รวม!!! สุดยอดคอร์สน่าเรียนปิดเทอม ปี 2562 SCHOOLS

คุณแม่กลัวดำน้ำ แต่สู้ไม่ถอย จนว่ายไปกับปลาสวยได้แล้ว TRAVEL

เด็กสาวอายุ 18 ออกเดินทางรอบโลก และสร้างโรงเรียนช่วยเด็กกำพร้า 200 คนในเนปาล LOVE

Uniqlo_EN
Beauty Logo
TRAVEL

คุณแม่กลัวดำน้ำ แต่สู้ไม่ถอย จนว่ายไปกับปลาสวยได้แล้ว

  คุณแม่ปู ปิยะนุช ชัยชาญพิมล ถือว่าเป็นหนึ่งในคุณแม่ใจกล้า ที่มัมสกรีมขอยกนิ้วให้เลย เธอมีลูกสาวตัวน้อยอายุสี่ขวบ เธอเลี้ยงลูกเอง ไม่ได้มีพี่เลี้ยงอะไร และเธอมีฝัน ฝันของเธอต้องต่อสู้กับความกลัว และความเป็นห่วงลูกด้วย เธอกลัวดำน้ำมาก!!! และเป็นห่วงว่าถ้าไปเรียนดำน้ำ จะเสียเวลาอยู่กับลูกไป แต่แล้วความฝันก็มาเหนือทุกสิ่ง คุณแม่ปูฝากลูกไว้กับคุณพ่อ ขอไปตามฝันท่องทะเลหน่อยเถอะ เธอต่อสู้ความกลัวตั้งแต่วันแรกที่ไปเรียนดำน้ำ แต่ในที่สุดพลังของแม่ มาเหนือทุกสิ่ง เธอเรียนสำเร็จ ได้ไปดำน้ำจริง และไปสอบผ่านฉลุย หลังจากนี้คุณแม่ปูดำน้ำเป็นแล้ว และเธอจะไปดำน้ำที่ไหนในโลกก็ได้ ท้องทะเลก็กลายเป็นเพื่อนเล็กๆ ของเธอไป ลองอ่านดูนะคะ สนุกมากกกกกกๆ จริงๆ ค่ะ     อะไรนะ! ว่ายน้ำไม่เป็น กลัวทะเล แล้วจะไปเรียนดำน้ำ? เหตุการณ์ที่จะเล่าต่อไปนี้มานั่งคิดๆ ดูก็ไม่รู้ว่าลูกบ้าแบบนี้มาจากไหน อาจเพราะว่าพอคนเราใช้ชีวิตถึงจุดๆ หนึ่งก็มีคำถามกับตัวเองว่าเรามาได้แค่นี้เหรอ ชีวิตที่ผ่านมาไม่เคยตั้งโจทย์ยากให้ตัวเองแล้วทำได้เลยซักครั้ง ผู้หญิงที่เพลย์เซฟมาตลอด เราจะพังความกลัวในใจที่เคยคิดมาตลอดว่าเป็นไปไม่ได้ได้มั้ย และนี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้น...   ชีวิตของเราตั้งแต่เด็กจนโตเอาเป็นว่าไม่ถูกกับน้ำ ว่ายน้ำไม่เป็นไม่เคยเรียนว่ายน้ำ ลงสระเล่นน้ำได้ แต่จะต้องมั่นใจแล้วว่าสระตรงนั้นลึกไม่เกิน 1.5 เมตร แล้วก็ลงไปยืนๆ เดินๆ ตีขาเหมือน 4 ขวบแล้วก็ขึ้นมาเหล่หนุ่มริมสระ เบ้ปากให้กีฬาแอดเวนเจอร์ กิจกรรมเอาท์ดอร์เสี่ยงฝ้าเหรอบ้าไปแล้ว! ไม่ไปแน่นอน ยิ่งอะไรเกี่ยวกับน้ำบอกเลยว่าไม่มีในสมอง แต่ชิวิตมักมีเรื่องผกผันเสมอ วันหนึ่งได้เจอกับพี่วิว พี่ช่างภาพที่รู้จักกันมานานแต่ห่างหายไม่ได้เจอกันหลายปี กลับมาเจอกันอีกทีเลยได้คุยกันว่าพี่วิวไปสอบเป็นครูสอนดำน้ำมา ฟังแรกๆ ก็บอกว่า “ดีนะ ถ้าปูว่ายน้ำเป็นคงไปเรียนกับพี่วิวแล้ว” แต่พี่วิวมาทิ้งบอมบ์จุดประกายขึ้นมาว่า “ดำน้ำไม่ต้องว่ายน้ำเป็นก็ได้นะ มีคนว่ายไม่เป็นเรียนตั้งเยอะ” หืมมมมม เป็นไปได้เหรอ ลงไปกลางทะเลเลยนะ ชีวิตนี้ไม่เคยลงน้ำแบบขาแตะพื้นไม่ถึง เคยไปเที่ยวเกาะตาชัย คนอื่นเขาไปดำสน็อคเกิลกันโครมๆ เราไปนั่งเขี่ยทรายอยู่ริมทะเลเหงาๆ คนเดียว อันนี้ต้องลงน้ำเป็นสิบๆ เมตรจะไหวมั้ย เอาความกลับมาปรึกษาเพื่อนๆ น้องๆ ทุกคนตกลงว่า ไป! ไปเรียนกัน เรียนกับพี่วิวผู้ใจดี คงไม่ปล่อยให้เราเป็นอะไรมั้ง   และแล้ววันเรียนวันแรกก็มาถึง เราตกลงใจเรียนที่ Pattana Scuba Club ก่อนมาเรียนเล็กน้อย เพิ่งรู้ว่าครูอีกคนที่สอนคือครูเต๊ปสุดหล่อ ถ้าจำกันได้ เขาคือพิธีกรรายการวัยรุ่นสุดฮิตสมัยก่อนอย่าง OIC โอเอ็มจีค่ะ ครูหล่อบอกต่อด้วย เอาล่ะ ดึงสติกลับมา นาทีนั้นบอกตรงๆ อะไรก็ฉุดความเครียดไม่อยู่ นอนไม่หลับ จะลงน้ำได้มั้ย จะหายใจยังไง กลัวๆๆๆๆ   [caption id="attachment_904" align="aligncenter" width="600"] นี่ล่ะ ครูเต๊ปสุดฮ้อต! @tepkeerati[/caption] ช่วงเช้าเรียนทฤษฎีในห้องเรียน มีตำราเล่มหนาๆ ศัพท์แปลกๆ เรียนท่าคุยกันในน้ำ ในท้องมวนไปหมด ตอนบ่ายนี้ตายแน่ๆ คิดตลอดทุกนาทีว่าพร้อมเท ถ้าไม่โอเคกลับบ้าน แต่ทุกคนก็ประคองจิตใจ เริ่มเรียนรู้วิธีใช้อุปกรณ์ ถังก็หนัก สายอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด ขั้นตอนเช็คความปลอดภัย คิดอยู่ในใจว่าจะรอดเหรอ ใส่รองเท้ายังลืมผูกเชือกเลย เปลี่ยนชุดมาแล้ว ก็เริ่มลงน้ำ ค่อยยังชั่วหน่อยที่ฝึกแรกๆ จะลงไปในสระที่ไม่ค่อยลึกมาก ลงไปนั่งคุกเข่าฝึก skill แต่ละอัน   วินาทีแรกที่คาบเรกูเลเตอร์ ค่อยๆ ลงไปแล้วหายใจผ่านทางปาก ความหนาแน่นของน้ำทำให้รู้สึกอึดอัดเหมือนจะหายใจไม่ออก อาการแพนิกเริ่มมา แต่ทุกคนที่ไปเรียนนิ่งมาก เราเองก็ไม่อยากเสียหน้า ไม่อยากให้เธอลำบากใจหากเธอได้พบคนใหม่ ไม่ใช่...นั่นเพลง! พยายามคุมสติ ปรับตัวซักพักเริ่มคุ้นเคยกับอุปกรณ์ แต่ด้วยความตื่นเต้นเลยทำให้บางครั้งเผลอกลั้นหายใจ พอกลั้นหายใจ ปอดจะขยายเหมือนลูกโป่ง ตัวก็ลอยสิ ต่อสู้กับตัวเองด้วยท่าประหลาดๆ ซักพักก็ต้องฝึกตัวเองให้หายใจเข้าออก สงบสติอารมณ์ เรียนสถานการณ์ต่างๆ ไปจนถึงฝึกถอดใส่แว่น และความกลัวก็มาปะทะจริงๆ เพราะหลังจากถอดแว่นแล้วแรงดันน้ำเข้าจมูกแบบเต็มแรง สำลักจนรีบพุ่งพรวดขึ้นมาเหนือน้ำทันที ลืมไปหมดว่าครูพี่เต็ปและครูพี่วิวบอกเอาไว้ว่ามีอะไรให้แก้ไขในน้ำ ห้ามทะลึ่งขึ้นมาเหนือน้ำ เพราะไปทะเลจริง ลงน้ำไปลึกๆ เราไม่สามารถขึ้นมาเหนือน้ำได้ทันที อันตรายถึงชีวิตเลยนะ ถึงจะรู้แต่พอเรียนๆ ไปก็ยังทำท่าขอขึ้น ดีที่ครูพี่วิวใจแข็งมาก เข้ามาจับแขนมองตาจนเราค่อยๆ ใจเย็น ไม่ขึ้นก็ไม่ขึ้น สู้กับตัวเองดูซักตั้ง พาร์ทที่สอง หนักเข้าไปอีกคือไปฝึกลอยตัวตรงสระที่ลึก 5 เมตร! แค่หันไปมองก็เกือบจะเป็นลม ถามตัวเองซ้ำๆ นี่เรามาทำอะไรที่นี่ โชคดีที่มีบัดดี้คือน้องที่มาเรียนด้วยกันและครูพี่วิวที่อยู่ใกล้ๆ ให้อุ่นใจ เราก็ฝึกไปเรื่อยๆ เขาให้ลอยตัวต่ำๆ ก็ลอยไปถึงผิวน้ำบ้าง ไม่ก็จมหน้าถูพื้นสระ คำถามในใจแว่บขึ้นมาอีกแล้วนี่ไม่ใช่ทางของเราเลย มาทำอะไรที่นี่!! จบวันแรกไปด้วยความงอแง พรุ่งนี้ไม่มาแล้ว มันยาก ปวดหัวไปหมด พอตื่นเช้ามาอีกวันคิดว่าถ้าเราไม่ไปวันนี้รู้สึกขี้แพ้ยังไงไม่รู้ เราจะมีหน้าไปบอกใครว่าเราทำอะไรสำเร็จบ้าง ไปให้จบๆ แล้วกัน วันที่สองเรียนทฤษฎีแล้วก็ลงสระสเต็ปเดิม แต่มีฝึกกระโดดน้ำเพิ่มด้วยท่า Giant Strike มือนึงจับเข็มขัดน้ำหนัก อีกมือจับแว่น สะพายถังที่หนักมากข้างหลัง แน่นอนว่าเราทำไม่ได้ถูกแน่นอน เรียนจบวันนั้นคิดว่ามาครึ่งทางแล้ว ข้อสอบปึกใหญ่กับสอบปฏิบัติรอเราอยู่อีกสองสีปดาห์ เป็นสองสัปดาห์ที่ไม่มีความสุข ไม่อยากไป ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมาใครจะช่วยเรา ถ้าน้ำทะเลเข้าหน้าเข้าจมูกที่ความลึกสิบกว่าเมตรจะทำยังไง ปรึกษาคนที่เคยสอบแล้ว ทุกคนก็ดูชิลล์ๆ ดูสนุกเพลิดเพลิน ใช่สิ เพราะทุกคนว่ายน้ำเป็นอยู่แล้ว แต่เราไม่เคยลงทะเลซักครั้งในชีวิตเลยนะ เถียงกับตัวเองอยู่หลายวัน และก็ถึงวันที่ต้องไปสอบที่สัตหีบด้วยจิตใจปวดร้าวและนอยด์หนักมาก ก็บอกแล้วว่าไม่เคยชอบเดินทางด้วยเรือ ไม่เอาอะไรเกี่ยวกับน้ำ พอลงทะเลครั้งแรกแค่เรือโคลงเคลงก็ใจคอไม่ดี ถึงจุดที่จะลง คนที่ไปสอบทั้งเรือดูเฮฮา มีความสุขที่จะลงทะเล แต่เราไม่เลย เครียดขีดสุด แต่ก็แต่งตัวเตรียมอุปกรณ์ สะพายถังหนักมาก ทรงตัวไม่ได้ คลื่นก็มา สงสารพี่ที่กราบเรือขั้นสุด เพราะเราโวยวายตลอดเวลา เรา: “พี่คะๆๆๆๆ ถังหนักค่ะ ไม่ไหวแล้วค่ะๆๆๆ” พี่กราบเรือ “ผมจับให้อยู่ครับ” ระหว่างนั้นเรือก็โคลงไม่หยุด มือเราก็คว้าจับไปเรื่อยจนป้าบไปโดนเป้ากางเกงพี่เค้าเข้าให้ เรา: “อุ่ย” อยู่ไม่ได้แล้ว โดดเหอะ ตู้ม!! แค่กๆๆๆๆ น้ำทะเลเค็มมากกกกก เข้าเต็มสองรูจมูก ตอนลงเผลอเอามือที่กดหน้ากากออก สำลักน้ำเข้าไปเต็มที่ จะรอดม้ายยยยย นี่แค่เริ่มนะ จากนั้นไต่เชือกลงไปสอบสกิล คุมสติแล้วทำตามขั้นตอนที่เรียกมา ค่อยๆ ทำ ไม่ต้องรีบ ทำผ่านหมด! อุปสรรคต่อไปคือหอยเม่น เพราะก่อนมาพี่สาวที่รักยิ่งดันเล่าประสบการณ์หอยเม่นตำเท้า เจ็บปวดมาก ความกลัวนี้ฝังหัวทำให้กลัวหอยเม่นหนักมาก ครูพี่วิวพาว่ายไปดูสัตว์ต่างๆ ใต้ทะเล ก็รู้สึกตะลึงกับโลกใต้น้ำมาก แต่จุดที่ลงครั้งแรกน้ำค่อนข้างขุ่นและยังหวาดระแวงหอยเม่นที่มีอยู่ทุกที่ ไร้ความเอนจอยใดๆ ทั้งสิ้น เรื่องราวที่เหมือนจะจบไม่สวย พร้อมกับจะบอกทุกคนเมื่อกลับไปว่าดำน้ำไม่เห็นจะมีอะไรเลยก็มาเปลี่ยนทันที เมื่อเรามีไดฟ์ไปดำที่บริเวณที่เรียกว่า สันฉลาม ตอนอยู่บนผิวน้ำก้มลงไปดู โอ้โห น้ำใสขั้นสุด แต่ลึกมาก อาการสั่นมาอีกแล้ว และครั้งนี้ลงแบบไร้เชือกไต่ เหมือนค่อยๆ จมลงน้ำ กลัวมาก กลัวความสูงอยู่แล้ว แต่มาถึงขนาดนี้ก็ต้องไปให้สุด แต่ความกลัวทั้งหมดแทบจะหมดไป เพราะแนวปะการังและสัตว์ใต้ทะเลสวยมาก สวยจนลืมความกลัว ปัญญาเกิดว่าทำไมคนถึงรักโลกใต้ท้องทะเล เพราะสงบ สวยอลัง รักธรรมชาติ รักน้ำ รักปลา รักซากุระจริงๆ เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นใน 30 นาทีจริงๆ นะ เพราะแนวปะการังแถวนั้นเหมือนฉากงานศิลปะ หอยตัวเล็กๆ สีชมพูสีเขียวสะท้อนแสง ปลาสีเหลืองทั้งฝูงบินผ่านหน้า ปะการังสีสด รู้สึกว่าธรรมชาติสร้างสิ่งที่สวยจับใจและถ้าเราไม่มาดำน้ำ เราจะไม่เห็นสิ่งนี้ด้วยตาตัวเอง ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยเห็นมาเลยในชีวิต ดำไปก็เข้าใจสัจธรรมว่าเราเป็นแค่สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ปัญหาที่เราเคยเจอเทียบไม่ได้กับภาพข้างหน้านี้ และไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ ถ้าเราเชื่อว่าทำได้ เราล่องเรือกลับมาพร้อมกับความรู้สึกเป็นคนใหม่ กล้าจะบอกทุกคนว่าเราทำได้ จากที่คิดว่าสอบเสร็จคงจบกัน แต่ตอนนี้เตรียมหาทริปดำน้ำครั้งต่อไปทันที เพราะดำน้ำไม่ใช่แค่ลงไปดูความสวยงามของธรรมชาติข้างนอก แต่การมาเรียนครั้งนี้กลับทำให้เราได้เข้าไปดำดิ่งข้างในใจ ใช้เวลากับตัวเองอย่างสงบจริงๆ   Special Thanks: น้องปู ปิยนุช ชัยชาญพิมล โรงเรียนดำน้ำ Pattana Scuba Club Facebook.com/momscream Copyright 2019 www.momscream.com

