไปบ้าง?” เธอหาข้อมูลเพิ่มแล้วเจอว่ามีเด็กอีก 80 ล้านคนที่ต้องเจออะไรแบบนี้ และเธอได้เจอกับเด็กอีกคนที่ชื่อฮีม่า ฮีม่าอายุ 7 ขวบ ทุกครั้งที่เธอเจอฮีม่า ฮีม่าจะยิ้มให้เธอ เธอเลยคิดว่า “ถ้าอย่างนั้นฉันเริ่มจากฮีม่าก่อนแล้วกัน ฉันคงช่วยเด็กทุกคนในโลกไม่ได้ ฉันขอฮีม่าก่อนเลย”   เธอคิดว่าจะทำยังไงกับฮีม่า หลังจากนั้นไม่กี่อาทิตย์เธอก็จัดการให้ฮีม่าได้เข้าโรงเรียน แต่เธอก็ยังรู้สึกว่าไม่พออยู่ดี เพราะมีเด็กอีกหลายคนไม่มีบ้านอยู่ ไม่มีครอบครัว พวกเขาคือเด็กกำพร้า เธอเลยได้ความขึ้นมาพร้อมๆ กับไปเจอที่ดินผืนหนึ่ง ที่มีราคา 5,000 บาท เธอก็เลยอยากสร้างบ้านให้กับเด็กๆ กำพร้าทั้งหลาย และมีโรงเรียนด้วย เธอเลยโทร.หาพ่อแม่บอกว่า “ช่วยส่งเงินเก็บ 5,000 ดอลล่าร์ของฉันมาให้หน่อยได้ไหม?” พีคเข้าไปอีกก็คือเธอทำงานเป็นเบบี้ ซิตเตอร์มาตั้งแต่เด็กๆ เธอเริ่มเก็บเงินตั้งแต่ 6 ขวบ แล้วเธอก็ได้เอามาซื้อที่ดิน เธอสร้างบ้านให้กับเด็กๆ เนปาลต่อมา เธอเริ่มจากเด็กหนึ่งคน จนกลายเป็น 200 คน เธอมีเป้าหมายคือ “ฉันอยากสร้างโลกในแบบที่ฉันอยากเห็นทุกวัน และฉันเชื่อว่าทุกคนทำได้” เธอทิ้งท้ายไว้ว่า เรามักคิดว่าถ้าเราได้อย่างนั้น เราจะทำอย่างนี้ เราจะคิดแบบนี้ไปเรื่อยๆ แต่ถ้าเราเปลี่ยนเป็นคิดว่า “เราทำอะไรก็ได้ในสิ่งที่เรามีตอนนี้ล่ะ?” เหมือนที่เธอได้ทำไป   ตอนนี้ แม็กกี้ย้ายไปใช้ชีวิตที่เนปาลอย่างถาวร ได้สร้างโรงเรียน สร้างชีวิตใหม่ให้คนในชุมชน Kopila Valley ประเทศเนปาล นอกจากนี้เธอยังได้อุปการะเป็นแม่ให้เด็กๆเนปาลอีก 230 คน นิตยสาร Forbes ยกย่องให้เธอเป็นหนึ่งในคนมีอิทธิพลและอายุน้อยกว่า 30 ปี     แมกกี้อินสไปร์ให้เราอยากเลี้ยงลูก ให้มีหัวใจคิดถึงคนอื่นแบบเธอ ตอนนี้แมกกี้อายุ 32 แล้ว และยังคงทำบางอย่างกับโลก ในแบบที่เธออยากเห็นทุกวันต่อไป     มูลนิธิ Blink Now ที่เธอก่อตั้งเพื่อช่วยเหลือชุมชนโกปิล่า เนปาล www.blinknow.org     LIKE US : Facebook.com/Momscream © Copyright 2018 www.momscream.com    

HAPPY & HEALTHY

พี่ฉันขี้อิจฉามาตั้งแต่เด็ก พี่ไม่รักฉันเลย จนพอโตมาฉันเป็นโรคซึมเศร้า

  อยากให้แม่ๆ อ่านเรื่องนี้ของน้องคนนี้ ถ้าเราลองคิดว่าเราเป็นเธอ เราจะรู้สึกอย่างไร เธอต้องอยู่กับความรู้สึกแบบนี้ขนาดไหน ถึงค่อยๆ ดึงตัวเองขึ้นมาได้ นั่นคือความเข้มแข็งที่เธอสร้างขึ้นมาของเธอเอง ใครก็ตามที่สามารถยอมรับ และเยียวยาตัวเองได้แบบเธอ จิตใจต้องสตรองเลยทีเดียว และนั่นน่าจะเป็นสิ่งหนึ่งที่เราเองอยากให้ลูกเราเป็นอย่างนั้น เพราะถ้าวันหนึ่งแม่ไม่ได้อยู่ตรงนั้น เราจะได้แน่ใจว่า ลูกเรารอด ลองอ่านดูนะคะ   เรื่องเล่านี้เป็นเรื่องจริงของน้องคนหนึ่งที่สนิทกัน เรื่องมาจากว่าเธอบอกว่า “ช่วงนี้หนูเป็นดีเพรส ต้องไปหาหมอ” หลังจากนั้นสามเดือนเลยขอคุยกับเธอ ตอนแรกคิดว่าเธอเป็นดีเพรสเพราะเลิกกับแฟน แต่ไม่ใช่เลย “หนูมีพี่สาวที่อยากบีบคอหนู พี่เกลียดหนูมาก” พอประโยคนี้จากเธอมาปั๊บ ใจเราร่วงเลย พี่สาวเธอเป็นผู้หญิงทำงานที่ดูภายนอกไม่มีใครรู้ว่าจริงๆ แล้วมีสภาพจิตไม่ปกติ ถ้าเมื่อไหร่เห็นน้องมีความสุขจะทนไม่ได้ บางครั้งทนไม่ได้ถึงขนาดเข้าไปทำร้ายน้อง และบีบคอน้องเกือบแย่ ทำให้เธอต้องแยกกันอยู่กับพี่สาว พ่อแม่เป็นคนดูแลพี่สาว และทุกครั้งที่เธอกลับไปเยี่ยมพี่ ก็จะต้องเจอความเหวี่ยงที่ทำให้ต้องเสียใจหนักๆ ทุกครั้ง สะสมไปเรื่อยๆ เธอเลยเป็นดีเพรส   “หนูเครียดสะสมตั้งแต่เด็ก พี่สาวหนูมีพฤติกรรมเชิงก้าวร้าว และอิจฉาน้อง เราห่างกัน 6 ปี หนูไม่รู้สึกว่าเขารักหนูเลย เวลาเห็นพี่น้องคนอื่นจะรู้สึกตลอดว่ ดีจังเลย เขาเอื้ออาทรต่อกันเนอะ แต่เราไม่มีอะ จะถูกพี่รังแกแต่เด็ก พี่สาวเราแกล้งเอาลูกพี่ลูกน้องสองคนไปเล่น ปล่อยเราคนเดียวไม่ให้เล่นด้วย เรารู้สึกตั้งแต่เป็นเด็กเล็กๆ เราเล่นคนเดียวก็ได้ แตรู้สึกตลอดว่าทำไมเกลียดเราจัง แล้วจำได้ว่าเราอยู่ปอสี่ เค้าอยู่มอสี่ วันนั้นอยู่ด้วยกันสองคน เค้าบีบคอเรา แล้วย่าเดินมาเห็น ย่าทักว่าทำอะไรน้อง เค้าก็ปล่อย หลังจากนั้นก็กลัวพี่ไปเลย”   หลังจากนั้นพอโตขึ้นมาก็มีเหตุการณ์ที่พี่สาวเธอบีบคอเธอตอนโตอีก และที่ทำให้เธอตัดสินใจว่าต้องออกจากบ้านก็คือ พี่สาวเธอบีบคอแม่จนแม่พูดประโยคว่า “แม่เกือบแย่ แม่คิดว่าแม่จะตายแล้ว” เธอเปลี่ยนมาเป็นนานๆ กลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ที บางครั้งพี่สาวเธอก็ใจดีใส่ แต่บางครั้งก็เป็นหนักเหมือนเดิม ไปเรื่อยๆ อาการดีเพรสของเธอก็เริ่ม บ้านหมุน อาเจียน ควบคุมอารมณ์เศร้าไม่ได้ ร้องไห้เหมือนเด็กๆ ไม่อยากเจอทุกคนที่รัก กรี๊ด แต่ข้อดีคือเธออยากทำทุกอย่างให้หาย โชคดีเธอไปหาหมอ แล้วหมอบอกว่าเธอเป็นเคสที่รู้ตัว มีสติ หมอช่วยรักษาเธอ บวกกับเธอหากิจกรรมให้ตัวเอง ไปแคมป์ปิ้ง เดินเขา ทำงานประดิษฐ์ วิ่ง ขี่จักรยาน ในที่สุดเธอก็หาย   พอมานั่งคุยกัน สาวไปถึงเรื่องว่าทำไมพี่สาวเธอถึงเป็นแบบนี้ ทั้งแม่ หมอของเธอ หมอของพี่สาวคิดว่าตัวทริกเกอร์พี่สาวเธอเป็นมาตั้งแต่เด็กๆ เขาอาจมีภูมิคุ้มกันจิตใจไม่แข็งแกร่ง และตอนเด็กๆ พี่สาวถูกให้ปู่กับย่าเลี้ยง แต่พ่อแม่ของเธอเลี้ยงเธอ พี่สาวไม่เข้าใจตั้งแต่ตอนนั้น คิดว่าทำไมพ่อกับแม่ทิ้งเธอ และเริ่มอิจฉาน้อง อิจฉาเพื่อนๆ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ถามเธอว่าหนึ่งสิ่งที่นึกถึงความเป็นพี่สาว เธอบอกว่า “ขี้อิจฉา” เพื่อนมีของใหม่อิจฉาถึงขนาดต้องเอาของเพื่อนไปซ่อน และทนไม่ได้ถ้าเธอมีความสุข   อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ปู่และย่าตามใจพี่สาวมาก ถ้าพ่อกับแม่ดุพี่เธอเมื่อไหร่ ปู่กับย่าจะเข้ามาอุ้มไปโอ๋ทันที และอีกหลายเรื่องที่เหมือนพ่อจัดการชีวิตให้พี่สาวเธอ มีช่วงหนึ่งพ่อไม่บอกความจริง แล้วเอาพี่สาวไปปล่อยให้เรียนอยู่ต่างจังหวัด ทำให้เธอยิ่งคิดว่าถูกทิ้ง ทำให้พี่สาวโตมามีจิตใจก้าวร้าว อาการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา หมอลงความเห็นว่าพี่สาวของเธอเป็นไบโพลาร์ที่รุนแรงอยู่เหมือนกัน สิ่งที่พ่อแม่เธอทำได้ทุกวันนี้คือเงียบ และนิ่งที่สุด “แม่ทุกข์มาก แม่บอกว่าเวลาเจอพี่ให้เงียบไว้ แม่บอกว่าใครตายก่อนคนนั้นชนะ เพราะครอบครัวเราทุกข์มาก” เธอเคยซื้อของมาฝากพี่สาวครั้งหนึ่ง ถูกเอาข้าวของปาใส่ สิ่งที่เธอทำได้คือนั่งนิ่งๆ ให้พี่ปาไปเรื่อยๆ   เรื่องของน้องคนนี้ยังไม่จบ เธอยังคงใช้ชีวิตเป็นสาวทำงานตามปกติ และมีชีวิตอีกด้านที่เป็นโลกที่เธอรัก ไปเดินป่า แคมป์ปิ้ง เธอหายสนิทจากดีเพรสแล้ว และได้เรียนรู้ที่จะอยู่แบบยอมรับ และรักตัวเองจริงๆ เธอดูแลทุกคนอยู่ห่างๆ เป็นลูกที่น่ารัก เป็นน้องที่รักและเป็นห่วงพี่เสมอ เป็นเพื่อนที่อบอุ่นน่ารักของเพื่อนๆ เรื่องของเธอทำให้เรารู้สึกเลยว่า “หัวใจของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน” เราไม่สามารถเอาสแตนดาร์ดของเราไปใส่ลูก เอาความคิด ความเชื่อของเราไปใส่ลูกได้ เพราะเราไม่รู้ว่าหัวใจลูกจะต้านทานอะไรได้แค่ไหน และทำให้เรารู้ว่าเราจะเลี้ยงลูกให้มีความสุขอย่างเดียวไม่พอ เราต้องให้ลูกมีสติ รักตัวเอง และเข้าใจหัวใจคนอื่นด้วย เขาจะได้ทั้งมีความสุข และสตรอง เผื่อแผ่พลังงานดีๆ ของตัวเองไปให้คนรอบข้างได้อีกด้วย   มัมสกรีมขอขอบคุณเรื่องราวของน้องคนนี้ เธอทำให้เราต้องหันกลับมามองตัวเอง และลูกตัวน้อยข้างๆ อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง   LIKE US : Facebook.com/Momscream © Copyright 2018 www.momscream.com

