เขาเป็นอาร์ติสท์ เป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง แต่วันนี้เขาคือพ่อสุดฮิปของลูกชาย 2 คน HAPPY & HEALTHY

Playgroup ที่เหมาะกับเด็ก 6เดือน ถึง 3ปีที่สุดเป็นยังไง? ลูกจะมีความสุขและมีพัฒนาการที่ดีได้ SCHOOLS

แอนิเมชั่นหนังสั้นที่พ่อแม่ทุกคนควรดู!!! HAPPY & HEALTHY

Uniqlo_EN
Beauty Logo
HAPPY & HEALTHY

7 นิสัยสร้างให้เด็กๆ เป็นคนครีเอทีฟได้

ยุคนี้ต่อให้เก่งยังไง แต่ถ้าไม่ครีเอทีฟ ก็อาจไม่รุ่งเท่าที่ควร ความเป็นคนที่คิดอะไรได้ครีเอทีฟ สามารถสร้างได้กันทุกคน และจะดีมากถ้าได้ฝึกเด็กๆ ให้เขาคุ้นเคยกับความครีเอทีฟตั้งแต่ยังเล็ก เราไปเจอเรื่องจะฝึกนิสัยให้ครีเอทีฟทำได้ยังไงจากด็อคเตอร์ พาวาน โซนี ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการสร้างนิสัยให้มีครีเอทีฟ ด็อคเตอร์บอกไว้ 7 ข้อ

Uncategorized

"แอน บุญช่วย" นางเอกสายเลือดไทยในการ์ตูนเรื่องใหม่ของดิสนีย์

  “Ann Boonchuay” (แอน บุญช่วย) คือนางเอกลูกครึ่งไทยในการ์ตูนเอนิเมชั่นเรื่องใหม่ของดิสนีย์เรื่อง “Amphibia” (แอมฟิเบีย) การ์ตูนเรื่องนี้ถูกสร้างโดยหนุ่มลูกครึ่งชาวไทย-อเมริกัน แมท แบรลี่ย์ โดยเขาเล่าว่ามีแรงบันดาลใจจากเรื่องราววัยเด็กที่เขาได้เคยมาเที่ยวเมืองไทย และบทบาทของแอนในเรื่องก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากยายของเขาเอง [caption id="attachment_7567" align="aligncenter" width="400"] ผู้สร้าง แทม แบรลี่ย์ (Matt Braly)[/caption] [caption id="attachment_7563" align="aligncenter" width="400"] ภาพแรงบันดาลใจวัยเด็กของแมท เมื่อได้มาเที่ยวกรุงเทพ[/caption]   นอกจากนี้เสียงพากย์ของแอนยังได้ เบรนด้า ซง สาวนักแสดงชาวไทย-ม้งที่เกิดและโตที่อเมริกาด้วย เบรนด้าเป็นนักแสดงดิสนีย์มาตั้งแต่เด็ก เธอบอกว่า ตื่นเต้นมากที่ได้มาพากย์เสียงเรื่องนี้ เธอเข้าใจวัฒนธรรมของคนไทยดี และจะพากย์แบบสุดกำลังเลยทีเดียว   [caption id="attachment_7566" align="aligncenter" width="250"] เบรนด้า ซง (Brenda Song)[/caption]   ถึงแม้การ์ตูนเรื่องนี้จะเกี่ยวกับการผจญภัยของแอนที่ได้ในโลกสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ แต่ความเป็นไทยของเธอก็ยังเด่นชัด แถมยังได้เบรนด้าที่มีคุณแม่เป็นคนไทยแท้และคุณพ่อที่โตที่เมืองไทยด้วยแล้ว การออกเสียงศัพท์ไทยในการ์ตูนนี้จึงออกมาเป๊ะเลยทีเดียว ยังไงก็ต้องขอบคุณผู้สร้างที่ทำให้ได้เผยแพร่ความเป็นไทยให้เด็กๆทั่วโลกได้รู้จัก ตอนนี้ชมตัวอย่างการ์ตูน Amphibia ได้ผ่าน Youtube Disney Chanel https://youtu.be/iC71sCG52H8 อยากรู้เรื่องราวของเบรนด้า ซงมากกว่านี้ ดูคลิปนี้เลย https://youtu.be/wD2vjqZLCVM   Credit: Facebook/BrendaSong Twitter/MattBraly Youtube/DisneyChannel LIKE US : Facebook.com/Momscream           © Copyright 2019 www.momscream.com