SCHOOLS

รวม!!! สุดยอดคอร์สน่าเรียนปิดเทอม ปี 2562

  ปิดเทอมนี้ ลูกอยากทำอะไร? เรียนภาษาอังกฤษ งานศิลปะ หรือชอบแนวเดินป่าผจญภัย พาไปเจอเพื่อนใหม่และทำกิจกรรมสนุกๆดีกว่า Momscream ค้นหามาให้แล้ว ที่เรียน แคมป์สอน กิจกรรมดีๆช่วงปิดเทอม น่าสนใจมากๆ มีทั้งแบบไปเช้า-เย็นกลับ เข้าค่ายแบบค้างคืนกับเพื่อนๆ แม่ๆดูเลย แบบไหนที่ลูกน่าจะสนใจและสนุกได้ในช่วงปิดเทอมนี้      Attic Studios’ Summer Art Camp เรียนรู้ศิลปะผ่านสื่อสร้างสรรค์และเทคนิคใหม่ๆ เมื่อไหร่: เวลา: 10.00น.-13.00น. (โปรดตรวจสอบตารางสอนในเว็บไซต์) เด็กอายุ: 6 – 11 ปี มีคอร์สสำหรับเด็กโตและผู้ใหญ่ด้วย เท่าไหร่: 1,200 บาท ต่อวัน / 6,000 บาท สำหรับ 6 คอร์ส ที่ไหน: ถ. สุขุมวิท ซ. 31 ติดต่อ: โทร. 093-950-0046 / 02-62562-0224 e-mail: info@attic-studios.com www.attic-studios.com / Facebook/AtticStudios   ABC Pathways English Camp 2019 เสริมสร้างพัฒนาการผ่านธีมกิจกรรมที่หลากหลายโดยใช้ภาษาอังกฤษ ในโรงเรียนอนุบาลอินเตอร์ เมื่อไหร่: 4 มีนาคม – 10 พฤษภาคม 2562 เวลา: 8.30น.-14.00น. เด็กอายุ: 2-7 ปี เท่าไหร่: ครึ่งวัน 1,300 บาท/วัน หรือ 6,300 บาท/อาทิตย์ เต็มวัน 1,800 บาท/วัน หรือ 8,800 บาท/อาทิตย์ ที่ไหน: 92/32 ซ. ทวีศักดิ์ ถ. สุขุมวิท ซ. 31 เขตวัฒนา ติดต่อ: โทร. 02-260-6888 e-mail: enquiry@abcpathways.co.th www.abcpathways.co.th / Facebook/abcpathwaysBangkok   BEC-TERO Music Summer Camp แคมป์สนุกๆช่วงปิดเทอมที่บูรณาการทั้งดนตรีและภาษาอังกฤษให้น้องๆได้สนุกและเรียนรู้ไปพร้อมๆกัน เสริมด้วยกับกิจกรรมร้อง เล่น เต้น รำ สร้างความมั่นใจ พัฒนาบุคลิกภาพเด็กๆ จะได้สนุกกับการเรียนเปียโนออนไลน์รูปแบบอินเตอร์แอ็คทีฟ(Interactive) พร้อมกับการเรียนภาษาอังกฤษสำเนียงเป๊ะ ฝึกพูด และกล้าแสดงออกมากขึ้น เมื่อไหร่: 14 มีนาคม - 11 เมษายน 2562 (วันจันทร์ – ศุกร์) พร้อมของว่าง และอาหารกลางวัน เด็กอายุ: 5-12 ปี เท่าไหร่: 10,900 บาท ที่ไหน: อาคารมาลีนนท์ ถ. พระราม 4 ติดต่อ: โทร. 065-214-1666 / www.bectero.com/musiccourse / Facebook/becteromusiccourse   Bricks 4 Kidz หลักสูตรพัฒนาทักษะเด็กตามหลักสูตร STEM เรียนรู้ผ่านตัวต่อเลโก้อย่างสนุกกับขัวข้อสร้างสรรค์ เมื่อไหร่: วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 9.30น. – 12.30น. หรือ 15.00น. ตลอดเดือน มีนาคม – พฤษภาคม เด็กอายุ: 4 ปีขึ้นไป เท่าไหร่: 6,750 บาท/อาทิตย์ หรือเพิ่ม 1,000 บาท สำหรับคอร์สเรียนถึง 15.00น. ที่ไหน: สาขา เซ็นทรัลลาดพร้าว / เดอะวอล์ค เกษตร-นวมินทร์ / เซ็นทรัลปิ่นเกล้า / เค วิลเลจ / พาราไดซ์ ปาร์ค / เจ ปาร์ค ศรีราชา (รายละเอียดและเบอร์โทร ดูเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์) ติดต่อ: www.bricks4kidz.co.th / Facebook/B4KThailand   Bright Skies International School Summer Camp เน้นการใช้ภาษาอังกฤษผ่านกิจกรรมต่างๆ ในบรรยากาศโรงเรียนอนุบาลอินเตอร์ เมื่อไหร่: 11 มีนาคม – 5 เมษายน 2562 เด็กอายุ: 3-6 ปี เท่าไหร่: 8,000 บาท/อาทิตย์ ที่ไหน: 11 เอกมัย ซ.6 ถ. สุขุมวิท 63 ติดต่อ: โทร. 02-381-7137 e-mail: admin@brightskiesinternationalschool.com www.brightskiesinternationalschool.com / Facebook/brightskies   English in Forest Camp ครั้งที่ 3 เรียนรู้ภาษาอังกฤษท่ามกลางธรรมชาติและทำกิจกรรมกลุ่ม เช่น กิจกรรม Guess Me กิจกรรม Mysterious Forest กิจกรรม English is around us เป็นต้น เพื่อให้น้องๆ เรียนรู้ทักษะการทำงานเป็นกลุ่มและได้ฝึกใช้ทักษะภาษาอังกฤษในกิจกรรมต่างๆอย่างสนุกสนานท่ามกลางธรรมชาติของบ้านร้อยป่า เมื่อไหร่: 23-24 มีนาคม 2562 เด็กอายุ: วัยประถม-มัธยม เท่าไหร่: 1,900 บาท ที่ไหน: บ้านร้อยป่า จ. ปทุมธานี ติดต่อ: โทร. 084-5124012 / Line: pairyjirayaka / Facebook/English in Forest Camp   Homeroom - Summer Leadership Camp 2019 ค้นหาความมหัศจรรย์ในตนเอง ผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์ ซึ่งสร้างการเรียนรู้ในการจัดการกับอารมณ์ และความรู้สึกของตนเอง ฝึกการใช้ความคิด และการแสดงออกต่อบุคคลรอบข้าง รู้จักทำความเข้าใจจิตใจของผู้อื่น รู้จักสร้างทัศนคติในแง่บวกให้กับตนเอง พัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี รวมไปถึงการสร้างแรงบันดาลใจให้เชื่อมั่นในความฝันของตนเองด้วย เมื่อไหร่: 4-7 เมษายน 2562 (4 วัน 3 คืน) อายุ: 10 – 18 ปี ราคา: 4,900 บาท ที่ไหน: ณ วรบุรี อโยธยา รีสอร์ท&สปา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ติดต่อ: โทร. 089-080-7401 หรือ 085-006-6884 / Line@: @artiseverywhere / E-mail : Artiseverywhere.hr@gmail.com Facebook/artiseverywhere.hr   KiddyKare International Kindergarten Summer Camp กิจกรรมหลากหลายในโรงเรียนอนุบาลอินเตอร์ เช่น โฟนิคส์ เลข ศิลปพ ว่ายน้ำ เต้น การเล่าเรื่อง การเล่นกีฬาทางในร่มและกลางแจ้ง เมื่อไหร่: 25 ก.พ.-31 พฤษภาคม 2562 วันจันทร์ –ศุกร์ เวลา: 9.00น.-13.00น. เด็กอายุ: 1.5 - 6 ปี เท่าไหร่: 8,000 บาท /อาทิตย์ (รวมอาหารกลางวันและของว่าง) ที่ไหน: ถ. สุขุมวิท 26 เขตวัฒนา ติดต่อ: โทร. 02-665-6777 / 089-200-8896 e-mail: info.kkare@kiddykare.ac.th www.kiddykare.ac.th   Little Footsteps “The Mash Up Camp” เรียนรู้ผ่านกิจกรรมหลากหลายธีม เช่น Under the Sea, Color Me Messy, Hunters and Gatherers, Little Makers Got Talent, The Splash Fun เมื่อไหร่: 11 มีนาคม - 12 เมษายน 2562 / 9.30น.-15.30น. เด็กอายุ: 3 – 8 ปี เท่าไหร่: 1,800 บาท ต่อวัน / ฿900 ครึ่งวัน ที่ไหน: ถ.ศรีนครินทร์ เขตประเวศ ติดต่อ: โทร. 089-893-6988 / e-mail:littlefootstepsfun@gmail.com / Facebook.com/littlefootstepsfun   Little Maple Nursery “English Summer Course 2019” เรียนภาษาอังกฤษผ่านการทำโปรเจ็ค การทำอาหาร และสื่อสร้างสรรค์ เมื่อไหร่: Group A: 11-26 มีนาคม / Group B: 13-28 มีนาคม / Group C: 2-10 พฤษภาคม เด็กอายุ: 3.6 – 8 ปี เท่าไหร่: 8,500 บาท/คอร์ส หรือ 750 บาท/วัน ที่ไหน: สาทร ซ. 9 ถนนสาทรใต้ ติดต่อ: โทร. 02-286-2772 / 087-495-5490 e-mail: littlemaplenursery@yahoo.com www.littlemaplenursery.com / Facebook/littlemaplenurseryfanpage   Mad Science Summer Camp 2019 ทดลองสนุก เล่นกับเพื่อน ๆ สนุก ได้ความรู้ กับ Mad Science Summer camp เด็กๆ จะได้ทำกิจกรรมแบบมีส่วนร่วม ได้ทดลองด้วยตัวเอง ได้คิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาร่วมกับเพื่อนๆ ผ่านกิจกรรมมากมายทั้งวิทยาศาสตร์ และ STEM เมื่อไหร่: เรียนหลักสูตรละ 5 วัน จันทร์ - ศุกร์ 9.00-12.00น. และ 13.00-16.00น. 4 มีนาคม 2562 – 3 พฤษภาคม 2562 เด็กอายุ: 3-5 ปี / 6-12 ปี เท่าไหร่: 4,800 บาท / ค่าย / หลักสูตร (รวมอุปกรณ์การสอน, ของแจก take home และอาหารว่าง) ที่ไหน: ถ. สุขุมวิท 40 ติดต่อ: โทร. 02-391-2690-2 / www.madsciencethai.com / Facebook/madsciencethai   Math Money Camp ค่ายคณิตศาสตร์แบบบูรณาการแสนสนุกจากสนามเด็กเล่น ที่เน้นให้เด็กๆได้สนุกกับการการผจญภัยอุดมความรู้ผ่านกิจกรรม เกม และภารกิจมากมาย เมื่อไหร่: 29 – 31 มีนาคม 2562 อายุ: 9 – 13 ปี เท่าไหร่: 6,200 บาท ที่ไหน: ศูนย์วิชาการและนันทนาการเซนต์คาเบรียล อ.ปากเกร็ดจ.นนทบุรี ติดต่อ: โทร. 089-500-9181 / email: kidsplayground.in.th@gmail.com / Line@ : @sanamdeklen / Facebook/kidsplayground.in.th   Music Act Art Summer Camp พาน้องๆไปท่องป่าหรรษา กับกิจกรรมสร้างสรรค์ที่น้องๆจะได้เรียนรู้ทั้ง ดนตรี ศิลปะ และการแสดง ตลอด 10 วันเต็ม ซึ่งในกิจกรรมครั้งนี้ ทางมีภูมิได้เพิ่มเติมความเข้มข้นของกิจกรรมให้กับน้องๆ โดยร่วมมือกับ “เด็กชุ่ย” ที่จะพาน้องๆไปแต่งแต้ม ระบายสีป่าหรรษา อย่างสร้างสรรค์และไร้ขอบเขต เมื่อไหร่: 18 – 29 มีนาคม 2562 (วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00น. – 15.00น.) เด็กอายุ: 6-12 ปี ที่ไหน: ช่างชุ่ย (ฝั่งกรีนโซน) ถนนสิรินธร ใกล้เซ็นทรัลปิ่นเกล้า เท่าไหร่: 8,400 บาท (รวมอาหารและของว่าง) ติดต่อ: โทร. 095-553-9224 / Line: @mephoom / www.mephoomschool.com   Pingu’s English – YLE Camp ค่ายภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษผ่านการทำกิจกรรมที่หลากหลาย และมีการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ Cambridge English: Young Learners เมื่อไหร่: เวลา : 9.30-15.30 น. รอบ Robin Hood วันที่ 19-22 มีนาคม 2562 / วันที่ 26-29 มีนาคม 2562 รอบ Spy Kids วันที่ 2-5 เมษายน 2562 รอบ Amazon Rainforest วันที่ 7-10 พฤษภาคม 2562 (โปรดตรวจสอบสาขาของแต่ละรอบอีกครั้ง) เด็กอายุ: ป.1-ป.4 เท่าไหร่: 5,600 บาท/รอบ ที่ไหน: สมาคมธรรมศาสตร์ (สาทร ซ.1) และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ติดต่อ: โทร: 081-958-0085 / Line ID: @pingusenglish / Facebook.com/pingusenglish.thailand   Rai Yodpiroon ไร่หยดพิรุฬ แคมป์ สรรค์-โดด (Creative D.N.A) แคมป์ที่จะทำให้เด็กๆกลายเป็นเด็กสร้างสรรค์และโดดเด่นในแบบของตัวเอง ผ่านการใช้ธรรมชาติและศาสตร์จิตวิทยา ทำให้เด็กๆกล้าฝัน กล้าตั้งเป้าหมาย ค้นพบทักษะและพรสวรรค์ รวมถึงการมีทิศทางและวิสัยทัศน์ให้เติบโตแบบเก่งกาจและดีงาม เมื่อไหร่: แคมป์ 2 วัน 1 คืน ตลอดเดือน มีนาคม เมษายน และพฤษภาคม 252562 (โปรดตรวจสอบรอบเพิ่มเติม) เด็กอายุ: 7-12 ปี ราคา: 9,500 บาท (รวมอาหารและที่พัก ไม่รวมค่าเดินทาง) ที่ไหน: ไร่หยดพิรุฬ จ.