SCHOOLS

16 เหตุผลที่แม่ๆ จะต้องทึ่งกับ “ดนตรีแบบซูซุกิ” และเราเรียนไปกับลูกได้ด้วยนะ

  ได้ยินชื่อนี้มานาน Suzuki Music   โรงเรียนสอนดนตรีบางแห่งจะระบุชัดเลยว่า เราสอนแบบซูซุกินะ ไม่เคยกระจ่างเท่าวันนี้ว่าซูซุกิคือการสอนแบบนี้นี่เอง เพราะมัมสกรีมได้คุยกับคุณ อ้อมพร โฆวินทะ ผู้นำเข้าการสอนหลักสูตรซูซุกิคนแรกของประเทศไทย คุณอ้อมพรเองเป็นนักไวโอลินและวิโอล่าของวง Pro Musica และเล่นคอนเสิร์ตแบบ chamber music กับกลุ่มเพื่อนนักดนตรีด้วย และยังมีสตูดิโอสอนไวโอลินสำหรับเด็กเล็ก Albyrd Violin Studio อีก ถ้าพูดถึงความเชี่ยวชาญเรื่องการสอนแบบซูซุกิ ต้องยกให้เธอเป็นตัวแม่ เพราะเธอคือแชร์ เพอร์ซันของ Thailand Association for Talent Education หลักการสอนสูตรซูซุกิโดยตรงเลยทีเดียว     และนี่คือสิ่งที่คุณอ้อมพรเล่าให้เราฟัง ว่าทำไมแม่ๆ ถึงน่าจะให้ลูกๆ ไปเรียนดนตรีแบบซูซุกิ ก็เพราะ….   1  ซูซุกิเป็นการสอนดนตรีที่เน้น “บุคลิกมาก่อน ความสามารถมาทีหลัง” แปลว่าเด็กๆ จะได้รับอินเนอร์เรื่องดนตรี ให้มีความรักในดนตรีก่อน แล้วค่อยไปพัฒนาเรื่องความสามารถทีหลัง ครูจะให้เด็กๆ ฟังดนตรี ให้ซึมซับก่อน ฟังจนคุ้นชิน จะทำให้เด็กรุ้ทำนองก่อน แล้วค่อยเรียนเรื่องตัวโน้ตทีหลัง   2  เด็กๆ ที่เรียนดนครีซูซุกิ ส่วนใหญ่โตขึ้นมาจะมีทักษะการฟังที่ดี จะมีหูที่เรียกว่า “เพอร์เฟ็คท์ พิทช์” คือฟังเพลงแล้วบอกได้ว่าเป็นตัวโน้ตอะไร   3  ซูซุกิ คือชื่อของ ชินอิชิ ซูซุกิ เขาไม่เคยไวโอลิน แต่จะฟังเสียงสีไวโอลิน แล้วสอนให้ตัวเองเล่นตามจนเล่นได้ดี พอโตขึ้นเขาไปเรียนต่อที่เยอรมัน ลุงของเขาฝากเขากับเพื่อนที่เป็นด็อคเตอร์ และเพื่อนคนนั้นก็ฝากเขากับคนเยอรมันให้ช่วยดูแลเขา และคนๆ นั้นก็คือ “อัลเบิร์ต ไอสไตน์” ซูซุกิเลยโตมากกับนักคิด นักปราชญ์รอบตัว   4  ซูซุกิค้นพบว่าเด็กเล็กๆ 3-4 ขวบ มีความสามารถแบบไร้ขีดจำกัดมาก เขาสังเกตว่าเด็กเล็กๆ จะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ   5  ซูซุกิสอนดนตรีไปตามธรรมชาติเด็ก เหมือนกับเด็กที่หัดพูด เขาไล่ไปตามสเต็ปคือ ท่ายืนจับไวโอลินที่ถูกต้อง จับคันชักที่ใช่ จับตัวไวโอลิน เขาฝึกท่าทางให้เด็กชินก่อน แล้วค่อยเอาทุกอย่างมารวมกัน เหมือนกับเด็กที่เริ่มหัดพูดเป็นคำ แล้วมารวมเป็นประโยค   6  ซูซุกิจะสอนแบบเน้นให้พ่อแม่เข้ามาเรียนด้วย เขาเชื่อว่า"ความสัมพันธ์ของแม่กับลูกมีผลต่อการเรียนของเด็ก" ช่วงแรกๆ แม่จะต้องเข้ามาเรียนด้วยทุกครั้ง เรียนฝึกท่ายืนด้วยกัน จับคันชักด้วยกัน เมื่อแม่เข้าใจก็จะช่วยดูลูกเวลาฝึกได้ แบบไม่ต้องรอครูมาเช็ค   7  พ่อแม่จะได้รู้จักลูกตัวเองมากขึ้น และลูกๆ ก็จะได้เรียนรู้ที่จะฟังพ่อแม่ด้วย และลูกจะรู้สึกเป็นทีมเวิร์คกับพ่อแม่   8  ซูซุกิเป็นการเรียนที่ไม่มีการวัดผลใดๆ จะให้เป็นใบประกาศนียบัตรเฉยๆ จะไม่เน้นให้เด็กต้องแข่งกับใคร แม้กระทั่งแข่งกับตัวเอง การก้าวไปข้างหน้าคือการได้เริ่มเรียนในสมุดโน้ตเพลงเล่มต่อไป   9  เด็กที่เรียนซูซุกิ จะรู้สึกว่าการซ้อมไม่ใช่เรื่องที่ต้องเข็นตัวเองนัก เขาจะรู้สึกว่าการเล่นไวโอลินเป็นแค่ส่วนหนึ่งของกิจกรรมของชีวิต เขาจะมีธรรมชาติของตัวเขาไหลไปกับดนตรีได้เอง   10  ซูซุกิจะเน้นให้เด็กเล่นดนตรีกันเป็นกลุ่ม เพื่อที่จะได้ให้กำลังใจกัน ผลักดันกันไปเองกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม และจะเน้นฝึกทักษะให้ทำงานร่วมกับคนอื่นด้วย เพราะในชีวิตจริง นักดนตรีต้องเล่นกันเป็นวงอยู่แล้ว   11  ซูซุกิเชื่อว่าการซ้อมดนตรีทุกวัน จะช่วยให้เด็กเป็นคนมีความเคารพคนอื่น และเชื่อฟังพ่อแม่ได้ดี และการซ้อมดนตรีจะเหมือนแปรงฟัน คือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และไม่ต้องใช้เวลาซ้อมนาน   12  เด็กๆ ที่เรียนซูซุกิ จะรู้สึกว่าความพยายามที่เราฝึกมา จะเห็นผล รู้สึกภูมิใจในตัวเอง มีคุณค่ากับตัวเอง และจะเอาแอตติจูดแบบนี้ไปพัฒนาใช้กับชีวิตในด้านอื่นๆ ตามมาด้วย   13  เมื่อเด็กๆ โตขึ้นการเรียนดนตรีแบบนี้ จะกล่อมเกลาให้เขาเป็นเด็กที่เครียดน้อยลง เวลาเขาอ่านหนังสือแล้วเริ่มเครียด เขาจะเบรคตัวเองไปเล่นดนตรี และพออยู่ในโลกของการทำงาน ดนตรีก็จะช่วยเขาได้เสมอเหมือนกัน   14  ซูซุกิเชื่อว่า “เด็กทุกคนสามารถเล่นดนตรีได้” ความเชื่อสำคัญต่อซูซุกิ ครูจะเชื่อว่าเด็กทุกคนเล่นดนตรีได้ ครูจะสอนไปช้าๆ แต่จะไม่เลิกสอน ครูจะพยายามหาแนวทางสอนที่ใช่จนเจอ เพราะเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่างเช่นเด็กบางคนที่มีกล้ามเนื้อไม่แข็งแรงพอจะเล่น ครูก็จะไม่ลดความพยายาม   15  ครูที่สอนหลักสูตรซูซุกิ จะต้องได้รับเซอร์ติไฟด์จากสถาบันซูซุกิเท่านั้น! มีที่ในเอเชีย และในเมืองไทยก็มี   16  จุดประสงค์ของซูซุกิคือไม่ได้ต้องการเห็นคนเล่นดนตรีเก่ง แต่จะสร้างเยาวชนให้มีคุณภาพ เพราะจุดมุ่งหมายแรกที่เขาคิดการสอนแบบนี้มา ก็เพื่อช่วยเด็กๆ ให้มีสภาพจิตใจที่ดีขึ้นหลังยุคสงครามโลก เหมือนที่ซูซุกิเขาเคยพูดไว้ว่า “Perhaps, music can save the world.”       มัมสกรีมขอขอบคุณ คุณอ้อมพร โฆวินทะ และถ้าใครอยากให้ลูกเรียนดนตรีกับเธอ ลองติดต่อได้ที่ Albyrd Violin Studio, ถ. สุขุมวิท 41 โทร. 02-662-6662, 061-553-6989 (โปรดนัดหมายล่วงหน้า) หรืออีเมลล์สอบถามได้ที่ e-mail: om.kowintha@gmail.com     LIKE US : Facebook.com/Momscream © Copyright 2018 www.momscream.com

SCHOOLS

Playgroup ที่เหมาะกับเด็ก 6เดือน ถึง 3ปีที่สุดเป็นยังไง? ลูกจะมีความสุขและมีพัฒนาการที่ดีได้