SCHOOLS

ซัมเมอร์นี้ให้ลูกเรียน “ผจญภัยใน 4 ทวีปของโลก” สนุกและครีเอทีฟที่สุด!!

คอร์สซัมเมอร์ที่เร้าใจแม่ๆ อย่างเรามาก แค่ได้ยินชื่อก็กระตุกแล้วกับคอร์ส “A Global Adventure” ที่โรงเรียน Denla British School จัดขึ้น นึกภาพว่าลูกๆ เราได้เรียนเรื่องโลก เรื่องทวีปต่างๆ ประเทศต่างๆ ในแบบหลักสูตรของอังกฤษที่เน้น “ความครีเอทีฟ” ล้วนๆ เขาจะสนุกและเปิดโลกขนาดไหน ที่แน่ๆ ลูกต้องติดภาษาอังกฤษสำเนียงผู้ดีอังกฤษจากครูมาพูดให้แม่ไฮๆ บ้างล่ะ รวบตึงโลกทั้งโลกไว้ภายในหนึ่งเดือนแบบนี้ น่าสนใจที่สุดแล้ว

SCHOOLS

โรงเรียนอนุบาลที่น่ารักที่สุด ทันสมัยที่สุด และเป็นธรรมชาติที่สุด

โรงเรียน วนิษา สุขุมวิท โรงเรียนอนุบาลอินเตอร์ในซอยสุขุมวิท 26 เป็นโรงเรียนของหนูดี วนิษา เรซ ร่วมคิดและก่อตั้งกับคุณแม่ คุณชุมศรี รักษ์วนิชพงศ์ ติดตามหนูดีมานาน และเมื่อไหร่ที่เจอหนูดีกับคุณชุมศรี และน้องสาวอยู่ด้วยกัน จะรู้สึกในใจขึ้นมาเลยว่า ครอบครัวนี้น่ารักที่สุด เลยยิ่งอยากรู้ว่าพอหนูดีเปิดโรงเรียนอนุบาล จะเป็นยังไงนะ อยากรู้แง่คิด หัวใจ และอยากเห็นใกล้ๆ หนูดีก็เลยเปิดโรงเรียนพาไปดู บอกเลยว่าถ้าใครมีลูกอายุกำลังจะ 2 ขวบ เตรียมไปวันโอเพ่น เดย์ของเขาได้เลยนะ จะรักโรงเรียนนี้ทันที

SCHOOLS

โรงเรียนที่ดีที่สุดให้ลูกๆ เจ้าชายวิลเลี่ยมเลือกแล้ว!!