สิงห์บุรี ติดต่อ: โทร. 092-2480202 / LineID: @raiyodpiroon Email: raiyodpiroon@gmail.com Facebook/RaiYodpiroon / www.raiyodpiroon.com   Ramkhamhang Advent International School เรียนรู้ภาษาอังกฤษในบรรยากาศโรงเรียนนานาชาติ กับหลากหลายวิชาเรียน เช่น ภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์ ศิลปะดนตรี พลศึกษา จริยธรรม การเต้น ทำอาหาร ทำขนม ทัศนศึกษานอกสถานที่ เมื่อไหร่: วันที่ 11 มีนาคม – 3 พฤษภาคม 252562 เด็กอายุ: 2-15 ปี เท่าไหร่: ราคาจากปกติ 19,900 บาท ที่ไหน: โรงเรียนนานาชาติแอ๊ดเวนต์รามคำแหง ถนนรามคำแหง 119 ติดต่อ: โทร. 0-2370-0316 /www.rais.ac.th   Saladsil - สลัดศิลป์ “Space and Sky Artcamp Theme 2019” ความสนุกบุกฟ้าแล้วจ้า..การเดินทางผจญภัยออกท่องห้วงอวกาศ และ ฟากฟ้า ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวให้สนุกคิด สนุกทำ เด็กๆจะได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์กับภารกิจสุดพิเศษต่างๆมากมาย อาทิ ศิลปะ วาดรูป ระบายสี งานปั้น งานประดิษฐ์ ดนตรี ศิลปะการแสดง และศิลปะการทำอาหาร เมื่อไหร่: Artcamp 1 รอบ เรียน 8 วัน วันอังคารถึงวันศุกร์ เวลา 9.00-15.00น. รอบที่1: 26 ก.พ.-8 มีนาคม / รอบที่2: 12-22 มีนาคม / รอบที่3: วันที่ 2-5 เมษายน,16-19 เมษายน / รอบที่4: วันที่ 23 เมษายน- 3 พฤษภาคม 2562 เด็กอายุ: 4 ปีขึ้นไป เท่าไหร่: 5,600บาท (รวมอาหารกลางวันและอาหารว่าง) ที่ไหน: สาขาบางใหญ่ (หมู่บ้านบัวทองซอย23) สาขาสวนผัก (ทุ่งมังกรซอย8 ) ติดต่อ: โทร. 081-847-1026 , 087-8036786 / Line id: @saladsil / Facebook/ Bansaladsil / www.facebook.com/Bansaladsil   SE-ED Camp กิจกรรม SE-ED English Camp เป็นกิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษที่ไม่ใช่การเรียนภาษาอังกฤษในห้องเรียน หากแต่เป็นค่ายภาษาอังกฤษที่ให้น้อง ๆ พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษทั้ง 4 ทักษะ คือ ฟัง พูด อ่าน เขียน ผ่านการทำกิจกรรมต่าง ๆ นอกจากนี้น้อง ๆ ยังได้พัฒนาทักษะการสื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษในการสนทนาไม่น้อยกว่า 80 % ของการสื่อสารทั้งหมด เมื่อไหร่: The Amazing World of Dinosaurs วันที่: 8-11 เมษายน 2562 / สนุกคิดพิชิตเกมวางแผน วันที่: 23-26 เมษายน 2562 เด็กอายุ: 8 - 15 ปี เท่าไหร่: 8,900 บาท / 6,800 บาท (ซีเอ็ดการ์ดลด 5%) ที่ไหน: โรงแรมมวกเหล็กพาราไดซ์รีสอร์ท อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ติดต่อ: สนใจสมัครได้ที่ร้าน SE-ED Book Center ทุกสาขาทั่วประเทศ โทร. 0-2826-8348 / 091-889-9492 / e-mail: slc@se-ed.com www.fanmath.com /  Facebook.com/se.ed.learning.center   Smart D Camp ตอน...ตามหากาลิเลโอ ร่วมกันค้นหาพหุปัญญาของเด็กๆ กับกิจกรรมสนุกๆ ในบรรยากาศร่มรื่น เหมาะแก่การเรียนรู้ เมื่อไหร่: 23-27 มีนาคม 2562 (4 วัน 3 คืน) เด็กอายุ: 7-15 ปี เท่าไหร่: 8,900 บาท ที่ไหน: ภูผาผึ้ง รีสอร์ท จ.ราชบุรี ติดต่อ: โทร. 083-9039956 / www.smartdcamp.com / Facebook/smartdcamp   SMART I-CAMP หลักการ Growth Mindset – 10 วันเต็มกับการฝึก ปฎิบัติ สร้างวิธีคิด ของผู้ประสบความสำเร็จและมีความสุข – หลักสูตรค่าย 10 วัน (Day Camp) – หลักสูตรค่าย 5 วัน 4 คืน ที่โสมาภา ป่าสัก รีสอร์ท จังหวัดลพบุรี เมื่อไหร่: เดือนมีนาคม – สิงหาคม (แบ่งเป็นหลายช่วงเวลา) เด็กอายุ: 6-12 ปี / 8-16 ปี เท่าไหร่: Day Camp14,000 บาท / ค่าย 5 วัน 15,000 บาท ที่ไหน: Day Camp รามอิทรา/ทองหล่อ หรือ ค้างคืน ลพบุรี ติดต่อ:โทร. 02562-656-9154 / www.smart-icamp.com / Facebook.com/smarticamp   St. Stephen’s International School – English&Adventure Camp พัฒนาภาษาอังกฤษ ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ ผจญภัย กับการเดินป่า ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทัศนศึกษา ณ แสงธรรมส่องชีวิต เมื่อไหร่: Camp A: 17 มีนาคม - 6 เมษายน 2562 / Camp B: 21 เมษายน - 11 พฤษภาคม 2562 เด็กอายุ: 6-15 ปี เท่าไหร่: 42,500 บาท / 3 สัปดาห์ ที่ไหน: โรงเรียนนานาชาติเซนต์สตีเฟ่นส์ เขาใหญ่ ติดต่อ: โทร. 02-5130270 ต่อ 244 / E-mail: gee.t@sis.edu / www.ststephen.ac.th /  Facebook.com/khaoyaicamp.sis ใบสมัคร: https://www.ststephen.ac.th/pdf/Application%202019.pdf   The Explorer Leadership Camp The Explorer ร่วม กับ ASCENT บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำในไทย ผู้ชำนาญในการจัดฝึกอบรมโปรแกรมภาวะผู้นำสำหรับผู้บริหารระดับสูง และ Team Building เสนอ แคมป์ภาวะผู้นำ Situational Leadership for the Future Leader เป็นโปรแกรมที่เหมาะสมกับเยาวชนทั่วโลก Camp 1 - The Explorer แคมป์ภาวะผู้นำ ตอน สื่อสารอย่างผู้นำ เมื่อไหร่: 16-17 มีนาคม 2562 (2 วัน) เด็กอายุ: 9-11 ปี / 12-14 ปี / 15-18 ปี เท่าไหร่: 26,000 บาท Camp 2 - แคมป์ภาวะผู้นำ ตอน "ผู้นำทุกสถานการณ์" เมื่อไหร่: 20-21 เมษายน 2562 (2 วัน) เด็กอายุ: 9-11 ปี / 12-14 ปี / 15-18 ปี เท่าไหร่: 24,000 บาท ที่ไหน: โรงแรมมณเทียร ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ, ถ.พระราม3 ติดต่อ: โทร: 081 902 5578 / E-mail: theexplorerthai@gmail.com / www.theexplorerthai.com / Facebook/TheExplorerThai   The YouDee Camp - Youth Development ค่ายกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำโดยเน้นทักษะภาษาอังกฤษ เช่น กิจกรรมการผจญภัยกลางแจ้ง เดินป่า ศึกษาธรรมชาติ ปั่นจักรยาน การสร้างแคมป์ไฟ กีฬาต่างๆ ศิลปะและงานฝีมือ ทำอาหาร การเต้น การละคร ฯลฯ เมื่อไหร่: หลักสูตร 2สัปดาห์: วันที่: 3 มีนาคม – 16 มีนาคม 2562 / 23 มีนาคม - 5 เมษายน 2562/ 20 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2562 เด็กอายุ: 7-12 และ 13-17 ปี เท่าไหร่: International Camp 23,900 บาท Bi-Lingual 14,900 บาท ที่ไหน: ขึ้นอยู่กับแต่ละกิจกรรม ติดต่อ: โทร. 02-165-0174 / 065-530-6484 / Email: info@theyoudee.com www.theyoudee.com / Facebook.com/TheYouDee   Top Test Center “Junior English Summer Camp 2019” ค่ายภาษาอังกฤษ พัฒนาเยาวชน เตรียม GO INTER ส่งเสริมทักษะ Leadership (การเป็นผู้นำ) , Creative Thinking (ความคิดสร้างสรรค์) และพัฒนาการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ อีกทั้งจะได้เพิ่มพูนคำศัพท์มากมายจากกิจกรรมมากมายในบรรยากาศสุดมันส์ เมื่อไหร่: 21 เมษายน 2562 เวลา 08.30น. - 17.00น. อายุ: อายุ 9-16 ปี ที่ไหน: โรงเรียนพัฒนาเด็กสมองไว จ.นนทบุรี ติดต่อ: โทร. 02-739-9130 / Line@ : @TOPTESTCENTER / www.toptestcenter.com Facebook.com/TOPTESTCENTER   YMCA Plearn Kid Camp กิจกรรม ฝึกร่างกายและจิตใจ กิจกรรมต่างๆ ออกแบบมาเพื่อการอยู่ร่วมกัน จำลองชีวิต จำลองสังคม อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เมื่อไหร่: ค่ายกลางวัน ราชเทวี 18-29 มีนาคม 2562 จันทร์-ศุกร์ 09.00น. - 15.30น. เด็กอายุ: 5 -10 ปี เมื่อไหร่: ค่าย YMCA ค้างคืน จ.ระยอง วันที่: 25-29 มีนาคม 2562 / 31 มีนาคม- 4 เมษายน 2562 / 6 – 10 เมษายน 2562 เด็กอายุ: 7-15 ปี เท่าไหร่: ค่ายกลางวัน ราชเทวี 9,900 บาท / ค่ายค้างคืน บ้านฉาง 6,000 บาท ที่ไหน: ค่ายกลางวัน ราชเทวี / ค่ายค้างคืน บ้านฉาง จ.ระยอง ติดต่อ: โทร. 02-713-6580 / www.ymcabangkok.com / Facebook/ymcabangkok   อัพเดทข้อมูล วันที่ 25 ก.พ. 2562 LIKE US : Facebook.com/Momscream © Copyright 2019 www.momscream.com