  ก่อนวัยอนุบาล เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่สำคัญของลูก แม้เด็กๆ วัย 6 เดือน ถึง 3 ปีจะมีการเรียนรู้ตามธรรมชาติก็จริง แต่ถ้าพ่อแม่ได้ทำกิจกรรมเสริมให้เขาได้ฝึกฝนใช้ออกมา ได้รู้สึก และเชื่อมโยงตัวเองกับสิ่งรอบตัว เขาจะสนุก มีความสุข และพ่อแม่ก็จะเข้าใจลูกตัวเองมากขึ้นด้วย นี่คือความเชื่อหลักของ Denla Playgroup ที่สร้างมาเพื่อให้เด็กๆ ได้เล่น ได้ฝึกสิ่งดีๆ ที่เขามีอยู่แล้ว กับครูผู้เชี่ยวชาญ โดยมีคุณพ่อคุณแม่อยู่ร่วมด้วย เป็นเหมือนการเริ่มต้นไปพร้อมๆ กัน เด็กๆ จะได้เตรียมความพร้อมก่อนเข้าโรงเรียนอนุบาล ที่จะต้องออกจากอ้อมอกพ่อแม่ไปจริงๆ เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในหนึ่งวันของลูกวัยนี้ กับเพลย์กรุ๊ปที่เข้าใจพวกเขา บรรยากาศสถานที่ที่ชวนให้พวกเขาอยากเล่น คุณพ่อคุณแม่จะเห็นเลยว่า ลูกเรามีอะไรที่เปล่งประกายได้ตั้งแต่วัยนี้ และเราอาจจะไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำ     มัมสกรีมได้คุยกับดร.โอม ดร.เต็มยศ ปาลเดชพงศ์ นักการศึกษารุ่นใหม่ ผู้บริหารโรงเรียนอนุบาลเด่นหล้าและคุณแพร์ วลัญช์พร ปาลเดชพงศ์ ดร.โอมกับคุณแพร์เพิ่งมีลูก และได้ให้น้องอินท์ กับน้องอรรถเข้ามาเล่นในเพลย์กรุ๊ปที่เด่นหล้าตั้งแต่อายุได้ 6 เดือน ด็อคเตอร์เล่าให้ฟังว่า “ผมทำหลักสูตรเพลย์กรุ๊ปที่นี่ตอนแรก คือทำให้ลูกผมเรียน น้องอินท์ได้เข้ามาเรียน แล้วพอมาถึงน้องอรรถลูกคนที่สอง ก็เลยเพิ่มหลักสูตร Denla Suzuki Early Childhood Education ซึ่งสอนโดยโรงเรียนสอนดนตรีเอื้อมอารีย์ ของ รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข เข้าไปด้วย” เป็นความพิเศษของเด่นหล้าที่ให้เด็กๆ ได้เล่นเพลย์กรุ๊ปกันอย่างสนุกสนาน และมีดนตรีหลักสูตรซูซูกิเพิ่มเข้าไปด้วยอีก     “พอน้องอรรถเข้าเพลย์กรุ๊ป เขาได้ทำกิจกรรมกับพี่ๆ เริ่มคลาน เดินเกาะ เขาเห็นพี่ๆ เล่นสนุกกันตั้งแต่เด็กๆ” และยิ่งพอน้องอรรถได้เรียนดนตรีหลักสูตรซูซูกิเพิ่มด้วยแล้ว ด็อคเตอร์บอกว่า “เห็นเลยครับว่าเขามีพัฒนาการขึ้นมาก เขาได้เรียนรู้จากเด็กๆ ด้วยกัน เขาจะเริ่มทำตามเพื่อนๆ ได้ แล้วค่อยๆ ซึมซับไป” แล้วพอน้องอรรถได้มาเพลย์กรุ๊ปบ่อยขึ้นๆ เขาเลยกลายเป็นเด็กที่ด็อคเตอร์บอกว่า “อารมณ์ดี แทบไม่ร้องไห้งอแงเลย และกล้ามเนื้อมือดีขึ้นมากๆ เป็นการช่วยปูพื้นฐานสำหรับเรียนต่อในชั้นอนุบาลให้เขา”     เพลย์กรุ๊ปที่เด่นหล้ากับดนตรีหลักสูตรซูซูกิ คุณพ่อคุณแม่จะเข้าไปเรียนร่วมกับลูกๆ ด้วยคุณครูจะสอนและให้พ่อแม่เอากิจกรรมไปทำกับลูกต่อที่บ้าน “เหมือนเป็นการเรียนรู้ไปด้วยกัน ครูสอนท่าโยคะนี่ ลูกเอาไปทำ แล้วแม่ที่เครียดๆ กับงานก็ทำไปกับลูกได้ด้วย” ด็อคเตอร์สังเกตด้วยว่าแม่ๆ ที่พาลูกมาก็จะมีสังคมกับแม่ๆ กันเองด้วย พอได้มาเจอเพื่อนๆ ที่มีลูกในวัยเดียวกัน และเจอปัญหาคล้ายๆ กัน แชร์อะไรด้วยกัน แทนที่จะอยู่เครียดและกังวลอยู่ที่บ้านคนเดียว พอได้รับรู้ว่าสิ่งที่เราเจอเป็นเรื่องปกติ แม่ๆ ก็เครียดน้อยลง และมีความสุขกับการเลี้ยงลูกมากขึ้นด้วย     Playgroup ของเด่นหล้า มีเรียนว่ายน้ำด้วย? แม่ๆ น่าจะเลิฟมากๆ เพราะปกติจะหาเพลย์กรุ๊ปที่มีว่ายน้ำด้วยค่อนข้างยาก และเป็นที่รู้กันในวงการโรงเรียนเลยว่า อนุบาลเด่นหล้าสอนว่ายน้ำเด็กๆ เก่งมาก คือเด็กจะชอบว่ายน้ำ และว่ายน้ำเก่งกันทั้งนั้น ด็อคเตอร์โอมก็เลยทำหลักสูตรเพลย์กรุ๊ปให้มีว่ายน้ำด้วย “เรามีหลักสูตรซูซูกิ ที่เน้นดนตรี และมีเพลย์กรุ๊ปเน้นกล้ามเนื้อให้เด็ก ให้ปีนป่ายตามสเตชั่นต่างๆ มีโยคะเด็ก ศิลปะ คุ้กกิ้ง วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ  และมีว่ายน้ำที่พิเศษมากๆ” ความยากของเรื่องว่ายน้ำคือถ้าเด็กๆ ชอบได้ตั้งแต่เด็ก โตไปเขาจะไม่กลัวน้ำ และที่Denla Playgroup มีครูที่สอนจิตวิทยาที่ดีมาก เด็กๆ จะรู้สึกว่าการเรียนว่ายน้ำเป็นหนึ่งในชีวิตเขาไปเลย   ไปทัศนศึกษาก็มีด้วยนะ เพื่อให้เพลย์กรุ๊ปสนุกขึ้น สำหรับเด็กๆ และพ่อแม่ ที่Denla Playgroup จัดให้มีไปทัศนศึกษากันตามเทศกาล มีไปวัด ทำบุญ ไปดูสัตว์ ไปตลาดน้ำ ไปที่แนววิถีเกษตร แม่ๆ จะชอบมากเพราะเหมือนลูกๆ เรามีเพื่อนไปเที่ยว แม่ๆ เองก็ได้เปิดโลกไปกับลูกๆ ด้วย   เรียนดนตรีหลักสูตรซูซูกิ เด็กๆ จะรักดนตรีไปเลย หลักสูตรนี้กำลังเป็นที่นิยมกันในระดับโลก เพราะหัวใจของหลักสูตรอยู่ที่การให้เด็กๆ ได้ฟังเพลง ฟังดนตรีก่อน ให้เสียงเพลงซึมเข้าไปในหัวใจเขาก่อน แล้วค่อยเริ่มสอนทฤษฎี พ่อแม่ก็เรียนไปกับลูกได้ด้วย ส่วนใหญ่เด็กๆ ที่เรียนหลักสูตรนี้ จะไม่เลิกเรียนดนตรีจนไปถึงตอนโต เขาจะรู้สึกว่าดนตรีเป็นส่วนหนึ่ง และจะเอาดนตรีมาเยียวยาตัวเองตอนโตได้ ซูซูกิไม่มีสอบเกรด ไม่ขยี้เรื่องการซ้อม ไม่ต้องรีบสอนให้เล่นเก่ง แต่จะให้เด็กเอาดนตรีมาทำให้ตัวเองมีความสุขมากกว่า อันนี้คุณแพร์บอกเลยว่าเห็นผลจริงๆ “มาเรียนอาทิตย์ละแค่ครั้งหรือสองครั้ง จะเห็นเลยว่าลูกเรามีความสุข เราเองก็สนุกไปด้วย ทำให้เวลาเราสอนอะไรลูก เราก็จะไม่สอนให้เขาต้องกดดันตัวเอง คือเรามีจิตวิทยาขึ้นไปเลย” และคุณครูที่สอนหลักสูตรซูซูกิ จะต้องถูกเทรนมาโดยตรง มีเซอร์ติไฟด์รับรอง และเป็นครูที่จะไม่เลิกสอนเด็ก แต่จะหาวิธีสอนให้เข้ากับเด็กแต่ละคน เหมือนช่วยพ่อแม่เติมเต็มจุดอ่อนของลูกไปด้วย   อีกเหตุผลหนึ่งที่ถ้าลูกๆ ได้เรียนเพลย์กรุ๊ปก่อน จะดีสำหรับเขาก็คือ.. “เขาจะไม่ตื่นโรงเรียน พอไปเข้าเรียนอนุบาลตอนอายุสามปี จะไม่ค่อยร้องไห้ ถ้าร้องก็แค่วันสองวัน เขาจะชินกับการมีเพื่อนๆ และจะช่วยตัวเองได้เร็ว เพราะถูกฝึกมาตั้งแต่เพลย์กรุ๊ปแล้ว ใส่รองเท้าเอง เก็บของเล่นเองได้” และที่สำคัญคือด็อคเตอร์บอกว่า “เขาจะขอบคุณเป็น ขอโทษคนอื่นเป็น เขาจะอ่อนโยน และรู้ว่าจะต้องเข้าสังคมยังไง”   พอถามว่าแล้ว ดร.โอมมีแก่นในการเลี้ยงลูกยังไง? “ผมเน้นเรื่องกีฬา และดนตรี จะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสต่างๆ ช่วยสร้างเซลล์สมอง จะเชื่อมต่อกันได้ดี ว่ายน้ำคือเรื่องความปลอดภัย ต้องว่ายน้ำให้เป็น” เป็นสิ่งที่ด็อคเตอร์บอกว่าน้องอินท์ และน้องอรรถต้องเป็นให้ได้จริงๆ และอีกอย่างคือ “ผมเลี้ยงลูกไม่ต้องเพอร์เฟ็คท์ คือเราเลี้ยงเขาให้แค่ good enough ก็พอ ผมขอให้ลูกมีความสุขก่อน ไม่ได้คาดหวังว่าเขาต้องเป็นยังไง”   ถามด็อคเตอร์ต่อว่า แล้วถ้าลูกเรากลัวน้ำ ไม่กล้าว่ายน้ำจะทำยังไงดี? ด็อคเตอร์ยิ้มหันมาทางคุณแม่คุณแม่น้องอินท์บอกว่า “ตอนแรกเขากลัวน้ำลึกมาก ก็จะบอกเขาว่าตอนแม่เด็กๆ แม่ก็กลัว แต่แม่เอาชนะได้ เพราะแม่ฝึกจนชำนาญ แล้วตอนเขาว่ายจะไปยืนข้างๆ เขา บอกเขาว่า ถ้าจมแม่จะกระโดดไปช่วยลูกนะ” เป็นเรื่องมหัศจรรย์ในความรักของคุณแม่จริงๆ ที่พอคุณแม่บอกไปแบบนั้น น้องอินท์ก็หายกลัวว่ายน้ำลึกอีกต่อไป   ทั้งน้องอินท์ และน้องอรรถในวันนี้ น้องอินท์อายุ 4.8 ปี เพิ่งแข่งว่ายน้ำ DBS Swimming Championship 2018 (ครั้งที่ 2)ระยะทาง 25 เมตร ในท่าเกาะโฟมเตะขา ฟรีสไตล์และกรรเชียง นอกจากนี้คุณครูสังเกตว่าเขามีหูที่ดีในการแยกตัวโน้ต (Pitch Skills) ส่วนน้องอรรถกำลังอยู่ในวัย 8 เดือนเป็นเด็กร่าเริง มีความสุข ชอบปีนป่าย   คุณพ่อคุณแม่คนไหนสนใจให้ลูกมาเรียนเพลย์กรุ๊ป แนะนำลองติดต่อ Denla Playgroup Tel. 099-349-7470, 02-459-5691-4 Facebook.com/DenlaPlaygroup Line: @denlaplaygroup   Denla Suzuki Tel. 095-167-3318, 02-459-5691-4 Facebook.com/DenlaSuzukiMusicSchool Line: @denlasuzukimusic   LIKE US : Facebook.com/Momscream © Copyright 2018 www.momscream.com