  โรงเรียนเอกชนในประเทศผู้ดีอังกฤษขึ้นชื่อว่ามีการเรียนการสอนที่ดีเลิศระดับโลก แต่โรงเรียนแบบไหนกันล่ะ ที่จะดีพอให้เจ้าชายเจ้าหญิงเค้าเรียนกัน?   เจ้าหญิงชาร์ล็อตจะเริ่มเข้าเรียนในเดือนกันยายนปีนี้ที่โรงเรียน โธมัส แบตเตอร์ซีย์ (Thomas’s Battersea School) ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เจ้าชายจอร์จเรียนมาได้ 2 ปีแล้ว และถ้าที่นี่ดีพอสำหรับเชื้อพระวงค์ทั้งสอง แน่นอนว่าโรงเรียนนี้น่าจะต้องเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดของประเทศอังกฤษเลยก็ว่าได้ โรงเรียนเอกชนแห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านผู้ดีในกรุงลอนดอน ที่นี่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1971 มีอายุเกือบจะ 50 ปีแล้ว   โรงเรียนโธมัสเป็นโรงเรียนคริสเตียนที่ต้อนรับเด็กๆทุกศาสนา และมีชื่อเสียงเรื่องหลักสูตรการสอนที่มีวิชาพิเศษที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงคลาสโยคะสำหรับเด็กวัย 4-13 ขวบในตอนเช้า กฎที่สำคัญที่สุดของที่นี่คือการสอนให้เด็กๆ “Be Kind” หรือมีความ “ใจดี”และเน้นเรื่องความนอบน้อม ความมั่นใจ และเป็นผู้ให้ [caption id="attachment_7377" align="aligncenter" width="450"] Photo: Facebook-ThomassBattersea by Tall Grass Productions[/caption]   โรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนประมาณ 560 คน และมีวิชาสอนที่สอนโดยครูผู้เชี่ยวชาญของแต่ละวิชานั้นโดยตรงเท่านั้น และยังมีคอร์สเสริมที่น่าสนใจอีกเช่น คอร์ส Footprint (คอร์สที่จะช่วยให้เด็กๆเข้าใจตัวเองและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น) หรือ คอร์ส PSHE (Personal, Social, Health, Citizenship and Economic Education)   และถ้าพ่อแม่คนไหนสนใจจะส่งลูกเข้าเรียนที่นี่ก็คงต้องรอต่อคิวกันเลยทีเดียว และพร้อมที่จะจ่ายค่าเทอมปีละกว่า 21,000 ปอนด์ หรือ 8-9 แสนกว่าบาท ซึ่งยังไม่รวมค่าเรียนพิเศษและกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย หรือแม้แต่ค่ายูนิฟอร์มราคาแพงอีกประมาณปีละ 400 ปอนด์ หรือเกือบๆ 15,000 บาท     ดูๆแล้วถ้ามีแรงพอจะส่งลูกไปเรียนที่นี่ก็อาจจะคุ้มอยู่นะ เพราะนอกจากลูกจะมีเพื่อนเป็นเจ้าชายหรือเจ้าหญิงแล้ว ว่ากันว่าเจ้าชายวิลเลี่ยมและเจ้าหญิงเคทมักจะไปส่งลูกด้วยตัวเอง และก็ยังอยู่คุยกับบรรดาพ่อแม่ที่มาส่งลูกๆด้วย ถ้าได้กระทบไหล่ หรืออยู่ในไลน์กรุ้ปที่มีเจ้าชายและเจ้าหญิงอยู่บ้างก็น่าสนอยู่นะ     Photo credits: @kensingtonroyal / www.thomas-s.co.uk Like Us> Facebook: Momscream Copyright 2019 www.momscream.com  