MOM'S LIFE

หนังอีกเรื่องที่พ่อแม่ควรดู! ต่อให้เราเลี้ยงลูกดีแค่ไหน เขาก็ติดยาเสพติดได้

  Beautiful Boy เป็นหนังที่ดูจบแล้วสั่นสะเทือนคนเป็นแม่อย่างเราๆ มาก หนังมาจากเรื่องจริงของครอบครัวของ เดวิด เชฟ เขาเป็นนักเขียนนิวยอร์ค ไทม์ และโรลลิ่ง สโตนส์ มีลูกเป็นนิค เชฟกับภรรยาคนแรก เขาเลิกกับภรรยาตอนที่นิคอายุได้ 4 ขวบ และเดวิดแต่งงานใหม่ มีลูกมีครอบครัวที่อบอุ่น และนิคอยู่กับเดวิด ทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี ถึงเขาจะเลิกกับภรรยา แต่นิคก็ดูจะโอเค เขาเป็นเด็กที่เดวิดใช้คำว่า “ใจดี หัวใจสวยงาม” นิคเรียนดี เข้ากับเพื่อนๆได้ดี ครูของนิคเองยังบอกว่าเขาเป็นเด็กที่มีความเป็นผู้นำอีกด้วย แต่ใครจะรู้ว่านิคจะกลายเป็นคนติดยาเสพติดเป็นสิบปี เด็กที่ครอบครัวดี พ่อแม่ดี แม่ใหม่ก็แสนจะน่ารัก บ้านอบอุ่น รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ หมา และน้องที่น่ารักของนิค เดวิดมาสร้างบ้านให้อบอุ่นแบบนี้เพราะเขาอยากให้ลูกๆ ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี เขาตั้งใจให้ธรรมชาติเข้ามาในชีวิตลูก หน้าต่างห้องนอนลูกมองไปก็จะมีแต่ต้นไม้ เขาไม่มีทางรู้เลยว่า ไม่ว่าเขาจะพยายามหาสิ่งที่ดีมาให้ลูกยังไง ถ้าจะเข้าหายาเสพติด อะไรก็รั้งลูกเขาไม่อยู่ เพราะเขาพูดว่า “ทุกครั้งที่ผมคิดว่านิคคงไม่แย่ไปกว่านี้ แต่เขาก็แย่ลงทุกครั้ง”   เดวิดเจอยาเสพติดครั้งแรกคือกัญชาในกระเป๋าลูก ตอนนั้นนิคอายุได้ 11 ปี เขาตกใจมากเพราะลูกยังเด็กเกินไป และพอนิคอายุได้ 17 ปี เขาก็ได้ลองยาเสพติดมาแล้วทุกชนิด และชีวิตนิคเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเขาได้มาลองยาเสพติดที่ชื่อว่า Crystal Meth  นิคติดหนักมาก แต่เขาก็ยอมเข้าไปรักษาตัว แต่พอออกมาเขาก็กลับไปใช้อีก และก็แย่ลงๆ เขาเข้าๆ ออกๆ รักษาตัวตลอดระยะเวลาสิบปี  สิ่งที่ทำให้เดวิดเสียใจมากก็คือเขาบอกว่า “ในความรู้สึกของผม นิคคือเด็กหัวใจสวยงาม ผมมองเขายังไงเขาอ่อนโยน ใจดี มีแต่ความรัก”     หนังทำตรงนี้ได้ดีที่ว่าเราต้องน้ำตาซึมๆ เลยก็คือ ภาพที่เดวิดขอให้นิคกลับบ้านเถอะ ตัดสลับกับภาพนิคในวัยเด็กที่กำลังนั่งคุยอย่างมีความสุขกับพ่อ เห็นได้ชัดว่าทั้งสองสนิทกัน และเดวิดรักลูกมาก และนิคเป็นเด็กที่น่ารักจริงๆ ตรงนี้ล่ะที่ทำให้เราคิดเลยว่า ในสายตาของเรา ลูกเราเขาอินโนเซนท์ สวยงาม แต่เราไม่รู้จริงๆ ว่าภายในสมอง ภายในใจของลูก เขาคิดอะไร เหมือนที่เดวิดบอกว่า “นิคเขาโอเคในภายนอกที่เราเห็นมาก แต่จริงๆ ข้างในเขาดีเพรส เขาสงสัยในตัวเองตลอดเวลา และเขาตื่นตระหนกง่าย”     ประเด็นคือเราไม่รู้เลยว่าลูกเราจะคิดอะไร และจะไปใช้ยาเสพติดได้ยังไง เพราะอย่างเคสของนิคคือไม่มีใครให้เขาลอง ไม่มีใครชวนเขา แต่เขาสนใจจะไปลองเอง นิคโดนตำรวจจับ เข้าห้องอีอาร์ และมีอยู่ครั้งหนึ่งที่หมอโทร.หาพ่อเขาแล้วบอกว่า “คุณรีบมาดูลูกคุณนะ เราไม่รู้ว่าเขาจะรอดไหม?” และนิคใช้ยาเสพติดเกินขนาดไปมากกว่าหนึ่งครั้ง     หนังทำได้ดีทั้งเรื่อง ทั้งประเด็นเรื่องยาเสพติด เหตุผลที่ต้องใช้ยา ความรักของพ่อแม่ การช่วยลูกแก้ปัญหา มุมมองพ่อที่มีต่อลูกเสมอ ที่สำคัญที่สุดคือเด็กที่ติดยาอย่างนิค เขาแทบจะไม่มีอะไรกระตุกให้เขาไปติดยาเลย เขาไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่เขาเข้าไปหามันเอง หนังเรื่องนี้ไม่ได้พยายามควานหาปมของนิค แต่มองว่าคนเราไม่เหมือนกัน และเราตัดสินใครไม่ได้ว่าเขาต้องเจออะไรแย่ๆ ถึงไปติดยาเสพติด ในเคสนิคอาจเป็นเพราะสารเคมีในสมอง หรือวิธีคิดของเขา หรืออะไรก็ตาม ที่แน่ๆ เขาไม่ได้เป็นเด็กขาดความรักแน่นอน เขาคือเด็กหัวใจสวยงามในสายตาของพ่อแม่ และคนอื่นๆ   อีกฉากที่สะเทือนใจเรามาก และเป็นไคลแมกซ์ที่สุดคือฉากที่เดวิดบอกกับภรรยาคนแรกของเขาว่า “ผมยอมแล้ว ผมช่วยลูกไม่ได้ และคุณก็ช่วยเขาไม่ได้” ประโยคนี้เหมือนแทงเข้าไปกลางใจเราเลยว่า “เออจริงสิเนอะ ต่อให้เราพยายามให้ความรักเขาแค่ไหน เราอาจไม่รู้อะไรเลยก็ได้” เดวิดปล่อยให้นิคลุกขึ้นได้ด้วยตัวเขาเอง จนนิคก็ตื่นรู้ขึ้นมาได้เองจริงๆ   [caption id="attachment_7212" align="aligncenter" width="400"] ภาพวัยเด็กของนิคและเดวิดตัวจริง[/caption]   นิคคือเคสที่เดวิดบอกว่า “ครอบครัวเราโชคดี” เพราะในที่สุดนิคก็รักษาตัวเองจนหาย ตอนนี้เขาทำงาน มีภรรยา นิคคือโปรดิวเซอร์ และนักเขียนบทของซีรีย์ส Netflix ชื่อดัง 13 Reasons Why [caption id="attachment_7213" align="aligncenter" width="400"] ภาพปัจจุบันของนิคและพ่อของเขา[/caption]   เดวิดเขียนหนังสือเรื่อง “Beautiful Boy” และนิคเขียนหนังสือเรื่อง “Tweak” พอหนังสือของทั้งสองพิมพ์ออกมา ก็ถูกติดต่อจากค่ายหนังทันที ทั้งสองตกลงใจที่จะตีแผ่เรื่องของเขาออกไป เมื่อหนังฉาย เดวิดเล่าว่า “มีพ่อแม่หลายๆ ครอบครัวมากพูดกับผมว่าผมได้พูดสิ่งที่เขารู้สึกไว้หมด และมีหลายๆ คนในนั้นบอกว่า ลูกๆ เขาผ่านไปไม่ได้แบบนิค” [caption id="attachment_7205" align="aligncenter" width="450"] สตีฟ คาร์เรล รับบทเป็นเดวิด และธิโมที รับบทเป็นนิค[/caption]   แม่ๆ ลองหาหนังเรื่องนี้มาดูกันนะ เราคงประมาทไม่ได้ เราไม่รู้จริงๆ ว่าลูกเราจะเป็นยังไง แต่อย่างน้อยเราก็ควรมีความรู้เรื่องนี้ และเข้าใจเด็กๆ ที่ติดยาแบบนี้ คือพอดูเรื่องนี้จบถึงขั้นอยากไปหาความรู้เรื่องยาเสพติดเพิ่มเลยจริงๆ ลองดูนะแม่ๆ   ภาพยนต์ Beautiful Boy (2018) ชื่อไทย 'แด่ลูกชายสุดที่รัก' กำกับการแสดงโดย เฟลิกซ์ ฟาน โกรนินเกน สตีฟ คาร์เรล รับบทเป็น เดวิด เชฟ ทิโมธี ชาลาเมต์ รับบทเป็น นิค เชฟ (วัยหนุ่ม)   LIKE US : Facebook.com/Momscream © Copyright 2018 www.momscream.com