KIDS

ลูกได้เป็นเชฟน้อย ฝึกสกิลล์มากมายให้เขาแบบสนุกๆ

  บ้านเราไม่ค่อยได้ทำอาหารหรือขนมกินเองเท่าไหร่แต่ก็อยากให้ลูกได้สัมผัสการทำอาหารและขนมด้วยตัวเองบ้าง เพื่อที่เค้าจะได้รู้ที่มาและขั้นตอนของสิ่งที่เค้ากิน ไม่ใช่เห็นแต่ขนมที่ทำเสร็จแล้วอย่างเดียว แต่ด้วยความที่แม่ไม่มีฝีมือด้านนี้เล้ยยยย แถมอุปกรณ์ที่บ้านก็ไม่ค่อยจะพร้อม ก็เลยต้องหาตัวช่วย! ได้มาเจอกับครูฟางจาก Green Wandery โรงเรียนสอนทำอาหารสำหรับเด็กที่เรียนกันในเรือนกระจกใต้เงาไม้ร่มรื่นกลางสวน มีแสงแดดส่องรำไร แค่เห็นรูปในเฟซบุ๊คก็หลงรักจนต้องตามไปเรียนถึงที่กันเลย...   ครั้งแรกที่ไป ขอบอกก่อนว่าแอบหลงรักสถานที่ ต้นไม้เขียวชอุ่มรอบตัว มีเรือนกระจกเล็กๆเป็นห้องครัว ดูอบอุ่นและน่ารักมากๆ เนื่องจากเด็กๆที่มาเป็นรุ่นจิ๋ว 2.5 ขวบ เริ่มแรกครูฟางกับครูอ๊ะเลยชวนเด็กๆร้องเพลงแนะนำตัวเพื่อสร้างความคุ้นเคยกันก่อน หลังจากนั้นก็อุ่นเครื่องด้วยการทำแป้งโดว์กันก่อน เสร็จแล้วเด็กๆก็จะได้เริ่มลงมือทำขนมจากเมนูกันตั้งแต่ต้นจนจบเลย โดยแต่ละสัปดาห์ Green Wandery จะมีเมนูเตรียมไว้ให้เด็กๆทำ สลับสับเปลี่ยนไปไม่ซ้ำกัน ตรินๆได้ไปเรียนมาสองครั้ง ครั้งแรกได้ทำคัพเค้ก ครั้งที่สองทำพิซซ่าค่ะ ของโปรดทั้งนั้นเลย จากที่นั่งสังเกตดูแล้ว เด็กๆจะได้ฝึกหลายอย่างเลย การมาเข้าคลาสแต่ละครั้ง Sensory - ได้เรียนรู้สัมผัสต่างๆ (texture) อย่างการผสมแป้ง ก็ได้จับแป้งตั้งแต่เป็นผงแห้งๆ ผสมน้ำเปียกๆ กลายเป็นเนื้อหยาบๆ ได้ใช้นิ้ว ใช้มือในการนวดแป้ง ได้ดมกลิ่นส่วนผสมต่างๆ ได้เรียนรู้เรื่องสี คำศัพท์ในการทำอาหาร นอกจากนั้นยังได้ฝึกการรอคอยและการแบ่งปันด้วย อย่างเวลาต่อคิวล้างมือ หรือผลัดกันใช้อุปกรณ์   ที่ชอบมากคือครูฟางจะเน้นให้เด็กๆลงมือ และให้เลอะกันเต็มที่ ถึงจะเป็นรุ่นจิ๋วแต่ครูก็จะให้เด็กๆได้ทำเองตั้งแต่ตวงส่วนผสมกันเลย แม่ๆดูอยู่ก็ลุ้นกันเต็มที่ว่าลูกจะทำได้มั้ย ปรากฏว่าเด็กๆมีความตั้งใจมากแล้วทำได้ดีกว่าที่เราคิด บางขั้นตอนที่ต้องให้ครูทำ อย่างเช่นการใช้เครื่องปั่น เด็กๆก็ยังได้มาลองสัมผัสกับแรงสั่นสะเทือน พร้อมกับดูส่วนผสมถูกปั่นๆๆๆๆ รอบที่ทำพิซซ่านี่พอครูปั่นซอสแม่ถึงกับท้องร้อง 5555 โอ๊ยย กลิ่นมันหอมฟุ้งไปทั้งห้องเลย นอกจากทำอาหารกับครูฟาง ทุกครั้งก็จะมีกิจกรรมศิลปะเล็กๆน้อยๆกับครูอ๊ะในช่วงที่รอผลงานในเตาด้วยค่ะ ให้เด็กระบายสี ทำหน้ากากเล่น หรืออย่างวันที่ทำพิซซ่า ครูอ๊ะแจกกระดาษที่ตัดเป็นวงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม มาติดกาวแต่งหน้าพิซซ่ากระดาษ ตรินๆก็ได้ทบทวนเรื่องสีและ shape แถมไปอีกแน่ะ!   และแล้วเวลาที่เด็กๆและพ่อแม่เฝ้ารอก็มาถึงคือตอนที่ครูเอาผลงานออกมาจากเตาอบให้เด็กๆใส่กล่องแล้วก็แจกสติกเกอร์ให้เด็กๆระบายสีตกแต่งกล่องกลับบ้านกัน ถึงตอนนี้เด็กๆก็หิวพอดี แล้วจะรออะไร เอ้า กินกันเลย!   รายละเอียดคอร์สเป็นแบบ Full-Day โดยแบ่งช่วงเวลา เป็น 10:00-12:00 Cooking class 12:00-13:00 Lunch Break จากฝีมือของเด็กๆ 13:00-14:00 Fun Activity Class 14:00-14:30 Snack Break - คอร์สวันอังคาร พุธ พฤหัส เวลา 10:00-14:30น. ที่ green wondery สาขา กรุงเทพกรีฑา - คอร์สวันเสาร์ อาทิตย์ เวลา 10:00-14:30น. ที่ green wondery สาขา ลาดกระบัง   สนใจคอร์สเรียนทำอาหารและทำขนมสำหรับเด็กแบบนี้ ติดต่อได้ที่ Line @ovb9540d หรือ Facebook Page Green Wandery ได้เลย ขอบคุณคุณแม่ดาว และน้องตริน ที่มาเล่าประสบการณ์สนุกๆให้ Momscream นะคะ Like us > Facebook.com/Momscream Copyright 2018 www.momscream.com  

KIDS

นี่เลย เพลง Baby Shark เวอร์ชั่นออริจินัลก่อนดัง!!!

  บ้านไหนที่มีเด็กต้องรู้จักเพลง Baby Shark แน่นอน!!! แต่ก่อนที่เพลงนี้จะดัง จริงๆแล้วเพลงเบบี้ชาร์ค เคยเป็นเพลงฮิตแบบสุดๆมาแล้วที่ประเทศเยอรมันเมื่อ 11 ปีที่แล้ว!!!     เพลงภาษาเยอรมันที่มีชื่อว่าไคลเนอร์ ไฮ (Kleiner Hai) ดังมากถึงมากที่สุดในปี 2007 ผู้หญิงที่ชื่อว่าอเล็กซานเดอร์ มูลเลอร์ เป็นคนร้องและอัพมันขึ้นยูทูปจนกลายเป็นคนดังของประเทศเยอรมันนีเลยทีเดียว     นี่เลย คลิปไวรัลเบบี้ชาร์คของแท้ดั้งเดิม!!! เทียบกับเพลงเบบี้ชาร์คที่เราคุ้นเคยกันหน่อย... จริงๆแล้ว อเล็กซานเดอร์ร้องเพลงนี้กับครอบครัวมา 20 ปีแล้ว เพียงแต่ว่า เวอร์ชั่นของเธอมันจะดูน่ากลัวกว่าหน่อยเท่านั้นเอง มีทำนองแบบว่ายน้ำหนีปลาฉลามด้วย และเมื่อเธออัพมันขึ้นยูทูปเล่นๆ คลิปของเธอกลายเป็นไวรัลและมีคนดูเป็นล้านคน! ไม่นานเธอได้เดินสายร้องเพลงนี้ตามงานต่างๆ และกลายเป็นคนดังของประเทศเลยทีเดียว จนเมื่อมีบริษัทติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์ทำเพลงนี้เป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ เท่านั้นล่ะ เพลงเบบี้ชาร์คก็เกิดขึ้น กลายเป็นเพลงฮิตติดหูแบบสุดๆในทุกบ้านที่มีเด็ก!!!   Like us > Facebook.com/Momscream copyright 2018 www.momscream.com

TRAVEL

น้องมอซซ์.. เด็กไทยคนแรกที่ได้ไป Space Camp ทดลองเป็นนักบินอวกาศ!!