LOVE

ผู้หญิงคนนี้ทำตุ๊กตา... เพื่อรักษาจิตใจเด็กที่ป่วย

เด็กที่กำลังป่วยรับการรักษาอาจมีร่างกายที่อ่อนล้า แต่การช่วยรักษาจิตใจของพวกเขาก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน ขอยกความดีให้หัวใจยิ่งใหญ่ของผู้หญิงคนนี้ที่เธอช่วยทำตุ๊กตาบรรเทาความเจ็บป่วยในใจของเด็กๆ และมันก็ได้ผลดีเสียด้วย ก่อนที่เธอจะเริ่มทำตุ๊กตาให้เด็กๆ เอมี่ แจนดริเซวิทส์ เคยทำงานเป็นนักสังคมสงเคราะห์ในแผนกเด็กป่วยที่เป็นมะเร็งที่โรงพยาบาลแห่งนึง เอมี่เคยพบเจอกับความยากเมื่อเธอพยายามจะเล่นกับเด็กๆที่ป่วย โดยเฉพาะเด็กที่รู้สึกแย่ที่พวกเขาไม่เหมือนคนอื่น เอมี่บอกว่า “ฉันมักจะใช้ตุ๊กตาเป็นตัวกลางเล่นและคุยกับเด็กๆ วันนึงระหว่างที่ฉันกำลังเล่นกับเด็ก ฉันก็พบว่าเด็กดูไม่แฮปปี้เลยที่ได้เล่นกับตุ๊กตาที่มีผมหนาเต็มหัว ในขณะที่เด็กคนนี้ป่วยและไม่มีผมเลย” หลังจากนั้นไม่นาน เอมี่ก็เกิดความคิดที่จะทำตุ๊กตาที่สามารถสะท้อนให้เด็กๆเข้าใจได้ว่าพวกเขาเองก็สวยงามเหมือนกัน ตุ๊กตาแต่ละตัวจะสะท้อนถึงเด็กคนนั้น และมันก็ทำให้เด็กๆรู้สึกอุ่นใจ เหมือนได้เพื่อนใหม่ที่ไม่มีอะไรแตกต่างจากเค้าจริงๆ พ่อแม่ที่สนใจให้เอมี่ทำตุ๊กตาให้ลูกจะแจ้งข้อมูลทั้งหมดของเด็กให้เธอเข้าใจ โดยจะมีค่าทำและค่าส่งไปรษณีย์ให้ประมาณ 100 ดอลล่าร์ นอกจากนี้เอมี่ยังประสานกับทางโรงพยาบาล เพื่อช่วยทำตุ๊กตาส่งไปให้เด็กๆที่กำลังเข้ารับการรักษา แต่ที่ไม่มีฐานะพอที่จะสั่งตุ๊กตาเองอีกด้วย เอมี่เล่าเรื่องของเธอผ่านเว็บไซต์ gofundme เพื่อหวังว่ามันจะช่วยเป็นสื่อกลางให้คนได้มีโอกาสสนับสนุนเธอให้ทำตุ๊กตาสำหรับเด็กๆที่ด้อยโอกาสมากขึ้น   ไอเดียดีงามแบบนี้ มัมสกรีมขอเป็นกำลังใจให้เลย ข้อมูลเพิ่มเติม ดูเพิ่มได้ในเฟซบุ๊คของเอมี่ A Doll Like Me   Like Us! Facebook: Momscream         Copyright 2019 www.momscream.com    

TRAVEL

แพลนทริปพาลูกไปญี่ปุ่น โอไดบะ มีที่เที่ยวสร้างจินตนาการเขาเพียบ!!