LOVE

เด็กสาวอายุ 18 ออกเดินทางรอบโลก และสร้างโรงเรียนช่วยเด็กกำพร้า 200 คนในเนปาล

  บอกเลยว่าพอดูวีดีโอเด็กผู้หญิงคนนี้จบ สิ่งแรกที่นึกคือแม่เธอเลี้ยงเธอมายังไงเนี่ย? เธอถึงมีหัวใจบริสุทธิ์ขนาดนี้ และพอรู้เรื่องที่เธอแบ็คแพ็คออกจากบ้านตอนอายุ 19 คนเดียว สรรเสริญแม่เธอเลยว่า กล้าปล่อยลูกไปได้ยังไง? เพราะในความเป็นแม่คงไม่มีอะไรที่จะรู้สึกว่าฉันทำสำเร็จแล้ว เท่ากับลูกที่เราเลี้ยงมากับมือโตขึ้นมาเป็นคนดีงาม ที่นึกถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง และยังใช้ศักยภาพตัวเอง ตั้งใจทำให้ชีวิตคนอื่นดีขึ้น ได้แบบสาวน้อยคนนี้อีกแล้ว มัมสกรีมของกรีดร้องเลยว่า เธอเจ๋งมาก!!!!     เธอคือชาวอเมริกันชื่อ แม็กกี้ ดอยน์ เธอคือผู้ก่อตั้งโรงเรียนโรงเรียนและบ้านพักพิงให้ผู้หญิงและเด็กที่ประเทศเนปาล เธอเริ่มต้นทำทุกอย่างคนเดียว และตอนนั้นเธอเพิ่งจะอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น     เรื่องของเธอเริ่มขึ้นในวันหนึ่งที่เธออายุ 18 เธอตื่นนอนขึ้นมาแล้วรู้สึกกลัวว่า เธอไม่รู้จักตัวเธอเองเลย เธอไม่รู้ว่าต้องการอะไรในชีวิต เธอเลยตัดสินใจไปแบ็คแพ็คทั่วโลก ทั้งๆ ที่เธอไม่เคยออกจากประเทศบ้านเกิดเลย เธอเดินทางไปเรื่อยๆ และวันหนึ่งเธอก็สวนกับเด็กหญิงตัวน้อย เธอสบตากับเด็กคนนี้ เด็กที่ชื่อลาโคร่า สิ่งที่เด็กคนนี้ทำคือต้องรับจ้างแบกของทุกวัน และได้ค่าจ้างวันละ 2 ดอลล่าร์     พอเธอรู้เรื่องชีวิตของเด็กคนนี้ก็รู้สึกพังกับตัวเองทันที เธอบอกว่า “ฉันได้ทำอะไรในความเป็นมนุษย์คนหนึ่งไปบ้าง?” เธอหาข้อมูลเพิ่มแล้วเจอว่ามีเด็กอีก 80 ล้านคนที่ต้องเจออะไรแบบนี้ และเธอได้เจอกับเด็กอีกคนที่ชื่อฮีม่า ฮีม่าอายุ 7 ขวบ ทุกครั้งที่เธอเจอฮีม่า ฮีม่าจะยิ้มให้เธอ เธอเลยคิดว่า “ถ้าอย่างนั้นฉันเริ่มจากฮีม่าก่อนแล้วกัน ฉันคงช่วยเด็กทุกคนในโลกไม่ได้ ฉันขอฮีม่าก่อนเลย”   เธอคิดว่าจะทำยังไงกับฮีม่า หลังจากนั้นไม่กี่อาทิตย์เธอก็จัดการให้ฮีม่าได้เข้าโรงเรียน แต่เธอก็ยังรู้สึกว่าไม่พออยู่ดี เพราะมีเด็กอีกหลายคนไม่มีบ้านอยู่ ไม่มีครอบครัว พวกเขาคือเด็กกำพร้า เธอเลยได้ความขึ้นมาพร้อมๆ กับไปเจอที่ดินผืนหนึ่ง ที่มีราคา 5,000 บาท เธอก็เลยอยากสร้างบ้านให้กับเด็กๆ กำพร้าทั้งหลาย และมีโรงเรียนด้วย เธอเลยโทร.หาพ่อแม่บอกว่า “ช่วยส่งเงินเก็บ 5,000 ดอลล่าร์ของฉันมาให้หน่อยได้ไหม?” พีคเข้าไปอีกก็คือเธอทำงานเป็นเบบี้ ซิตเตอร์มาตั้งแต่เด็กๆ เธอเริ่มเก็บเงินตั้งแต่ 6 ขวบ แล้วเธอก็ได้เอามาซื้อที่ดิน เธอสร้างบ้านให้กับเด็กๆ เนปาลต่อมา เธอเริ่มจากเด็กหนึ่งคน จนกลายเป็น 200 คน เธอมีเป้าหมายคือ “ฉันอยากสร้างโลกในแบบที่ฉันอยากเห็นทุกวัน และฉันเชื่อว่าทุกคนทำได้” เธอทิ้งท้ายไว้ว่า เรามักคิดว่าถ้าเราได้อย่างนั้น เราจะทำอย่างนี้ เราจะคิดแบบนี้ไปเรื่อยๆ แต่ถ้าเราเปลี่ยนเป็นคิดว่า “เราทำอะไรก็ได้ในสิ่งที่เรามีตอนนี้ล่ะ?” เหมือนที่เธอได้ทำไป   ตอนนี้ แม็กกี้ย้ายไปใช้ชีวิตที่เนปาลอย่างถาวร ได้สร้างโรงเรียน สร้างชีวิตใหม่ให้คนในชุมชน Kopila Valley ประเทศเนปาล นอกจากนี้เธอยังได้อุปการะเป็นแม่ให้เด็กๆเนปาลอีก 230 คน นิตยสาร Forbes ยกย่องให้เธอเป็นหนึ่งในคนมีอิทธิพลและอายุน้อยกว่า 30 ปี     แมกกี้อินสไปร์ให้เราอยากเลี้ยงลูก ให้มีหัวใจคิดถึงคนอื่นแบบเธอ ตอนนี้แมกกี้อายุ 32 แล้ว และยังคงทำบางอย่างกับโลก ในแบบที่เธออยากเห็นทุกวันต่อไป     มูลนิธิ Blink Now ที่เธอก่อตั้งเพื่อช่วยเหลือชุมชนโกปิล่า เนปาล www.blinknow.org     LIKE US : Facebook.com/Momscream © Copyright 2018 www.momscream.com    