  ตื่นเต้นมากที่ได้เจอกับน้องมอซซ์ ได้ฟังคุณแม่ยิม เล่าเปิดประโยคว่า “ลูกชายไป Space Camp มาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว” เท่านั้นล่ะมัมสกรีมตาลุกวาวมากถึงมากที่สุด!!   ถามไปคุณแม่บอกว่าลูกชายชอบเรื่องอวกาศ ก็เลยลองเสิร์ช และติดต่อไปดู ก็เลยไปเจอว่าที่อเมริกามี  เท่านั้นล่ะ! คุณแม่จัดเลยทันที น้องมอซซ์เลยได้เป็นเด็กไทยคนแรกที่ได้เข้าไปฝึกในสเปซ แคมป์ และคุณแม่คนนี้กลับไทยมาพร้อมกับติดต่อแอมบาสเดอร์ของศูนย์อวกาศและจรวดแห่งชาติสหรัฐในประเทศไทยจนได้ลิขสิทธิ์เป็นตัวแทนในการดำเนินการ พาเด็กๆไปเข้าแคมป์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย แปลว่าต่อไปนี้ถ้าใครอยากส่งลูกไปแบบนี้ ต้องติดต่อเธอเท่านั้นนั่นเอง!!   น้องมอซซ์สนใจเรื่องอวกาศมาตั้งแต่เด็กๆ เริ่มจากน้องมอซซ์นี่ล่ะที่จุดประกายคุณแม่ “เห็นเขายิ่งโตก็ยิ่งสนใจเรื่องอวกาศ เราก็สนใจไปด้วย แล้วที่บ้านเราไม่ดูทีวีกัน เวลาไปเที่ยวก็จะไปตามมิวเซียม ไปหมดทั้งแนวศิลปะ โบราณคดี วิทยาศาสตร์ ไปจนลูกชอบ” พอมาเจอที่สเปซ แคมป์ คุณแม่บอกว่าใช่เลย! “เขาเป็นโรงเรียนสำรวจอวกาศ มีให้เด็กเข้าแคมป์ได้ เน้นเรื่อง STEM (Science Education Engineering Math)” ไม่ต้องคิดนานเลย คุณแม่สมัครและไปกับลูกทันที “ตอนนั้นน้องมอซซ์ 9 ขวบ เราก็ไปแล้วเห็นที่อยู่ อาหาร คุณครู ที่เรียน ประทับใจมาก เขาใส่ใจมาก ขนาดมีจัดอาหารพิเศษสำหรับเด็กที่แพ้อาหารไว้ให้ด้วย มีอาหารสำหรับผู้ใหญ่ที่ไปอีก”   ใน Space Camp มีอะไรบ้าง? “แคมป์นี้เป็นฐานที่ส่งยาน Apollo  ไปดวงจันทร์ ส่งดาวเทียมไปรอบโลกครั้งแรก ตอนนี้เป็นฐาน NASA Marshall Flight Center และมีแสดงพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับอวกาศที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ชื่อของแคมป์นี้ก็คือ "Space Camp" at U.S. Space Rocket Center, Huntsville, USA. แคมป์นี้เด็กๆ จะได้ไปอยู่ 7 วันเต็ม “เขาจะมีโปรแกรมต่างๆ และทุกภาระกิจที่สอนจะแทรก 3 เรื่องหลักๆ ก็คือ Team Building, Leadership Training, และ Problem Solving” คุณแม่เล่าว่าเวลาที่เริ่มสอนคือ 8 โมงเช้าถึง 4 ทุ่ม และสอนแบบเดินเรียน คือบางครั้งเรียนในห้อง บางครั้งยืนเรียน ในพิพิธภัณฑ์ ในพื้นที่แสดงจรวดที่เคยใช้งานจริง หรือบางทีก็ไปสนามหญ้าข้างนอก ไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง “ที่เด็ดมากคือจะได้เรียนกับเครื่องมือที่ออกแบบโดย NASA เขาจะปรับขนาดให้เหมาะกับเด็ก ผู้ฝึกสอนทุกคนมีประสบการณ์ และสเปซที่สอนจะใหญ่มากๆ” และถึงจะเป็นพิพิธภัณฑ์ แต่ที่นี่มีเจ้าหน้าที่เดินไปเดินมาตลอด ทุกคนจะเฟรนด์ลี่กับเด็กๆ ที่มาแคมป์ เด็กๆ จะได้เห็นคนทำงานกันจริงจังด้วย “อีกอย่างคือเขามีเกสต์ สปีคเกอร์ที่เป็นนักบินอวกาศจริงๆ มาเล่าให้เด็กฟัง ตื่นเต้นไปเลย” และในแคมป์จะแบ่งเป็น 3 กลุ่มตามความยากง่ายของกิจกรรม และให้เข้ากับอายุของเด็ก เช่น กลุ่มเด็กเล็ก 9-11 ปี ก็จะทำกิจกรรมบนดินปกติ กลุ่มเด็กโตขึ้น 12-14 ปี ก็จะมีทำภาระกิจในน้ำ กลุ่มเด็กโตขึ้นไป 15-18 ปี นี่ได้ทำกิจกรรมแบบต้องดำน้ำกันเลย และทุกภาระกิจเด็กไม่ต้องมีพื้นฐานมาก่อนได้ ผู้ฝึกจะมีวิธีสอนให้เด็กเข้าใจง่ายๆ เด็กๆ ได้เรียนวิชาที่เกี่ยวกับวิศวการบิน ที่มีทั้งเรื่องประวัติศาสตร์ ทฤษฎีต่างๆ วิยาศาสตร์ ถ่ายรูป ฟิสิกส์ แคพชั่น คอมมิวนิเคชั่น แม้กระทั่งอาชีพที่เกียวข้องอย่างพีอาร์   ภาระกิจที่เด็กๆ ได้ทำก็มี…. “น้องมอซซ์ต้องฝึก เคยมีโจทย์ให้เอายานไปจอดที่สถานีให้ได้อะไรแบบนี้เลย แล้วเด็กแต่ละคนจะต้องทำงานกันเป็นทีม ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง มีคู่มือว่าต้องทำอะไรบ้าง เหมือนนักบินอวกาศต้องทำ และแก้ปัญหาจริงๆ” ทุกสิ่งที่เด็กๆ ได้ฝึกทำให้เขาต้องฝึกอีคิวของตัวเองไปด้วย อย่างมีเรื่องหนึ่งคุณแม่เล่าว่า “น้องมอซซ์เคยกลับมาเล่าว่า เป็นกัปตันและต้องหาปุ่มออกซิเจน เขาหาไม่เจอ ก็ต้องลดอีโก้การเป็นกัปตัน ขอให้ทุกคนช่วยหา ไม่อย่างนั้นทุกคนจะตายกันหมด” แปลว่าน้องมอซซ์ได้เจอปัญหา และต้องต่อสู้กับตัวเอง และได้ร่วมกันเป็นทีมคิดแก้ปัญหานี่เอง และน้องมอซซ์ยังได้เรียนรู้เรื่องแรงลม ทิศทางลม คิดว่าจะออกแบบใส่พาราชู้ตยังไง การสร้างจริง ทดลองจริง “ที่นี่จะทดลองจรวดแบบพุ่งแรงจริงๆ ไม่ใช่จรวดอัดอวกาศที่เด็กๆ เคยเล่นประกอบในโรงเรียน”       ได้อะไรจากการไปแคมป์นี้? คุณแม่บอกเลยว่าประทับใจมาก “เห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวลูกเลย เขาได้ฝึกแก้ปัญหา ฝึกการต้องมีสติกับสิ่งรอบตัว เขามีการเปลี่ยนแปลงแนวคิดของตัวเองขึ้นเลย” ถามคุณแม่ว่า แล้วน้องมอซซ์เรียนอยู่โรงเรียนอินเตอร์มั้ย ต้องพูดอังกฤษคล่องมากๆ ถึงไปได้มั้ย ปรากฏว่าน้องมอซซ์เรียนอยู่โรงเรียนไทยปกตินี่ล่ะ เด็กๆไปเค้าก็จะมีความไหลลื่นกับเพื่อนๆต่างประเทศอย่างเป็นธรรมชาติเอง กรี๊ดดดดด มีความหวังขึ้นมาเลย   ดีเทลของแคมป์นี้: 7 วัน + เดินทาง = 10 วัน ราคา 285,000 บาท รวมค่าใช้จ่ายทุกสิ่งทุกอย่างและประกันด้วย ปี 2561: วันที่ 12-21 ตุลาคม 61 ปี 2562: วันที่  22-31 มีนาคม / 12-21 กรกฎาคม / 13-18 ตุลาคม และถ้าเป็นเด็กโต 15-18 ปี สามารถเอาไปประกาศนียบัตรที่ได้รับจากแคมป์นี้ มาเทียบหน่วยกิตได้ 3 หน่วยของวิชาในกลุ่ม Physics Science ได้เลย ในเมืองไทยสามารถเทียบหน่วยกิตได้ในวิชา Advanced Space Academy ของ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง   ขอขอบคุณ คุณแม่ยิม ปรางศิริ เมษะมาน และน้องมอซซ์ สำหรับข้อมูลค่ะ   ข้อมูลเพิ่มเติม: The Explorer Thai โทร. 0819025578 www.theexplorerthai.com Facebook/theexplorerthai     LIKE US : Facebook.com/Momscream © Copyright 2018 www.momscream.com  