  ตั้งใจไว้เลยว่าทริปนี้อยากให้ความเจ๋งของญี่ปุ่นฉาบอินเนอร์ลูกเราซะหน่อย เราไม่รีบไปดิสนีย์แลนด์นะลูก แม่เองก็ต้องอดใจไม่ไปเดินช้อป มาพาลูกเข้าสู่โลกล้ำๆ ของญี่ปุ่นกับ 5 ที่เที่ยวว้าวๆ นี้   1  Miraikan มิวเซียมทางวิทยาศาสตร์ของญี่ปุ่น มิไรกันเหมือนจะเครียดไปสำหรับลูกมั้ย และจะวิทยาศาสตร์ไปมั้ย แต่คิดดูอีกทีลองเปิดใจเถอะ กับภาพลูกโลกอันโตแขวนไว้กลางมิวเซียม อะ แค่เห็นอาจอินสไปร์ลูกเราได้ และจะไปมิไรกันนี่ไม่ธรรมดานะ ต้องนั่งโมโนเรลไป และโมโนเรลนี่ล่ะชวนตื่นเต้นที่สุด เด็กๆ จะชอบมาก มันเหมือนเราได้เลื้อยเขาไปในเมือง ในตึกใกล้ๆ นั่งไปไม่นานก็ถึงมิไรกัน เดินผ่านสวนเข้าไปอีกนิดหน่อย ก้าวเท้าเข้าไปส่วนมิวเซียมปั๊บ ลูกโลกอันใหญ่มากกกกกมาทันที และนี่คือ “ลูกโลกที่แสดงสภาพดินฟ้าอากาศจริงๆ ของโลกตลอดเวลา” แท่สุดๆ ลูกอาจไม่เข้าใจความลึกล้ำ แต่แม่อินเลย รอบๆ ลูกโลกมีทางวิ่งลาดไปมา ตรงนี้ล่ะใครก็จับเด็กไว้ไม่อยู่ เขาเห็นแล้วจะวิ่งกรี๊ดกร๊าดกันทันที ระหว่างลูกวิ่งแนะนำให้พ่อหรือแม่อีกคนจองที่นั่งข้างหน้าเอาไว้ตรงใต้ลูกโลก เพราะเดี๋ยวจะมีโชว์หุ่นยนตร์ Asimo เด็กจะมานั่งกันเต็ม รอนับถอยหลังหุ่นยนตร์ออกมา แล้วก็มีหุ่นยนตร์น่ารักพูดได้ และเต้นมาทักทายทุกคน ลูกๆ ก็ดูเพลินๆ ไป เสร็จจากหุ่นยนตร์ก็จะมีบูธอินเตอร์แอคทีฟมากมาย สอนเด็กเรื่องโลก วิทยาศาสตร์ ให้พ่อกับแม่นั่งด้วยได้ บางมุมเป็นเหมือนห้องมืดๆ ให้เดินเข้าไป ดูลึกลับเร้าใจดี แต่ที่พีคมากก็คือที่เล่นของเด็กในนี้ โอยยยยย เห็นปั๊บก็คิดว่าเบสิคนะ ธรรมดา แต่พอได้เข้า ต้องเข้าเป็นรอบด้วย นั่งฟัง        เจ้าหน้าที่บรีฟก่อน แล้วทีนี้เหมือนลิงหลุดป่าเลย ลูกวิ่งคลั่งไปที่ทางลาดขนาดกว้าง ทิ้งตัวลงมาทันที เขาสนุกกันมากๆ กับแค่กลิ้งตกลงมาอย่างนั้นไม่เลิก มีเหมือนเป็นฟองน้ำยาวๆ ให้เอามากลิ้งด้วย เขาก็จะกลิ้งแข่งกับฟองน้ำอันนี้แน่ะ ลูกยิ้ม หัวเราะ มีความสุขกับที่นี่มาก ไม่น่าเชื่อ! ช้อปของมิไรกันก็เพลิน มีของที่เด็กชอบเพียบ ทั้งหุ่นยนตร์ ลูกบอลสีๆ เด็กๆ มายืนเกาะดูโน่นดูนี่กันใหญ่ สร้างสรรค์ๆๆ ควรไปที่สุด” เวลาเปิด-ปิด: 10.00 - 17.00น. (เปิดวันพุธ - วันจันทร์ / ปิดวันอังคาร) ราคา: เด็ก 210 JPY ผู้ใหญ่ 620 JPY (วันเสาร์และวันหยุดพิเศษจะเปิดโซนส่วนกลางให้เด็กเข้าชมฟรี) เดินทาง: – สถานี Fune-no Kagakukan / สถานี Telecom Center – รถไฟสาย Tokyo Waterfront New Transit YURIKAMOME LINE – สถานี Tokyo Teleport station – รถไฟสาย Tokyo Waterfront Area Rapid