HAPPY & HEALTHY

พี่ฉันขี้อิจฉามาตั้งแต่เด็ก พี่ไม่รักฉันเลย จนพอโตมาฉันเป็นโรคซึมเศร้า

  อยากให้แม่ๆ อ่านเรื่องนี้ของน้องคนนี้ ถ้าเราลองคิดว่าเราเป็นเธอ เราจะรู้สึกอย่างไร เธอต้องอยู่กับความรู้สึกแบบนี้ขนาดไหน ถึงค่อยๆ ดึงตัวเองขึ้นมาได้ นั่นคือความเข้มแข็งที่เธอสร้างขึ้นมาของเธอเอง ใครก็ตามที่สามารถยอมรับ และเยียวยาตัวเองได้แบบเธอ จิตใจต้องสตรองเลยทีเดียว และนั่นน่าจะเป็นสิ่งหนึ่งที่เราเองอยากให้ลูกเราเป็นอย่างนั้น เพราะถ้าวันหนึ่งแม่ไม่ได้อยู่ตรงนั้น เราจะได้แน่ใจว่า ลูกเรารอด ลองอ่านดูนะคะ   เรื่องเล่านี้เป็นเรื่องจริงของน้องคนหนึ่งที่สนิทกัน เรื่องมาจากว่าเธอบอกว่า “ช่วงนี้หนูเป็นดีเพรส ต้องไปหาหมอ” หลังจากนั้นสามเดือนเลยขอคุยกับเธอ ตอนแรกคิดว่าเธอเป็นดีเพรสเพราะเลิกกับแฟน แต่ไม่ใช่เลย “หนูมีพี่สาวที่อยากบีบคอหนู พี่เกลียดหนูมาก” พอประโยคนี้จากเธอมาปั๊บ ใจเราร่วงเลย พี่สาวเธอเป็นผู้หญิงทำงานที่ดูภายนอกไม่มีใครรู้ว่าจริงๆ แล้วมีสภาพจิตไม่ปกติ ถ้าเมื่อไหร่เห็นน้องมีความสุขจะทนไม่ได้ บางครั้งทนไม่ได้ถึงขนาดเข้าไปทำร้ายน้อง และบีบคอน้องเกือบแย่ ทำให้เธอต้องแยกกันอยู่กับพี่สาว พ่อแม่เป็นคนดูแลพี่สาว และทุกครั้งที่เธอกลับไปเยี่ยมพี่ ก็จะต้องเจอความเหวี่ยงที่ทำให้ต้องเสียใจหนักๆ ทุกครั้ง สะสมไปเรื่อยๆ เธอเลยเป็นดีเพรส   “หนูเครียดสะสมตั้งแต่เด็ก พี่สาวหนูมีพฤติกรรมเชิงก้าวร้าว และอิจฉาน้อง เราห่างกัน 6 ปี หนูไม่รู้สึกว่าเขารักหนูเลย เวลาเห็นพี่น้องคนอื่นจะรู้สึกตลอดว่ ดีจังเลย เขาเอื้ออาทรต่อกันเนอะ แต่เราไม่มีอะ จะถูกพี่รังแกแต่เด็ก พี่สาวเราแกล้งเอาลูกพี่ลูกน้องสองคนไปเล่น ปล่อยเราคนเดียวไม่ให้เล่นด้วย เรารู้สึกตั้งแต่เป็นเด็กเล็กๆ เราเล่นคนเดียวก็ได้ แตรู้สึกตลอดว่าทำไมเกลียดเราจัง แล้วจำได้ว่าเราอยู่ปอสี่ เค้าอยู่มอสี่ วันนั้นอยู่ด้วยกันสองคน เค้าบีบคอเรา แล้วย่าเดินมาเห็น ย่าทักว่าทำอะไรน้อง เค้าก็ปล่อย หลังจากนั้นก็กลัวพี่ไปเลย”   หลังจากนั้นพอโตขึ้นมาก็มีเหตุการณ์ที่พี่สาวเธอบีบคอเธอตอนโตอีก และที่ทำให้เธอตัดสินใจว่าต้องออกจากบ้านก็คือ พี่สาวเธอบีบคอแม่จนแม่พูดประโยคว่า “แม่เกือบแย่ แม่คิดว่าแม่จะตายแล้ว” เธอเปลี่ยนมาเป็นนานๆ กลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ที บางครั้งพี่สาวเธอก็ใจดีใส่ แต่บางครั้งก็เป็นหนักเหมือนเดิม ไปเรื่อยๆ อาการดีเพรสของเธอก็เริ่ม บ้านหมุน อาเจียน ควบคุมอารมณ์เศร้าไม่ได้ ร้องไห้เหมือนเด็กๆ ไม่อยากเจอทุกคนที่รัก กรี๊ด แต่ข้อดีคือเธออยากทำทุกอย่างให้หาย โชคดีเธอไปหาหมอ แล้วหมอบอกว่าเธอเป็นเคสที่รู้ตัว มีสติ หมอช่วยรักษาเธอ บวกกับเธอหากิจกรรมให้ตัวเอง ไปแคมป์ปิ้ง เดินเขา ทำงานประดิษฐ์ วิ่ง ขี่จักรยาน ในที่สุดเธอก็หาย   พอมานั่งคุยกัน สาวไปถึงเรื่องว่าทำไมพี่สาวเธอถึงเป็นแบบนี้ ทั้งแม่ หมอของเธอ หมอของพี่สาวคิดว่าตัวทริกเกอร์พี่สาวเธอเป็นมาตั้งแต่เด็กๆ เขาอาจมีภูมิคุ้มกันจิตใจไม่แข็งแกร่ง และตอนเด็กๆ พี่สาวถูกให้ปู่กับย่าเลี้ยง แต่พ่อแม่ของเธอเลี้ยงเธอ พี่สาวไม่เข้าใจตั้งแต่ตอนนั้น คิดว่าทำไมพ่อกับแม่ทิ้งเธอ และเริ่มอิจฉาน้อง อิจฉาเพื่อนๆ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ถามเธอว่าหนึ่งสิ่งที่นึกถึงความเป็นพี่สาว เธอบอกว่า “ขี้อิจฉา” เพื่อนมีของใหม่อิจฉาถึงขนาดต้องเอาของเพื่อนไปซ่อน และทนไม่ได้ถ้าเธอมีความสุข   อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ปู่และย่าตามใจพี่สาวมาก ถ้าพ่อกับแม่ดุพี่เธอเมื่อไหร่ ปู่กับย่าจะเข้ามาอุ้มไปโอ๋ทันที และอีกหลายเรื่องที่เหมือนพ่อจัดการชีวิตให้พี่สาวเธอ มีช่วงหนึ่งพ่อไม่บอกความจริง แล้วเอาพี่สาวไปปล่อยให้เรียนอยู่ต่างจังหวัด ทำให้เธอยิ่งคิดว่าถูกทิ้ง ทำให้พี่สาวโตมามีจิตใจก้าวร้าว อาการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา หมอลงความเห็นว่าพี่สาวของเธอเป็นไบโพลาร์ที่รุนแรงอยู่เหมือนกัน สิ่งที่พ่อแม่เธอทำได้ทุกวันนี้คือเงียบ และนิ่งที่สุด “แม่ทุกข์มาก แม่บอกว่าเวลาเจอพี่ให้เงียบไว้ แม่บอกว่าใครตายก่อนคนนั้นชนะ เพราะครอบครัวเราทุกข์มาก” เธอเคยซื้อของมาฝากพี่สาวครั้งหนึ่ง ถูกเอาข้าวของปาใส่ สิ่งที่เธอทำได้คือนั่งนิ่งๆ ให้พี่ปาไปเรื่อยๆ   เรื่องของน้องคนนี้ยังไม่จบ เธอยังคงใช้ชีวิตเป็นสาวทำงานตามปกติ และมีชีวิตอีกด้านที่เป็นโลกที่เธอรัก ไปเดินป่า แคมป์ปิ้ง เธอหายสนิทจากดีเพรสแล้ว และได้เรียนรู้ที่จะอยู่แบบยอมรับ และรักตัวเองจริงๆ เธอดูแลทุกคนอยู่ห่างๆ เป็นลูกที่น่ารัก เป็นน้องที่รักและเป็นห่วงพี่เสมอ เป็นเพื่อนที่อบอุ่นน่ารักของเพื่อนๆ เรื่องของเธอทำให้เรารู้สึกเลยว่า “หัวใจของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน” เราไม่สามารถเอาสแตนดาร์ดของเราไปใส่ลูก เอาความคิด ความเชื่อของเราไปใส่ลูกได้ เพราะเราไม่รู้ว่าหัวใจลูกจะต้านทานอะไรได้แค่ไหน และทำให้เรารู้ว่าเราจะเลี้ยงลูกให้มีความสุขอย่างเดียวไม่พอ เราต้องให้ลูกมีสติ รักตัวเอง และเข้าใจหัวใจคนอื่นด้วย เขาจะได้ทั้งมีความสุข และสตรอง เผื่อแผ่พลังงานดีๆ ของตัวเองไปให้คนรอบข้างได้อีกด้วย   มัมสกรีมขอขอบคุณเรื่องราวของน้องคนนี้ เธอทำให้เราต้องหันกลับมามองตัวเอง และลูกตัวน้อยข้างๆ อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง   LIKE US : Facebook.com/Momscream © Copyright 2018 www.momscream.com

SCHOOLS

16 เหตุผลที่แม่ๆ จะต้องทึ่งกับ “ดนตรีแบบซูซุกิ” และเราเรียนไปกับลูกได้ด้วยนะ

  ได้ยินชื่อนี้มานาน Suzuki Music   โรงเรียนสอนดนตรีบางแห่งจะระบุชัดเลยว่า เราสอนแบบซูซุกินะ ไม่เคยกระจ่างเท่าวันนี้ว่าซูซุกิคือการสอนแบบนี้นี่เอง เพราะมัมสกรีมได้คุยกับคุณ อ้อมพร โฆวินทะ ผู้นำเข้าการสอนหลักสูตรซูซุกิคนแรกของประเทศไทย คุณอ้อมพรเองเป็นนักไวโอลินและวิโอล่าของวง Pro Musica และเล่นคอนเสิร์ตแบบ chamber music กับกลุ่มเพื่อนนักดนตรีด้วย และยังมีสตูดิโอสอนไวโอลินสำหรับเด็กเล็ก Albyrd Violin Studio อีก ถ้าพูดถึงความเชี่ยวชาญเรื่องการสอนแบบซูซุกิ ต้องยกให้เธอเป็นตัวแม่ เพราะเธอคือแชร์ เพอร์ซันของ Thailand Association for Talent Education หลักการสอนสูตรซูซุกิโดยตรงเลยทีเดียว     และนี่คือสิ่งที่คุณอ้อมพรเล่าให้เราฟัง ว่าทำไมแม่ๆ ถึงน่าจะให้ลูกๆ ไปเรียนดนตรีแบบซูซุกิ ก็เพราะ….   1  ซูซุกิเป็นการสอนดนตรีที่เน้น “บุคลิกมาก่อน ความสามารถมาทีหลัง” แปลว่าเด็กๆ จะได้รับอินเนอร์เรื่องดนตรี ให้มีความรักในดนตรีก่อน แล้วค่อยไปพัฒนาเรื่องความสามารถทีหลัง ครูจะให้เด็กๆ ฟังดนตรี ให้ซึมซับก่อน ฟังจนคุ้นชิน จะทำให้เด็กรุ้ทำนองก่อน แล้วค่อยเรียนเรื่องตัวโน้ตทีหลัง   2  เด็กๆ ที่เรียนดนครีซูซุกิ ส่วนใหญ่โตขึ้นมาจะมีทักษะการฟังที่ดี จะมีหูที่เรียกว่า “เพอร์เฟ็คท์ พิทช์” คือฟังเพลงแล้วบอกได้ว่าเป็นตัวโน้ตอะไร   3  ซูซุกิ คือชื่อของ ชินอิชิ ซูซุกิ เขาไม่เคยไวโอลิน แต่จะฟังเสียงสีไวโอลิน แล้วสอนให้ตัวเองเล่นตามจนเล่นได้ดี พอโตขึ้นเขาไปเรียนต่อที่เยอรมัน ลุงของเขาฝากเขากับเพื่อนที่เป็นด็อคเตอร์ และเพื่อนคนนั้นก็ฝากเขากับคนเยอรมันให้ช่วยดูแลเขา และคนๆ นั้นก็คือ “อัลเบิร์ต ไอสไตน์” ซูซุกิเลยโตมากกับนักคิด นักปราชญ์รอบตัว   4  ซูซุกิค้นพบว่าเด็กเล็กๆ 3-4 ขวบ มีความสามารถแบบไร้ขีดจำกัดมาก เขาสังเกตว่าเด็กเล็กๆ จะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ   5  ซูซุกิสอนดนตรีไปตามธรรมชาติเด็ก เหมือนกับเด็กที่หัดพูด เขาไล่ไปตามสเต็ปคือ ท่ายืนจับไวโอลินที่ถูกต้อง จับคันชักที่ใช่ จับตัวไวโอลิน เขาฝึกท่าทางให้เด็กชินก่อน แล้วค่อยเอาทุกอย่างมารวมกัน เหมือนกับเด็กที่เริ่มหัดพูดเป็นคำ แล้วมารวมเป็นประโยค   6  ซูซุกิจะสอนแบบเน้นให้พ่อแม่เข้ามาเรียนด้วย เขาเชื่อว่า"ความสัมพันธ์ของแม่กับลูกมีผลต่อการเรียนของเด็ก" ช่วงแรกๆ แม่จะต้องเข้ามาเรียนด้วยทุกครั้ง เรียนฝึกท่ายืนด้วยกัน จับคันชักด้วยกัน เมื่อแม่เข้าใจก็จะช่วยดูลูกเวลาฝึกได้ แบบไม่ต้องรอครูมาเช็ค   7  พ่อแม่จะได้รู้จักลูกตัวเองมากขึ้น และลูกๆ ก็จะได้เรียนรู้ที่จะฟังพ่อแม่ด้วย และลูกจะรู้สึกเป็นทีมเวิร์คกับพ่อแม่   8  ซูซุกิเป็นการเรียนที่ไม่มีการวัดผลใดๆ จะให้เป็นใบประกาศนียบัตรเฉยๆ จะไม่เน้นให้เด็กต้องแข่งกับใคร แม้กระทั่งแข่งกับตัวเอง การก้าวไปข้างหน้าคือการได้เริ่มเรียนในสมุดโน้ตเพลงเล่มต่อไป   9  เด็กที่เรียนซูซุกิ จะรู้สึกว่าการซ้อมไม่ใช่เรื่องที่ต้องเข็นตัวเองนัก เขาจะรู้สึกว่าการเล่นไวโอลินเป็นแค่ส่วนหนึ่งของกิจกรรมของชีวิต เขาจะมีธรรมชาติของตัวเขาไหลไปกับดนตรีได้เอง   10  ซูซุกิจะเน้นให้เด็กเล่นดนตรีกันเป็นกลุ่ม เพื่อที่จะได้ให้กำลังใจกัน ผลักดันกันไปเองกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม และจะเน้นฝึกทักษะให้ทำงานร่วมกับคนอื่นด้วย เพราะในชีวิตจริง นักดนตรีต้องเล่นกันเป็นวงอยู่แล้ว   11  ซูซุกิเชื่อว่าการซ้อมดนตรีทุกวัน จะช่วยให้เด็กเป็นคนมีความเคารพคนอื่น และเชื่อฟังพ่อแม่ได้ดี และการซ้อมดนตรีจะเหมือนแปรงฟัน คือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และไม่ต้องใช้เวลาซ้อมนาน   12  เด็กๆ ที่เรียนซูซุกิ จะรู้สึกว่าความพยายามที่เราฝึกมา จะเห็นผล รู้สึกภูมิใจในตัวเอง มีคุณค่ากับตัวเอง และจะเอาแอตติจูดแบบนี้ไปพัฒนาใช้กับชีวิตในด้านอื่นๆ ตามมาด้วย   13  เมื่อเด็กๆ โตขึ้นการเรียนดนตรีแบบนี้ จะกล่อมเกลาให้เขาเป็นเด็กที่เครียดน้อยลง เวลาเขาอ่านหนังสือแล้วเริ่มเครียด เขาจะเบรคตัวเองไปเล่นดนตรี และพออยู่ในโลกของการทำงาน ดนตรีก็จะช่วยเขาได้เสมอเหมือนกัน   14  ซูซุกิเชื่อว่า “เด็กทุกคนสามารถเล่นดนตรีได้” ความเชื่อสำคัญต่อซูซุกิ ครูจะเชื่อว่าเด็กทุกคนเล่นดนตรีได้ ครูจะสอนไปช้าๆ แต่จะไม่เลิกสอน ครูจะพยายามหาแนวทางสอนที่ใช่จนเจอ เพราะเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่างเช่นเด็กบางคนที่มีกล้ามเนื้อไม่แข็งแรงพอจะเล่น ครูก็จะไม่ลดความพยายาม   15  ครูที่สอนหลักสูตรซูซุกิ จะต้องได้รับเซอร์ติไฟด์จากสถาบันซูซุกิเท่านั้น! มีที่ในเอเชีย และในเมืองไทยก็มี   16  จุดประสงค์ของซูซุกิคือไม่ได้ต้องการเห็นคนเล่นดนตรีเก่ง แต่จะสร้างเยาวชนให้มีคุณภาพ เพราะจุดมุ่งหมายแรกที่เขาคิดการสอนแบบนี้มา ก็เพื่อช่วยเด็กๆ ให้มีสภาพจิตใจที่ดีขึ้นหลังยุคสงครามโลก เหมือนที่ซูซุกิเขาเคยพูดไว้ว่า “Perhaps, music can save the world.”       มัมสกรีมขอขอบคุณ คุณอ้อมพร โฆวินทะ และถ้าใครอยากให้ลูกเรียนดนตรีกับเธอ ลองติดต่อได้ที่ Albyrd Violin Studio, ถ. สุขุมวิท 41 โทร. 02-662-6662, 061-553-6989 (โปรดนัดหมายล่วงหน้า) หรืออีเมลล์สอบถามได้ที่ e-mail: om.kowintha@gmail.com     LIKE US : Facebook.com/Momscream © Copyright 2018 www.momscream.com