SCHOOLS

รวม!!! สุดยอดคอร์สน่าเรียนปิดเทอม 2018

  ลูกปิดเทอมตุลาคมนี้ อย่าปล่อยให้ลูกว่างจนเหงา พาไปพบเพื่อนใหม่และทำกิจกรรมสนุกๆดีกว่า Momscream ค้นหามาให้แล้ว ที่เรียนทำกิจกรรมช่วงปิดเทอม น่าสนใจมากๆ มีทั้งแบบไปเช้าเย็นกลับ เข้าค่ายกับเพื่อนๆ หรือจะไปแบบครอบครัวก็มีนะ จะเรียนโรบ็อต ศิลปะ หรือแนวธรรมะ แม่ๆลองเลือกดูเลย แบบไหนที่ลูกน่าจะสนใจและสนุกได้ในช่วงปิดเทอมนี้      ค่ายการ์ตูนไทย สอนวาดภาพการ์ตูน “เพลินความคิด เนรมิตการ์ตูน” เมื่อไหร่: 9 – 12 ต.ค. 61 / 16-19 ต.ค. 61 เวลา 9.00-15.30น. เด็กอายุ: 7-15 ปี เท่าไหร่: 1,300 บาท ที่ไหน: ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย. ถ.รัชดาภิเษก ติดต่อ: โทร. 096-0524052 / FB: cartoonthaicamp   ค่ายเด็กใฝ่ดี - แม่ฟ้าหลวง "สร้างความรัก จากความรู้ อยู่กับความงาม" รู้จักความงามและผจญภัยในห้องเรียนธรรมชาติ เมื่อไหร่: รุ่นที่ 13 วันที่ 3-7 ต.ต. 61 (ค่าย 5 วัน 4 คืน) รุ่นที่ 14 วันที่ 11-17 ต.ต. 61 (ค่าย 7 วัน 6 คืน) รุ่นที่ 15 วันที่ 22-26 ต.ต. 61 (ค่าย 5 วัน 4 คืน) เด็กอายุ: รุ่นที่ 13&15 อายุ 8-11 ปี /  รุ่นที่ 14 อายุ 9-12 ปี เท่าไหร่: รุ่นที่ 13&15 = 28,500 บาท /  รุ่นที่ 14 = 38,500 บาท ที่ไหน: ณ โครงการพัฒนาดอยตุง จ. เชียงราย ติดต่อ: โทร. 083-3474308 / FB: faideecamp     ค่ายรักลูกให้ถูกธรรม ส่งเสริมให้เด็กๆ เป็นสุภาพบุรุษ สุภาพสตรีตามวิถีพุทธ กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออกอย่างมีคุณธรรม ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ ไปกับทีมพระวิทยากร และผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาการเด็ก เมื่อไหร่: Short Course 6-7 ต.ค. 61 (2 วัน ไป-กลับ) ค่ายรักลูกให้ถูกธรรม 21-23 ต.ค. 61 (3 วัน 2 คืน) Family Camp 27-28 ต.ค. 61 (2 วัน 1 คืน) เด็กอายุ: 4-16 ปี (ขึ้นอยู่กับคอร์ส) เท่าไหร่: Short Course 1,950 บาท / ค่ายรักลูกให้ถูกธรรม 2,450 บาท / Family Camp 1,890/ท่าน ที่ไหน: Short Course ศูนย์การเรียนรู้มหิดล ศาลายา /  ค่ายรักลูกให้ถูกธรรม พุทธมนฑล จ. นครปฐม / Family Camp พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ฯ จ.ปทุมธานี ติดต่อ: โทร. 086 3239578 / E-mail: raklukecamp@hotmail.com / Line: @Thammacamp / www.thammacamp.com / FB: kairaklook     บ้านปูนป๊อบอัพ 'มินิคอร์ส แก้เด็กเซ็ง' เผยโฉมเจ้าเลิฟเบิร์ด แก้วซันคอร์นัวร์ และนกเบบี๋ หรือ "ลูกป้อน" ที่ลุงเล็ก ผู้เพาะพันธุ์นกมือโปรของจ.สมุทรสาคร จะพามาเป็นนายแบบ - นางแบบให้เด็กๆ วาดรูปลงเสื้อยืดสวยๆกลับบ้าน หรืออยากป้อนอาหาร เมื่อไหร่:  13 ต.ค. 61 (10.00น. - 16.00น.) เด็กอายุ: 5-12 ปี เท่าไหร่: 1,200 บาท ที่ไหน: ซ. พระยาสุเรนทร์ 26, คลองสามวา ติดต่อ: โทร.084-3233112 / id line: baan_poon_pop_up / FB: baans.poon.pop.up     บ้านสลัดศิลป์ Art Camp ศิลปะหลากหลายแขนง วาดรูป ระบายสี การปั้น การประดิษฐ์ ศิลปะการแสดง ดนตรี เด็กๆยังได้ใช้จินตนาการสร้างสรรค์ตัวละคร คิดออกแบบฉากเพื่อร่วมกันแสดงละครด้วย เมื่อไหร่:  1) 25 ก.ย.-5 ต.ค. 61/ 2) 9-19 ต.ค. 61 / 3) 23 ต.ค.-2 พ.ย.61 1คอร์สเรียน8วัน วันอังคารถึงวันศุกร์ เวลา 9.00-15.00 (รวมอาหารกลางวันและอาหารว่าง ) เด็กอายุ: 4-11 ปี เท่าไหร่: 5,600 บาท (มีโปรโมชั่นพิเศษ) ที่ไหน: บางบัวทอง ติดต่อ: FB: Bansaladsil     เสียงศิลป์สตูดิโอ เชียงใหม่ ค่ายดนตรีที่เด็กๆจะได้เสริมสร้างประสบการณ์ชีวิตผ่านความสนุกสนานจากกิจกรรมดนตรี • กิจกรรมดนตรีและการเคลื่อนไหว (Music and Movement Activities) • ฝึกการหายใจ การวอร์มเสียงและใช้เสียงอย่างถูกต้องฝึกการสื่อสารผ่านภาษากายและเวิร์คชอปการร้อง (Vocal and Acting Workshop) • ออกแบบอุปกรณ์และชุดการแสดง (Props and Costume Making) • และร่วมกันออกแบบการแสดง Sing, The Story ในวันจบค่าย (Showtime Party) เมื่อไหร่:  15-19 ต.ค. 61  (9.00น. - 16.30น.) 1คอร์สเรียน8วัน วันอังคารถึงวันศุกร์ เวลา 9.00-15.00 (รวมอาหารกลางวันและอาหารว่าง ) เด็กอายุ: 7-12 ปี เท่าไหร่: 7,900 บาท ที่ไหน: หางดง, เชียงใหม่ ติดต่อ: โทร: 099-893-5935 / FB: Seang Silp Studio   BEC-TERO Music & Andrew Biggs Academy - Let’s Play Camp แคมป์รวมดนตรีและภาษาอังกฤษ เล่นเปียโนเพลงฮิต รู้จักตัวโน้ต พื้นฐานดนตรีในห้องเรียนดนตรี Multimedia แบบ Interactive และฝึกพูดภาษาอังกฤษ เสริมความมั่นใจกับคุณครูเจ้าของภาษา เมื่อไหร่: 1-19 ต.ค. 61 เด็กอายุ: 6-15 ปี เท่าไหร่: 10,900 บาท ที่ไหน: อาคารมาลีนนท์ ถ. พระราม 4 ติดต่อ: โทร. 065-214-1666 / www.bectero.com/musiccourse / FB: becteromusiccourse     Blue Door The Jungle Music : เวิร์คชอปและการแสดงนิทานดนตรีพื้นเมือง โดย Ting A Tong เมื่อไหร่: 12 ต.ค. 61 เวลา 10.00น. - 14.30น. เด็กอายุ: 3 - 8 ปี (รับเด็กรอบละ 12 คน) เท่าไหร่: เด็ก 350 บาท / ผู้ใหญ่ 100 บาท ที่ไหน: ซอยพระรามเก้า 54 ติดต่อ: โทร. 02-720-1046 / Line @bluedoor / FB: Blue Door Creative Space     Brain Friendly Mind  Map สัมผัสประสบการณ์มานด์แม็ป กับหลักสูตร เรีนรู้ผ่านการทำกิจกรรม ที่คัดสรรค์มาเป็นอย่างดี และ เทคนิคการสอนในแบบ ดร.เบิร์ด เรียนสนุก มันส์ ฮา แต่ไม่ไร้สาระ! เมื่อไหร่: ตลอดเดือนตุลาคม 2561 เด็กอายุ: ประถม-มัธยม เท่าไหร่: 4,500-6,500 บาท ที่ไหน: Brain Friendly Academy ถ. โชคชัย 4 ซ. 53, เขตลาดพร้าว ติดต่อ: โทร. 081-987-0487 / www.brainfriendlyacademy.com / FB: BrainFriendlyAcademy     Circle Academy – Circle Play & Learn Week 1 - รักษ์โลก / Week 2 – DIY Art for Save Earth / Week 3 – พัฒนาสมองสองซีก เมื่อไหร่: 8-26 ต.ค. 61 เวลา 9.00-16.00 น. เด็กอายุ: 5 ปีขึ้นไป เท่าไหร่: 2,500 บาท/สัปดาห์ (มีโปรโมชั่นพิเศษ) ที่ไหน: Circle Academy ข้างรร. สารสาสน์ร่มเกล้า ติดต่อ: โทร. 095-953-0514 / FB: CircleacademyRomklao44     Cubic Creative Camp ฝึกทักษะชีวิต ใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบันอย่างมีความสุข / ฝึกทักษะการแก้ปัญหา ฝึกฝนการแก้ปัญหาในสภาวการณ์ต่างๆ ทักษะความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาความคิดสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด เมื่อไหร่: ค้างคืน 7-12 ต.ค. 61 เด็กอายุ: ป4. – ม. 2 เท่าไหร่: 21,500 บาท (มีราคาพิเศษเพิ่มเติม) ที่ไหน: บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร ปทุมธานี ติดต่อ: โทร. 083 159 0777 / www.cubiccreative.org / FB: cubiccreative     Dc Junior สัมผัสความฝันกับค่ายแนะแนวการศึกษายุคใหม่ กิจกรรมที่ช่วยให้น้องๆ สะท้อนความเป็นตัวเอง ดึงศักยภาพที่มีในตนเองออกมา เรียนรู้ที่จะทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม เพื่อใช้ในการพัฒนาตนเองต่อไป ที่สำคัญเปิดโอกาสได้สัมผัสกับประสบการณ์ชีวิต เรียนรู้มุมมองหลากหลายอาชีพ เมื่อไหร่: 20-22 ต.ค. 61(ไป-กลับ) เด็กอายุ: 8-13 ปี เท่าไหร่: 6,800 บาท ที่ไหน: Know-are Learning Space ซอยงามวงศ์วาน14 ติดต่อ: โทร 097-090-8402 , 092-9839464 / www.know-are.com / Line: @know-are / FB:knowaregroup     DSIL Fun Fabrication Camp 2018 Shadow Theatre มหัศจรรย์โรงละครแห่งจินตนาการ สำหรับน้องๆ ป.1-3 มาร่วมออกแบบโดยใช้จินตนาการผ่านเรื่องราวแสงและเงา / RC Viking เรือซิ่งสายหมอบ  หรือ ประดิษฐ์จ้าวแห่งสายน้ำ เมื่อไหร่: 21-23 ต.ค. 61 เด็กอายุ: ป.1 –ป.6 เท่าไหร่: 7,000 บาท ที่ไหน: ดรุณสิกขาลัย โรงเรียนนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ ถ. ประชาอุทิศ ติดต่อ: โทร. 02-4708315 / E-mail: dsil.pr2014@gmail.com / www.dsil.kmutt.ac.th / FB: DSILFabLearnLab     English in Forest Camp เรียนรู้ภาษาอังกฤษท่ามกลางธรรมชาติและทำกิจกรรมกลุ่ม เช่น กิจกรรม Guess Me กิจกรรม Mysterious Forest กิจกรรม English is around us เป็นต้น เพื่อให้น้องๆ เรียนรู้ทักษะการทำงานเป็นกลุ่มและได้ฝึกใช้ทักษะภาษาอังกฤษในกิจกรรมต่างๆอย่างสนุกสนานท่ามกลางธรรมชาติของบ้านร้อยป่า เมื่อไหร่: 13-14 ต.ค. 61 เด็กอายุ: วัยประถม เท่าไหร่: 1,500 บาท ที่ไหน: บ้านร้อยป่า จ. ปทุมธานี ติดต่อ: โทร. 084-5124012 / Line: pairyjirayaka / FB: English in Forest Camp     Fun with English Phonics Camp เรียนทุกวิชาเป็นภาษาอังกฤษ การสื่อสารในชีวิตประจำวัน, phonics, cooking, ศิลปะ, วิทยาศาสตร์, คณิตศาสตร์ เมื่อไหร่: ตลอดเดือนตุลาคม 61 / จันทร์-ศุกร์ เวลา 9:00-15:00 น. เด็กอายุ: 3 - 12 ปี เท่าไหร่: ที่ไหน: บ้านร้อยป่า จ. ปทุมธานี ติดต่อ: โทร. 083-035-8925 / FB:  Fun with English     GRAMMY Junior Camp เรียนร้อง เรียนเต้น เรียนการแสดง เมื่อไหร่: Group 1 วันที่ 2-5,9-12 ต.ค. 61 / Group 2  วันที่ 16-19, 24-27 ต.ค. 61 เด็กอายุ: 6-12 ปี เท่าไหร่: 12,900 บาท ที่ไหน: อาคารแกรมมี่ ถ.สุขุมวิท 21 (อโศก) ติดต่อ: โทร. 02-6699988 / E-mail: contact@grammyvocalstudio.com / www.grammyvocalstudio.com / FB: GrammyVocalStudio     Greengroup Agency – October Fun Camp 2018 พัฒนาทักษะแห่งอนาคต ผ่านกิจกรรม ภาษาอังกฤษ ศิลปะ งานประดิษฐ์ กีฬา ผจญภัย และเรียนรู้การทำฟาร์ม เมื่อไหร่: 16-21 ต.