Transit RINKAI LINE ข้อมูลเพิ่มเติม:  http://www.miraikan.jst.go.jp   2  LegoLand Discovery Center ที่ห้าง Island Mall อีกที่ที่หลบฝนได้เวิร์คที่สุด นั่งรถไฟไปสถานีโอไดบะ จะเจอห้าง Island Mall เดินเข้าไปจะเจอเลโก้ แลนด์เลย ซื้อตั๋วแบบไม่ต้องลังเลเลยนะ ทางเข้าอาจดูเหมือนไม่มีอะไร แต่เข้าไปแล้วจะกรีดร้อง เริ่มเข้าก็คือต้องต่อแถวเพื่อขึ้นรถเลื่อน ไม่ใช่รถเลื่อนธรรมดาด้วย มีปืนเลเซอร์ให้เราไล่ยิงตัวต่างๆ ที่โผล่มา เหมือนเขาจะกระตุ้นต่อมให้เราตั้งแต่ก่อนเข้ายังไงไม่รู้ เข้าไปเสร็จก็จะเจอเลโก้มากมาย ตั้งเป็นด่านๆ มีอะไรให้เล่นแนวอินเทอร์แอคทีฟ แล้วที่ต้องว้าว!! กันทั้งแม่ทั้งลูกคือ จะเป็นห้องมีเมืองเป็นเลโก้ มีรถไฟแล่นผ่านเมือง ใหญ่มากๆๆๆๆ ชอบอันนี้มากเลย ดูเพลิน อลังดี เดินต่อไปยิ่งกรีดร้องหนักขึ้นเรื่อยๆ จะเป็นอีกโซนที่คราวนี้ล่ะ แม่ต้องใช้แรงกายวิ่งไล่ตามลูก เพราะเป็นด่านที่มีอะไรให้ลูกปีนป่ายเล่น ปล่อยเขาเลย ปลอดภัยชัวร์ เจ้าหน้าที่เดินตามตลอด แล้วแต่ละรอบก็แค่ครึ่งชั่วโมง ลูกชอบมาก เล่นอันนี้เสร็จนั่งพักกินน้ำ กินขนมก่อนค่อยลุยต่อก็ได้ แล้วจะมาเจอด่านต่อรถเลโก้ แล้วเอาไปทดลองให้รถวิ่งลงมาจากทางลาด อันนี้แม่คนเดียวคงไม่สามารถ สกิลล์การต่อต้องเทพเท่านั้น ก็อาจจะยืนมองเด็กญี่ปุ่นกับพ่อของเขาเล่นกันสักแป๊บ จูงลูกไปต่อที่มุมต่อเลโก้ดีกว่า มุมนี้มีเลโก้ทุกขนาด ทุกแบบวางไว้มากมาย มีเมืองเป็นตึกบ้าน ถนน อยู่ตรงกลาง เด็กๆ จะยืนล้อมรอบ ต่อกันแบบมีสมาธิ ชอบเลย ได้นั่งพัก ลูกก็จะแอบเหล่แข่งกับเด็กญี่ปุ่นข้างๆ ใครต่อสูงกว่ากันไป ปล่อยเขาเลย ข้างๆ กันมีตู้เลโก้ให้เข้าไปร้องเพลงได้ด้วย อันนี้ฮา และมีเครื่องเล่นผาดโผนทำด้วยเลโก้แบบเหาะขึ้นๆ ให้กรี๊ดกันอีก เสร็จจากโซนนี้ทั้งหมดก็ปาเข้าไปชั่วโมงครึ่งได้ เดินไปทางที่เหมือนจะเป็นทางออก นึกว่าจะหมดแล้วนะ ลงมายังเจอเมืองเลโก้ มีรถไฟเลโก้วาง ให้เด็กๆ ไถรถไฟของเขาได้ ก็จะตีกันระหว่างลูกเรากับเด็กญี่ปุ่นแย่งรถไฟกันนิด ปล่อยไป เดี๋ยวเขาแมเนจได้กันเอง จบด่านนี้ก็ทางออกจริงๆ แล้ว พอจะจบทริปถามลูกว่า “ชอบที่ไหนที่สุด?” เลโก้ แลนด์ทำคะแนนนำ แซงดิสนีย์แลนด์อีกแน่ะ คงเพราะเขาได้เอาตัวเข้าไปเล่นจริงๆ ด้วยนั่นล่ะ”   เวลาเปิด-ปิด: 10.00 - 20.00น. (วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดจะปิด 21.00น.) ราคา:  2,400 JPY (แต่ถ้าจองซื้อตั๋ว online ก่อน จะได้ราคาถูกกว่าประมาณ 20%) เดินทาง: สถานี Odaiba-kaihinkoen Station, Yurikamome Line / สถานี Tokyo