SCHOOLS

Playgroup ที่เหมาะกับเด็ก 6เดือน ถึง 3ปีที่สุดเป็นยังไง? ลูกจะมีความสุขและมีพัฒนาการที่ดีได้

  ก่อนวัยอนุบาล เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่สำคัญของลูก แม้เด็กๆ วัย 6 เดือน ถึง 3 ปีจะมีการเรียนรู้ตามธรรมชาติก็จริง แต่ถ้าพ่อแม่ได้ทำกิจกรรมเสริมให้เขาได้ฝึกฝนใช้ออกมา ได้รู้สึก และเชื่อมโยงตัวเองกับสิ่งรอบตัว เขาจะสนุก มีความสุข และพ่อแม่ก็จะเข้าใจลูกตัวเองมากขึ้นด้วย นี่คือความเชื่อหลักของ Denla Playgroup ที่สร้างมาเพื่อให้เด็กๆ ได้เล่น ได้ฝึกสิ่งดีๆ ที่เขามีอยู่แล้ว กับครูผู้เชี่ยวชาญ โดยมีคุณพ่อคุณแม่อยู่ร่วมด้วย เป็นเหมือนการเริ่มต้นไปพร้อมๆ กัน เด็กๆ จะได้เตรียมความพร้อมก่อนเข้าโรงเรียนอนุบาล ที่จะต้องออกจากอ้อมอกพ่อแม่ไปจริงๆ เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในหนึ่งวันของลูกวัยนี้ กับเพลย์กรุ๊ปที่เข้าใจพวกเขา บรรยากาศสถานที่ที่ชวนให้พวกเขาอยากเล่น คุณพ่อคุณแม่จะเห็นเลยว่า ลูกเรามีอะไรที่เปล่งประกายได้ตั้งแต่วัยนี้ และเราอาจจะไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำ     มัมสกรีมได้คุยกับดร.โอม ดร.เต็มยศ ปาลเดชพงศ์ นักการศึกษารุ่นใหม่ ผู้บริหารโรงเรียนอนุบาลเด่นหล้าและคุณแพร์ วลัญช์พร ปาลเดชพงศ์ ดร.โอมกับคุณแพร์เพิ่งมีลูก และได้ให้น้องอินท์ กับน้องอรรถเข้ามาเล่นในเพลย์กรุ๊ปที่เด่นหล้าตั้งแต่อายุได้ 6 เดือน ด็อคเตอร์เล่าให้ฟังว่า “ผมทำหลักสูตรเพลย์กรุ๊ปที่นี่ตอนแรก คือทำให้ลูกผมเรียน น้องอินท์ได้เข้ามาเรียน แล้วพอมาถึงน้องอรรถลูกคนที่สอง ก็เลยเพิ่มหลักสูตร Denla Suzuki Early Childhood Education ซึ่งสอนโดยโรงเรียนสอนดนตรีเอื้อมอารีย์ ของ รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข เข้าไปด้วย” เป็นความพิเศษของเด่นหล้าที่ให้เด็กๆ ได้เล่นเพลย์กรุ๊ปกันอย่างสนุกสนาน และมีดนตรีหลักสูตรซูซูกิเพิ่มเข้าไปด้วยอีก     “พอน้องอรรถเข้าเพลย์กรุ๊ป เขาได้ทำกิจกรรมกับพี่ๆ เริ่มคลาน เดินเกาะ เขาเห็นพี่ๆ เล่นสนุกกันตั้งแต่เด็กๆ” และยิ่งพอน้องอรรถได้เรียนดนตรีหลักสูตรซูซูกิเพิ่มด้วยแล้ว ด็อคเตอร์บอกว่า “เห็นเลยครับว่าเขามีพัฒนาการขึ้นมาก เขาได้เรียนรู้จากเด็กๆ ด้วยกัน เขาจะเริ่มทำตามเพื่อนๆ ได้ แล้วค่อยๆ ซึมซับไป” แล้วพอน้องอรรถได้มาเพลย์กรุ๊ปบ่อยขึ้นๆ เขาเลยกลายเป็นเด็กที่ด็อคเตอร์บอกว่า “อารมณ์ดี แทบไม่ร้องไห้งอแงเลย และกล้ามเนื้อมือดีขึ้นมากๆ เป็นการช่วยปูพื้นฐานสำหรับเรียนต่อในชั้นอนุบาลให้เขา”     เพลย์กรุ๊ปที่เด่นหล้ากับดนตรีหลักสูตรซูซูกิ คุณพ่อคุณแม่จะเข้าไปเรียนร่วมกับลูกๆ ด้วยคุณครูจะสอนและให้พ่อแม่เอากิจกรรมไปทำกับลูกต่อที่บ้าน “เหมือนเป็นการเรียนรู้ไปด้วยกัน ครูสอนท่าโยคะนี่ ลูกเอาไปทำ แล้วแม่ที่เครียดๆ กับงานก็ทำไปกับลูกได้ด้วย” ด็อคเตอร์สังเกตด้วยว่าแม่ๆ ที่พาลูกมาก็จะมีสังคมกับแม่ๆ กันเองด้วย พอได้มาเจอเพื่อนๆ ที่มีลูกในวัยเดียวกัน และเจอปัญหาคล้ายๆ กัน แชร์อะไรด้วยกัน แทนที่จะอยู่เครียดและกังวลอยู่ที่บ้านคนเดียว พอได้รับรู้ว่าสิ่งที่เราเจอเป็นเรื่องปกติ แม่ๆ ก็เครียดน้อยลง และมีความสุขกับการเลี้ยงลูกมากขึ้นด้วย     Playgroup ของเด่นหล้า มีเรียนว่ายน้ำด้วย? แม่ๆ น่าจะเลิฟมากๆ เพราะปกติจะหาเพลย์กรุ๊ปที่มีว่ายน้ำด้วยค่อนข้างยาก และเป็นที่รู้กันในวงการโรงเรียนเลยว่า อนุบาลเด่นหล้าสอนว่ายน้ำเด็กๆ เก่งมาก คือเด็กจะชอบว่ายน้ำ และว่ายน้ำเก่งกันทั้งนั้น ด็อคเตอร์โอมก็เลยทำหลักสูตรเพลย์กรุ๊ปให้มีว่ายน้ำด้วย “เรามีหลักสูตรซูซูกิ ที่เน้นดนตรี และมีเพลย์กรุ๊ปเน้นกล้ามเนื้อให้เด็ก ให้ปีนป่ายตามสเตชั่นต่างๆ มีโยคะเด็ก ศิลปะ คุ้กกิ้ง วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ  และมีว่ายน้ำที่พิเศษมากๆ” ความยากของเรื่องว่ายน้ำคือถ้าเด็กๆ ชอบได้ตั้งแต่เด็ก โตไปเขาจะไม่กลัวน้ำ และที่Denla Playgroup มีครูที่สอนจิตวิทยาที่ดีมาก เด็กๆ จะรู้สึกว่าการเรียนว่ายน้ำเป็นหนึ่งในชีวิตเขาไปเลย   ไปทัศนศึกษาก็มีด้วยนะ เพื่อให้เพลย์กรุ๊ปสนุกขึ้น สำหรับเด็กๆ และพ่อแม่ ที่Denla Playgroup จัดให้มีไปทัศนศึกษากันตามเทศกาล มีไปวัด ทำบุญ ไปดูสัตว์ ไปตลาดน้ำ ไปที่แนววิถีเกษตร แม่ๆ จะชอบมากเพราะเหมือนลูกๆ เรามีเพื่อนไปเที่ยว แม่ๆ เองก็ได้เปิดโลกไปกับลูกๆ ด้วย   เรียนดนตรีหลักสูตรซูซูกิ เด็กๆ จะรักดนตรีไปเลย หลักสูตรนี้กำลังเป็นที่นิยมกันในระดับโลก เพราะหัวใจของหลักสูตรอยู่ที่การให้เด็กๆ ได้ฟังเพลง ฟังดนตรีก่อน ให้เสียงเพลงซึมเข้าไปในหัวใจเขาก่อน แล้วค่อยเริ่มสอนทฤษฎี พ่อแม่ก็เรียนไปกับลูกได้ด้วย ส่วนใหญ่เด็กๆ ที่เรียนหลักสูตรนี้ จะไม่เลิกเรียนดนตรีจนไปถึงตอนโต เขาจะรู้สึกว่าดนตรีเป็นส่วนหนึ่ง และจะเอาดนตรีมาเยียวยาตัวเองตอนโตได้ ซูซูกิไม่มีสอบเกรด ไม่ขยี้เรื่องการซ้อม ไม่ต้องรีบสอนให้เล่นเก่ง แต่จะให้เด็กเอาดนตรีมาทำให้ตัวเองมีความสุขมากกว่า อันนี้คุณแพร์บอกเลยว่าเห็นผลจริงๆ “มาเรียนอาทิตย์ละแค่ครั้งหรือสองครั้ง จะเห็นเลยว่าลูกเรามีความสุข เราเองก็สนุกไปด้วย ทำให้เวลาเราสอนอะไรลูก เราก็จะไม่สอนให้เขาต้องกดดันตัวเอง คือเรามีจิตวิทยาขึ้นไปเลย” และคุณครูที่สอนหลักสูตรซูซูกิ จะต้องถูกเทรนมาโดยตรง มีเซอร์ติไฟด์รับรอง และเป็นครูที่จะไม่เลิกสอนเด็ก แต่จะหาวิธีสอนให้เข้ากับเด็กแต่ละคน เหมือนช่วยพ่อแม่เติมเต็มจุดอ่อนของลูกไปด้วย   อีกเหตุผลหนึ่งที่ถ้าลูกๆ ได้เรียนเพลย์กรุ๊ปก่อน จะดีสำหรับเขาก็คือ.. “เขาจะไม่ตื่นโรงเรียน พอไปเข้าเรียนอนุบาลตอนอายุสามปี จะไม่ค่อยร้องไห้ ถ้าร้องก็แค่วันสองวัน เขาจะชินกับการมีเพื่อนๆ และจะช่วยตัวเองได้เร็ว เพราะถูกฝึกมาตั้งแต่เพลย์กรุ๊ปแล้ว ใส่รองเท้าเอง เก็บของเล่นเองได้” และที่สำคัญคือด็อคเตอร์บอกว่า “เขาจะขอบคุณเป็น ขอโทษคนอื่นเป็น เขาจะอ่อนโยน และรู้ว่าจะต้องเข้าสังคมยังไง”   พอถามว่าแล้ว ดร.โอมมีแก่นในการเลี้ยงลูกยังไง? “ผมเน้นเรื่องกีฬา และดนตรี จะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสต่างๆ ช่วยสร้างเซลล์สมอง จะเชื่อมต่อกันได้ดี ว่ายน้ำคือเรื่องความปลอดภัย ต้องว่ายน้ำให้เป็น” เป็นสิ่งที่ด็อคเตอร์บอกว่าน้องอินท์ และน้องอรรถต้องเป็นให้ได้จริงๆ และอีกอย่างคือ “ผมเลี้ยงลูกไม่ต้องเพอร์เฟ็คท์ คือเราเลี้ยงเขาให้แค่ good enough ก็พอ ผมขอให้ลูกมีความสุขก่อน ไม่ได้คาดหวังว่าเขาต้องเป็นยังไง”   ถามด็อคเตอร์ต่อว่า แล้วถ้าลูกเรากลัวน้ำ ไม่กล้าว่ายน้ำจะทำยังไงดี? ด็อคเตอร์ยิ้มหันมาทางคุณแม่คุณแม่น้องอินท์บอกว่า “ตอนแรกเขากลัวน้ำลึกมาก ก็จะบอกเขาว่าตอนแม่เด็กๆ แม่ก็กลัว แต่แม่เอาชนะได้ เพราะแม่ฝึกจนชำนาญ แล้วตอนเขาว่ายจะไปยืนข้างๆ เขา บอกเขาว่า ถ้าจมแม่จะกระโดดไปช่วยลูกนะ” เป็นเรื่องมหัศจรรย์ในความรักของคุณแม่จริงๆ ที่พอคุณแม่บอกไปแบบนั้น น้องอินท์ก็หายกลัวว่ายน้ำลึกอีกต่อไป   ทั้งน้องอินท์ และน้องอรรถในวันนี้ น้องอินท์อายุ 4.8 ปี เพิ่งแข่งว่ายน้ำ DBS Swimming Championship 2018 (ครั้งที่ 2)ระยะทาง 25 เมตร ในท่าเกาะโฟมเตะขา ฟรีสไตล์และกรรเชียง นอกจากนี้คุณครูสังเกตว่าเขามีหูที่ดีในการแยกตัวโน้ต (Pitch Skills) ส่วนน้องอรรถกำลังอยู่ในวัย 8 เดือนเป็นเด็กร่าเริง มีความสุข ชอบปีนป่าย   คุณพ่อคุณแม่คนไหนสนใจให้ลูกมาเรียนเพลย์กรุ๊ป แนะนำลองติดต่อ Denla Playgroup Tel. 099-349-7470, 02-459-5691-4 Facebook.com/DenlaPlaygroup Line: @denlaplaygroup   Denla Suzuki Tel. 095-167-3318, 02-459-5691-4 Facebook.com/DenlaSuzukiMusicSchool Line: @denlasuzukimusic   LIKE US : Facebook.com/Momscream © Copyright 2018 www.momscream.com