ค. 61 (ค้างคืน) เด็กอายุ: 8-15 ปี เท่าไหร่: 15,900 บาท (มีส่วนลดพิเศษ) ที่ไหน: ฟาวเท่นทรีรีสอร์ท เขาใหญ่ ติดต่อ: โทร. 096-9245425 / www.greengroupagency.com / FB: greengroupagency / Line: @greengroupagency     Green Wondery : Kid's Cooking Camp สตูดิโอสอนทำอาหารสำหรับเด็กในสวนเขียว บรรยากาศการเรียนท่ามกลางธรรมชาติ ส่งเสริมให้เด็กๆได้เรียนรู้จากการลงมือทำอาหารตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนขั้นตอนสุดท้าย เด็กๆจะได้เรียนรู้เรื่องการทำและทานอาหารที่มีประโยชน์ นอกจากอาหารที่สวยงาม เราต้องคำนึงถึงความสำคัญของคุณค่าและโภชนาการด้วย ในทุกๆวันจะมีกิจกรรมเสริมสร้างพัฒนาการด้านต่างๆที่สอดคล้องกับเมนูอาหารให้เด็กๆได้เรียนรู้ เมื่อไหร่: 6 ต.ค - 4 พ.ย. 61 เวลา 10:30-14:30 น. 1คอร์ส เรียน 6วัน วันอังคาร-พฤหัส และวันเสาร์-อาทิตย์ เด็กอายุ: 3-7 ปี เท่าไหร่: 7,200 บาท ที่ไหน: Green Wondery สาขากรุงเทพกรีฑา8, Green Wondery สาขาลาดกระบัง ติดต่อ: โทร: 064-640-8733 , 096-886-6976  / Line: sanFANGcisco FB: greenwondery   Kid Able - The Kids' Experiment Camp 1 Experiment - เรียนรู้จากการทดลองวิทยาศาสตร์ด้วยตัวเอง 2 Mind Mapping - ฝึกสมองจัดแผนผังลำดับความคิดผ่านรูปภาพอย่างเป็นขั้นตอน 3 Presentation - ทักษะการนำเสนองานแบบ Playing Speech พูดภาษาได้อย่างฉะฉาน เมื่อไหร่: ตลอดเดือนตุลาคม 61 เด็กอายุ: 1-12 ปี เท่าไหร่: 1 คอร์ส (5 วัน) = 5,100/5,500 บาท ที่ไหน: หลายสาขา (ติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม) ติดต่อ: โทร. 02--641-0656 / www.kidablethailand.com / FB: Kid Able Thailand     Little Pea Summer Camps 2018 English Course: Little Nomads around Thailand / Healthy Munchkins เมื่อไหร่: 15-19 ต.ค. 61 / 22-26 ต.ค. 61 วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา: 9.00น.-15.00น. เด็กอายุ: 4+ ปี เท่าไหร่: 2,000 บาท/วัน หรือ9,000/อาทิตย์ (รวมอาหารกลางวันและอาหารว่าง) ที่ไหน: The Commons ท่องหล่อ ถ.สุขุมวิท 55 เขตวัฒนา ติดต่อ: โทร. 02-712-5245  e-mail: hello@littlepeabkk.com / www.littlepeabkk.com / FB: littlepeabkk     Mad Science October Camp 2018 ค่ายเด็กเล็กและเด็กโต ห้องเรียน Sparking Science / ห้องเรียน Amazing Science / ห้องเรียนฉลาดคิด / ห้องครัวนักวิทย์ / มหัศจรรย์สัตว์โลก ค่ายอนุบาล Scientists’ Kitchen เมื่อไหร่: 1-5 ต.ค. 61 / 8-12 ต.ค. 61 / 15-19 ต.ค. 61หลักสูตร 5 วัน (3 ช.ม./วัน) เด็กอายุ: 3-5 ปี / 6-12 ปี เท่าไหร่: 4,800 บาท / ค่าย / หลักสูตร ที่ไหน: ถ. สุขุมวิท 40 ติดต่อ: โทร. 02-391-2690-2 / www.madsciencethai.com / FB: madsciencethai     Pingu’s English – YLE Camp ค่ายภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษผ่านการทำกิจกรรมที่หลากหลาย และมีการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ Cambridge English: Young Learners เมื่อไหร่: 2-5 ต.ค. 61 / 16-19 ต.ค. 61 เด็กอายุ: ป.1-ป.4 เท่าไหร่: 5,600 บาท ที่ไหน: สมาคมธรรมศาสตร์ (สาทร ซ.1) ติดต่อ: โทร: 081-958-0085 / line: @pingusenglish / FB: pingusenglish     Play Inspired Edutainer, Chiangmai บ้าน Play Inspired Edutainer จัดแค้มป์ในธีมอวกาศ กับกิจกรรม 10 วันเต็ม เมื่อไหร่: Week 1: 1-5 ต.ค. 61 / Week 2: 8-12 ต.ค. 61 เด็กอายุ: 4 - 12 ปี เท่าไหร่: 3,500 บาท/สัปดาห์ ที่ไหน: หางดง, เชียงใหม่ ติดต่อ: โทร. 064-690-4924 / FB: Play Inspired Edutainer     Raise Lego Robot ฝึกประดิษฐ์หุ่นยนต์ เสริมจินตนาการ และ ความคิดสร้างสรรค์ ในลักษณะ Hand-On Project และ ได้ทดลองหุ่นยนต์ ตามโจทย์ต่างๆ ร่วมกับเพื่อนๆ อย่างสนุกสนาน และ ยังได้ฝึกสมาธิอีกด้วยครับ เมื่อไหร่: 24-31 ต.ค. 61 จันทร์ – ศุกร์ เวลา 9.00 - 12.00 / 13.00 -16.00 น. เด็กอายุ: 6 ปีขึ้นไป เท่าไหร่: 1 คอร์ส = 10 ครั้ง (3 ช.ม./ครั้ง) 7,200 บาท ที่ไหน: 6 สาขา: สาทร 10, เพชรเกษม 114, ประชาอุทิศ 58/1, ติวานนท์, สามัคคี และ ศรีราชา ติดต่อ: โทร. 088-8856867 / www.raisegeniusschool.com / FB: RaiseGenius     SE-ED Kiddy Camp Coding with micro:bit Camp เรียนรู้กับการเขียนโปรแกรมหรือการ coding ด้วยสื่อการเรียนรู้ micro:bit เมื่อไหร่: 25-26 ต.ค. 61 เด็กอายุ: 10-16 ปี เท่าไหร่: 3,200 บาท ที่ไหน: อินเตอร์ลองค์ทาวเวอร์ ถ.บางนา-ตราด กม. 4.5 ติดต่อ: โทร. 02-826-8263 / 086-971-8900 / FB: iKidsWeb   หนูน้อยเจ้าเวหา ด้วยอากาศยาน Drone Flight 5 เรียนรู้และสัมผัสโลกของการบินและอากาศยาน Drone เมื่อไหร่: ค้างคืน 9-12 ต.ค. 61 เด็กอายุ: 8-15 ปี เท่าไหร่: 9,900 บาท (อัตราพิเศษ 7,900 บาท สมัตรก่อน 1 ต.ค.) ที่ไหน: วังรี รีสอร์ท จ.นครนายก ติดต่อ: โทร. 02-826-8263 / 086-971-8900 / FB: iKidsWeb     Smart D Camp ค่ายฉลาดคิด ตอน...แฟ้มคดีหุบเขาปริศนา ค่ายฉลาดคิด Smart IQ Camp เสริมทักษะการถอดรหัส ฝึกวิธีคิดหลากหลายรูปแบบ เพื่อปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เมื่อไหร่: 6-8 ต.ค. 61 (3 วัน 2 คืน) เด็กอายุ: 7-15 ปี เท่าไหร่: 6,500 บาท ที่ไหน: ไร่ดาว-เด่น รีสอร์ท จ. สระบุรี ติดต่อ: โทร. 083-9039956 / www.smartdcamp.com / FB: smartdcamp   SMART I-CAMP หลักการ Growth Mindset  - 10 วันเต็มกับการฝึก ปฎิบัติ สร้างวิธีคิด ของผู้ประสบความสำเร็จและมีความสุข เมื่อไหร่: เดือนตุลาคม 61 (แบ่งเป็นหลายช่วง) เด็กอายุ: 6-12 ปี / 12-16 ปี เท่าไหร่: Day Camp 14,000 บาท / 5 วัน 15,000 บาท ที่ไหน: Day Camp รามอิทรา/ทองหล่อ หรือ ค้างคืน ลพบุรี ติดต่อ: www.smart-icamp.com / โทร. 062-656-9154 / FB: smarticamp     Sri Racha Forest School Day Camp กิจกรรมในป่า เพื่อการเรียนรู้และศึกษาธรรมชาติ , ทำงานศิลปะ ,เขียนบันทึก ,อ่านหนังสือ, Board game และเล่นอิสระ เมื่อไหร่: 1-5 ต.ค. 61 เด็กอายุ: 5-13 ปี จำกัดจำนวน 15 คน ต่อ 1 อาทิตย์ เท่าไหร่: 2,000 บาท/ 1 อาทิตย์ ที่ไหน: Day Camp สวนรุกขชาติหนองตาอยู่ ศรีราชา ติดต่อ: www.smart-icamp.com / โทร. 062-656-9154 / FB: Sri Racha Forest School     St. Stephen’s International School – English&Adventure Camp พัฒนาภาษาอังกฤษ ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ ผจญภัย กับการเดินป่า ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทัศนศึกษา ณ แสงธรรมส่องชีวิต เมื่อไหร่: 7-20 ต.ค. 61 เด็กอายุ: 6-15 ปี เท่าไหร่: 28,500 บาท / 2 สัปดาห์ ที่ไหน: โรงเรียนนานาชาติเซนต์สตีเฟ่นส์ เขาใหญ่ ติดต่อ: โทร. 02-5130270 ต่อ 244 / www.ststephen.ac.th / FB: khaoyaicamp.sis E-mail: gee.t@sis.edu หรือ marketingmanager@sis.edu ใบสมัคร: http://ststephen.ac.th/pdf/Application_Oct%202018.pdf     Thailand Super Camp พบฐานกิจกรรมเรียนรู้ + ความสนุกในการพัฒนาตัวเองด้านความ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา รับผิดชอบ ที่เยาวชนในโครงการจะมีโอกาสได้ผจญภัยไปกับความคิดของตัวเอง โดยมีหลักสูตรที่ส่งเสริมการกล้าแสดงออก สร้างภาวะผู้นำ ฝึกสมาธิและสติ พร้อมสอดแทรกกิจกรรมที่ปลูกฝังความซื่อสัตย์ เมื่อไหร่: รุ่นที่ 1 8 – 13 ต.ค. 61/ รุ่นที่ 2 15 – 20 ต.ค. 61 เด็กอายุ: รุ่นที่ 1 ป.4 – ม.3, รุ่นที่ 2 ม.1-3 เท่าไหร่: ฟรี! ที่ไหน: ค่ายลูกเสือกรุงเทพวันวาน หนองจอก กทม. / ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านของพ่อ จ. อยุธยา ติดต่อ: โทร. 02-610-2375 / FB: thailandsupercamp2018     The Explorer- แคมป์ภาวะผู้นำสำหรับผู้บริหารรุ่นเยาว์ แคมป์ภาวะผู้นำสำหรับผู้บริหารรุ่นเยาว์ ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้เยาวชนเรียนรู้ที่จะ ปลดล็อคศักยภาพความเป็นผู้นำในตัวเอง  เข้าใจรูปแบบต่างๆ ของผู้นำ พัฒนาทักษะการทำงานร่วมกันเป็นทีม ผ่านกิจกรรมการกระชับสัมพันธ์ การประสานงานกัน  และ การแชร์ประสบการณ์ตรงจากโค้ช (Consultant) ผู้มีประสบการณ์สอนผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำในเมืองไทยและต่างประเทศ เมื่อไหร่: 27-28 ต.ค. / 15-16 ธ.ค. 61 เด็กอายุ: 9-11 ปี / 12-14 ปี / 15-18 ปี เท่าไหร่: 20,000 บาท (แจ้ง refer จาก momscream จะได้ราคา early bird ลด 1,000 บาท) ที่ไหน: โรงแรมมณเทียร ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ, ถ.พระราม3 ติดต่อ: โทร: 081 902 5578 / E-mail: theexplorerthai@gmail.com / www.theexplorerthai.com / FB: The Explorer     The YouDee Camp (American Camp Of Thailand) เมื่อไหร่: Bi-Lingual Camp 1-5 ต.ค. 61 / 8-12 ต.ค. 61 / 15-19 ต.ค. 61 / 29 ต.ค.-2 พ.ย. 61 International Camp 22-27 ต.ค. 61 เด็กอายุ: 7-17 ปี เท่าไหร่: 14,900 บาท/สัปดาห์ / International Camp 23,900/สัปดาห์ ที่ไหน: เขาใหญ่, โคราช ติดต่อ: โทร: 02-165-0174 , 065-530-6484 / www.theyoudee.com / E-mail: info@theyoudee.com  Line: theyoudee FB: The YouDee – Sleep Away Camp     YMCA กิจกรรม ฝึกร่างกายและจิตใจ กิจกรรมต่างๆ ออกแบบมาเพื่อการอยู่ร่วมกัน จำลองชีวิต จำลองสังคม อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เมื่อไหร่: ค่าย YMCA ค้างคืน จ.ระยอง 8-12 ต.ค. 61 & 14-18 ต.ค. 61 & 20-24 ต.ค. 61 ค่ายกลางวัน ราชเทวี 8-26 ต.ค. 61& เอกมัย 8-19 ต.ค. 61 เด็กอายุ: 7-15 ปี เท่าไหร่: ค่าย YMCA ค้างคืน 6,000 บาท / ค่ายกลางวัน ราชเทวี 11,000 บาท / ค่ายกลางวัน เอกมัย 7,100 บาท ที่ไหน: ค้างคืน บ้านฉาง จ.ระยอง / ค่ายกลางวัน ราชเทวี และ เอกมัย ติดต่อ: โทร. 02-713-6580 / FB: ymcabangkok / www.ymcabangkok.com   อัพเดทข้อมูล ครั้งที่ 4: วันที่ 28 ก.ย. 2561   LIKE US : Facebook.com/Momscream © Copyright 2018 www.momscream.com

Uncategorized

เด็กสาวเป็นดีเพรสชั่น ปมของเรื่องมาจากที่แม่ของเธอชอบว่าเธอรุนแรง!

  เป็นเรื่องจริงของรุ่นน้องที่รู้จักกัน เธอบ่นกับเราในวันหนึ่งว่า “หนูว่าหนูถูกทำร้ายร่างกายไปเลย ยังดีเสียกว่า” ประโยคบ่นลอยๆ ของเธอทำให้เราหันไปสนใจเธอทันที คุยกันไปเรื่อยๆ ได้ความว่าเธอเป็นดีเพรสชั่นอยู่ และสิ่งที่ทำให้หมอต้องใช้เวลานานกว่าจะหาสาเหตุที่เธอเป็นเจอ ก็เพราะเธอไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรรุนแรงในชีวิต หรือไม่ได้ถูกทำอะไรร้ายแรง แต่สิ่งที่เกิดกับเธอคือ เธอมีแม่ที่พูดจาแรงๆ ใส่อารมณ์ตลอดเวลา ตั้งแต่เด็กจนโต     เธอบอกว่า “เวลาคนโดนทำร้ายร่างกาย จะมีหลักฐานให้เห็นเลย มีความจริงตรงหน้า แต่กับคนที่โดนทำร้ายเพราะถ้อยคำของคนอื่น จะไม่มีหลักฐานอะไรยืนยัน” เลยทำให้เธอบอกใครไม่ได้ เพราะเธอคิดว่า “ถ้าหนูบอกใครว่าหนูโดนทำร้ายทางคำพูด มันจะเหมือนหนูกำลังบ่นไปเองมากกว่า” สิ่งนี้เลยกลายเป็นแผลลึกในใจเธอ เธอถึงขนาดที่เลือกเจ็บตัวไปเลยยังดีกว่า และมากกว่านั้น สิ่งที่แม่เธอทำกับเธอก็คือ   ใช้เสียงที่ดังเวลาคุยกับเธอ เสียงเหมือนควบคุม ออกคำสั่ง สายตาที่มองจ้องเอาเป็นเอาตายกับเธอ สีหน้าที่พร้อมจะวิจารณ์ทุกสิ่งที่เธอทำว่ามันไม่ดี ทำให้เธอรู้สึกว่าแม่ไม่เคยชอบเธอเลย บางครั้งแม่เธอตะโกนว่าเธอเป็นชั่วโมง และใช้คำพูดตรงมาที่เธออย่าง “เธอมันเด็กทำอะไรเลวร้าย เอาแต่ใจตัวเอง เห็นแก่ตัว ทำตัวแย่ๆ…..” เธอไม่เคยคาดเดาได้เลยว่า แม่ของเธอจะมีอารมณ์แบบไหนกับเธอ ที่แย่ที่สุดคือ บางทีแม่ก็ทิ้งให้เธออยู่คนเดียว ร้องไห้คนเดียว   การที่เธอโดนแบบนี้ ทำให้สมองส่วนอมิกดาลา คือสมองส่วนอารมณ์ต้องทำงานเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนแห่งความเครียดก็หลั่งมามากขึ้น ทำให้คนที่โดนจะเริ่มรู้สึกกับตัวเองเปลี่ยนไป บางคนพอโตขึ้นจะรู้สึกว่าอยากหนีออกจากบ้านไปเลยด้วย คือสมองคนเราจะจำได้ว่าตอนนั้นเรารู้สึกยังไง แล้วถึงเราไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว ก็ยังจำเสียงว่า จำแววตาที่พร้อมจะวีนตลอดได้อยู่ดี   อันนี้ก็เลยขัดกับธรรมชาติของคนเรา ที่ในความเป็นจริงมนุษย์เราทำอะไรได้ดีในชีวิต ก็เพราะเขารู้สึกปลอดภัย รู้สึกถูกรัก ซึ่งก็คือการที่คนรอบๆ ตัวเขาให้คุณค่าในความเป็นมนุษย์กับเขา เคารพในความเป็นเขานั่นเอง และการที่ต้องเจออะไรกระทบอารมณ์เป็นระยะเวลาหนึ่งไปเรื่อยๆ ความเครียดในสมองและในร่างกายจะเพิ่มสูงขึ้นๆ อะไรก็ตามที่เป็นเหมือนสิ่งที่เขาเคยเจอมา เสียงที่ดัง ท่าทางแบบนั้น ดวงตาแบบนั้น ก็จะไปกระตุกให้เขาเครียดได้ทันทีด้วย   เด็กๆ จะทำอะไรได้ดีเมื่อเขารู้สึกสงบ ยิ่งเขาสงบ เขาก็จะยิ่งเฮลธ์ตี้   เรื่องของน้องคนนี้เลยมาเตือนเราว่าสมองเด็กจดจำอะไรได้เร็วมาก ถ้าอยากให้ลูกๆ เราเขารู้สึกปลอดภัย เราอาจจะต้อง   เด็กๆ เขาต้องการให้เราดูแลอารมณ์เขาด้วย ยิ่งเขารู้สึกว่าแม่ดูแลอยู่นะ แม่มั่นคง ไม่ใช้อารมณ์กับเขาง่าย เขาก็จะเป็นเด็กที่โตมาแก้ปัญหาในชีวิตได้ดี ไม่เปราะบาง และเครียดเกินไป   จำเป็นที่เราจะต้องเรียนรู้ว่าแก่นเรื่องอารมณ์คืออะไร อะไรที่กระตุกให้กระทบอารมณ์จนทำให้พฤติกรรมลูกเปลี่ยนได้ เพื่อที่เราจะได้ช่วยลูกเราจัดการกับอารมณ์ของเขา   แค่เราเป็นแม่ที่ใจดี เห็นอกเห็นใจลูก และมนุษย์คนอื่น และคอยอยากรู้อยากเห็นว่าโลกของลูกเป็นยังไงนะ นั่นก็จะเป็นการเพิ่มคุณค่าในตัวเอง การนับถือตัวเองของลูกเราได้แล้ว   ถ้าเกิดเราเผลอหลุดเหวี่ยงลูกออกไปแล้ว ต้องรีบหาทางจัดการล้างทุกอย่างออกไปจากใจเขาให้ทัน เขาจะได้ไม่เก็บเป็นปม   อีกสิ่งหนึ่งที่จะให้เขารู้สึกปลอดภัยก็คือ ยอมให้เขาฝึกที่จะอยู่ห่างคุณ และเมื่อเขากลับมาก็แสดงความรักให้เขารู้ว่าแม่คิดถึง แม่รักนะ ให้เขาได้สัมผัสถึงสายใยความรักนั้น เขาจะรู้ว่าไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน เจอเหตุการณ์อะไรในโลกนี้ แม่ก็ยังรออยู่เหมือนเดิม และรักเขาเหมือนเดิม   เราเองก็อาจต้องคอยมอนิเตอร์ตัวเราเอง เสียงเรา ท่าทางเรา สายตาเราตอนพูดกับลูก เรามีใจที่รักเขาจริงๆ ไหม? เขาสบายใจไหม? ต่อให้เราต้องเตือนหรือว่าอะไรเขาบ้าง แต่ถ้าโทนเสียงยังมีความรักอยู่ ยังไงลูกก็รู้สึกได้ อยากบอกให้เขาทำอะไร ไม่จำเป็นต้องโหดร้าย พูดให้ชัดจากใจด้วยความรักจริงๆ ก็หนักแน่นพอแล้ว มัมสกรีมเอาใจช่วยแม่ๆ ทุกคนนะคะ   Like us: Facebook/MomScream Copyright 2018 www.momscream.com

What to wear

Mom dad & kid dare to wear

Trip & Eat


อุทยานแห่งชาติก็สนุกได้ลูก! เที่ยวไม่ต้องหรู ลูกเราจะได้ติดดินๆ TRAVEL

เมนูสวยๆ “ซาลมอน คาปาชชิโอ” เฮลธ์ตี้และอร่อยสุด ทำ 15 นาทีเสร็จ!! FOOD

Brain Box – Dinosaur

600.-

แว่นตาว่ายน้ำ Bling2o – Rainbow Rider

1190.-

Kid Poster – Animals size 50x70cm.

500.-

From Our Moms

แม่มือใหม่คนนี้เธอเลี้ยงลูกคนเดียว 3 เดือนเต็ม! ไม่ได้ออกจากบ้านแม้แต่ก้าวเดียว เธอทำได้ยังไง?

แม่ปู

ลูกสาว.. ทำให้เธอสร้างแบรนด์บิวตี้ได้ ยอดขายไปไกล 16 ประเทศทั่วโลก

แม่ออย

พาลูกไปญี่ปุ่นฝนตกทุกวัน 9 ที่เที่ยวนี้สนุกได้ไม่ต้องกลัวฝนเลย!

แม่เอ๋

แม่ฟูลไทม์คนนี้ ทำสำนักพิมพ์หนังสือเลี้ยงลูกจนดัง เวิร์คกับลูกเราทุกเล่ม!

แม่ทราย