KIDS

ลูกได้เป็นเชฟน้อย ฝึกสกิลล์มากมายให้เขาแบบสนุกๆ

  บ้านเราไม่ค่อยได้ทำอาหารหรือขนมกินเองเท่าไหร่แต่ก็อยากให้ลูกได้สัมผัสการทำอาหารและขนมด้วยตัวเองบ้าง เพื่อที่เค้าจะได้รู้ที่มาและขั้นตอนของสิ่งที่เค้ากิน ไม่ใช่เห็นแต่ขนมที่ทำเสร็จแล้วอย่างเดียว แต่ด้วยความที่แม่ไม่มีฝีมือด้านนี้เล้ยยยย แถมอุปกรณ์ที่บ้านก็ไม่ค่อยจะพร้อม ก็เลยต้องหาตัวช่วย! ได้มาเจอกับครูฟางจาก Green Wandery โรงเรียนสอนทำอาหารสำหรับเด็กที่เรียนกันในเรือนกระจกใต้เงาไม้ร่มรื่นกลางสวน มีแสงแดดส่องรำไร แค่เห็นรูปในเฟซบุ๊คก็หลงรักจนต้องตามไปเรียนถึงที่กันเลย...   ครั้งแรกที่ไป ขอบอกก่อนว่าแอบหลงรักสถานที่ ต้นไม้เขียวชอุ่มรอบตัว มีเรือนกระจกเล็กๆเป็นห้องครัว ดูอบอุ่นและน่ารักมากๆ เนื่องจากเด็กๆที่มาเป็นรุ่นจิ๋ว 2.5 ขวบ เริ่มแรกครูฟางกับครูอ๊ะเลยชวนเด็กๆร้องเพลงแนะนำตัวเพื่อสร้างความคุ้นเคยกันก่อน หลังจากนั้นก็อุ่นเครื่องด้วยการทำแป้งโดว์กันก่อน เสร็จแล้วเด็กๆก็จะได้เริ่มลงมือทำขนมจากเมนูกันตั้งแต่ต้นจนจบเลย โดยแต่ละสัปดาห์ Green Wandery จะมีเมนูเตรียมไว้ให้เด็กๆทำ สลับสับเปลี่ยนไปไม่ซ้ำกัน ตรินๆได้ไปเรียนมาสองครั้ง ครั้งแรกได้ทำคัพเค้ก ครั้งที่สองทำพิซซ่าค่ะ ของโปรดทั้งนั้นเลย จากที่นั่งสังเกตดูแล้ว เด็กๆจะได้ฝึกหลายอย่างเลย การมาเข้าคลาสแต่ละครั้ง Sensory - ได้เรียนรู้สัมผัสต่างๆ (texture) อย่างการผสมแป้ง ก็ได้จับแป้งตั้งแต่เป็นผงแห้งๆ ผสมน้ำเปียกๆ กลายเป็นเนื้อหยาบๆ ได้ใช้นิ้ว ใช้มือในการนวดแป้ง ได้ดมกลิ่นส่วนผสมต่างๆ ได้เรียนรู้เรื่องสี คำศัพท์ในการทำอาหาร นอกจากนั้นยังได้ฝึกการรอคอยและการแบ่งปันด้วย อย่างเวลาต่อคิวล้างมือ หรือผลัดกันใช้อุปกรณ์   ที่ชอบมากคือครูฟางจะเน้นให้เด็กๆลงมือ และให้เลอะกันเต็มที่ ถึงจะเป็นรุ่นจิ๋วแต่ครูก็จะให้เด็กๆได้ทำเองตั้งแต่ตวงส่วนผสมกันเลย แม่ๆดูอยู่ก็ลุ้นกันเต็มที่ว่าลูกจะทำได้มั้ย ปรากฏว่าเด็กๆมีความตั้งใจมากแล้วทำได้ดีกว่าที่เราคิด บางขั้นตอนที่ต้องให้ครูทำ อย่างเช่นการใช้เครื่องปั่น เด็กๆก็ยังได้มาลองสัมผัสกับแรงสั่นสะเทือน พร้อมกับดูส่วนผสมถูกปั่นๆๆๆๆ รอบที่ทำพิซซ่านี่พอครูปั่นซอสแม่ถึงกับท้องร้อง 5555 โอ๊ยย กลิ่นมันหอมฟุ้งไปทั้งห้องเลย นอกจากทำอาหารกับครูฟาง ทุกครั้งก็จะมีกิจกรรมศิลปะเล็กๆน้อยๆกับครูอ๊ะในช่วงที่รอผลงานในเตาด้วยค่ะ ให้เด็กระบายสี ทำหน้ากากเล่น หรืออย่างวันที่ทำพิซซ่า ครูอ๊ะแจกกระดาษที่ตัดเป็นวงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม มาติดกาวแต่งหน้าพิซซ่ากระดาษ ตรินๆก็ได้ทบทวนเรื่องสีและ shape แถมไปอีกแน่ะ!   และแล้วเวลาที่เด็กๆและพ่อแม่เฝ้ารอก็มาถึงคือตอนที่ครูเอาผลงานออกมาจากเตาอบให้เด็กๆใส่กล่องแล้วก็แจกสติกเกอร์ให้เด็กๆระบายสีตกแต่งกล่องกลับบ้านกัน ถึงตอนนี้เด็กๆก็หิวพอดี แล้วจะรออะไร เอ้า กินกันเลย!   รายละเอียดคอร์สเป็นแบบ Full-Day โดยแบ่งช่วงเวลา เป็น 10:00-12:00 Cooking class 12:00-13:00 Lunch Break จากฝีมือของเด็กๆ 13:00-14:00 Fun Activity Class 14:00-14:30 Snack Break - คอร์สวันอังคาร พุธ พฤหัส เวลา 10:00-14:30น. ที่ green wondery สาขา กรุงเทพกรีฑา - คอร์สวันเสาร์ อาทิตย์ เวลา 10:00-14:30น. ที่ green wondery สาขา ลาดกระบัง   สนใจคอร์สเรียนทำอาหารและทำขนมสำหรับเด็กแบบนี้ ติดต่อได้ที่ Line @ovb9540d หรือ Facebook Page Green Wandery ได้เลย ขอบคุณคุณแม่ดาว และน้องตริน ที่มาเล่าประสบการณ์สนุกๆให้ Momscream นะคะ Like us > Facebook.com/Momscream Copyright 2018 www.momscream.com  

KIDS

นี่เลย เพลง Baby Shark เวอร์ชั่นออริจินัลก่อนดัง!!!

  บ้านไหนที่มีเด็กต้องรู้จักเพลง Baby Shark แน่นอน!!! แต่ก่อนที่เพลงนี้จะดัง จริงๆแล้วเพลงเบบี้ชาร์ค เคยเป็นเพลงฮิตแบบสุดๆมาแล้วที่ประเทศเยอรมันเมื่อ 11 ปีที่แล้ว!!!     เพลงภาษาเยอรมันที่มีชื่อว่าไคลเนอร์ ไฮ (Kleiner Hai) ดังมากถึงมากที่สุดในปี 2007 ผู้หญิงที่ชื่อว่าอเล็กซานเดอร์ มูลเลอร์ เป็นคนร้องและอัพมันขึ้นยูทูปจนกลายเป็นคนดังของประเทศเยอรมันนีเลยทีเดียว     นี่เลย คลิปไวรัลเบบี้ชาร์คของแท้ดั้งเดิม!!! เทียบกับเพลงเบบี้ชาร์คที่เราคุ้นเคยกันหน่อย... จริงๆแล้ว อเล็กซานเดอร์ร้องเพลงนี้กับครอบครัวมา 20 ปีแล้ว เพียงแต่ว่า เวอร์ชั่นของเธอมันจะดูน่ากลัวกว่าหน่อยเท่านั้นเอง มีทำนองแบบว่ายน้ำหนีปลาฉลามด้วย และเมื่อเธออัพมันขึ้นยูทูปเล่นๆ คลิปของเธอกลายเป็นไวรัลและมีคนดูเป็นล้านคน! ไม่นานเธอได้เดินสายร้องเพลงนี้ตามงานต่างๆ และกลายเป็นคนดังของประเทศเลยทีเดียว จนเมื่อมีบริษัทติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์ทำเพลงนี้เป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ เท่านั้นล่ะ เพลงเบบี้ชาร์คก็เกิดขึ้น กลายเป็นเพลงฮิตติดหูแบบสุดๆในทุกบ้านที่มีเด็ก!!!   Like us > Facebook.com/Momscream copyright 2018 www.momscream.com

What to wear

Mom dad & kid dare to wear

Trip & Eat


อุทยานแห่งชาติก็สนุกได้ลูก! เที่ยวไม่ต้องหรู ลูกเราจะได้ติดดินๆ TRAVEL

เมนูสวยๆ “ซาลมอน คาปาชชิโอ” เฮลธ์ตี้และอร่อยสุด ทำ 15 นาทีเสร็จ!! FOOD

Brain Box – Dinosaur

600.-

แว่นตาว่ายน้ำ Bling2o – Rainbow Rider

1190.-

Kid Poster – Animals size 50x70cm.

500.-

From Our Moms

แม่มือใหม่คนนี้เธอเลี้ยงลูกคนเดียว 3 เดือนเต็ม! ไม่ได้ออกจากบ้านแม้แต่ก้าวเดียว เธอทำได้ยังไง?

แม่ปู

ลูกสาว.. ทำให้เธอสร้างแบรนด์บิวตี้ได้ ยอดขายไปไกล 16 ประเทศทั่วโลก

แม่ออย

พาลูกไปญี่ปุ่นฝนตกทุกวัน 9 ที่เที่ยวนี้สนุกได้ไม่ต้องกลัวฝนเลย!

แม่เอ๋

แม่ฟูลไทม์คนนี้ ทำสำนักพิมพ์หนังสือเลี้ยงลูกจนดัง เวิร์คกับลูกเราทุกเล่ม!

แม่ทราย