Teleport Station, Rinkai Line ข้อมูลเพิ่มเติม: https://tokyo.legolanddiscoverycenter.jp/     3  Teamlab Borderless Exhibition ถึงยังไงแม่ก็จะไป!!! สวยงาม เต็มไปด้วยสีสัน จินตนาการขนาดนี้ ทีมแล็บจะทำให้ทั้งแม่และลูกแค่เดินก้าวแรกเข้าไปก็เหมือนหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่งแล้ว!!! สิ่งนี้ล่ะแม่ต้องการ!! "Teamlab Borderless Exhibition" คืองานแสดงศิลปะแนวดิจิตัลมีเดียแบบไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน เปิดเมื่อ ก.ค. 2018 พื้นที่ใหญ่กว่า1,000 ตรม. ในธีมงานที่ชื่อ "Borderless" เพื่อสื่อให้ผู้เข้าชม ได้สัมผัสถึงศิลปะหลากหลายรูปแบบโดยไม่แบ่งแยกอนาเขต การเดินชมงานที่นี่จะไม่มีการแจกแผนที่ ทุกคนจะต้องหาทางไปเองตามที่ใจอยากจะไป การเดินในนี้จึงกลายเป็นเหมือนการค้นหาอะไรบางอย่างตลอดเวลา เด็กๆจะตื่นเต้นเมื่อค้นพบศิลปะชิ้นใหม่ รูปภาพใหม่ที่ค่อยๆปรากฎบนกำแพง และที่สำคัญ เด็กๆ จะเป็นคนค้นพบและจะชี้ชวนให้แม่ดู บางห้องอาจจะเป็นภาพดอกไม้ค่อยๆเปลี่ยนไปเรื่อยๆ หรืออาจจะเจอโคมไฟหลากหลายสีเป็นดวงล่องลอยอยู่ หันมาเจอกระจกเงาที่สะท้อนตัวเอง พื้นตาข่ายที่ต้องปีนป่ายให้นอนดูงานศิลปะพาดผ่านไปมา ที่นี่แอบเอาใจเด็กๆ มีโซนที่จะพลาดไม่ได้เลยคือ พื้นที่ชั้นบนที่จัดไว้เพื่อกระตุ้นจินตนาการของเด็กแบบไร้ขอบเขตโดยเฉพาะ พื้นที่กว้างต่างระดับให้ปีนป่าย มุมวาดภาพที่สามารถฉายผลงานตัวเอง ให้วิ่งไปตามพื้นได้ ห้อง interactive ที่คล้ายเมืองเล็กๆให้เด็กๆลองจัดวางของเล่นให้เกิดความเคลื่อนไหวได้อย่างสนุกสนาน  และยังมีพื้นกระโดดแทรมโพลีนที่เหมือนอยู่ในพื้นที่จักรวาล และอีกหลายโซนที่สนุกจนไม่อยากกลับกันเลยทีเดียว Tips: - จะซื้อตั๋ว online ก่อน หรือซื้อหน้างานก็ได้นะ - เผื่อเวลาคิว อย่างน้อย 1 ช.ม. (ถึงแม้จะซื้อตั๋วออนไลน์แล้วก็เถอะ) - เตรียมขนมหรืออาหารเข้าไปรองท้องด้วยนะ เพราะข้างในไม่มีอาหารขายและเมื่อเข้าไปแล้วจะออกมาแล้วเข้าอีกไม่ได้นะจ๊ะ - แต่งกายรัดกุมนิดนึง ไม่ควรใส่กระโปรงหรือส้นสูง - เผื่อเวลาเข้าชsมซักนิด (แนะนำว่าใช้เวลาอย่างน้อย 2 ช.ม.หรือมากกว่านี้) เพราะจะต้องรอคิวของแต่ละโซนข้างในด้วย   เวลาเปิด-ปิด: 10.00 - 19.00น. (วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดถึง 21.00น.) ราคา: ผู้ใหญ่ 3,200 JPY / เด็ก 1,000 JPY เดินทาง: สถานีรถไฟ AOMI, Yurikamome Line พิกัด: https://maps.app.goo.gl/ve9Rg ข้อมูลเพิ่มเติม: https://borderless.teamlab.art 4  Mega Web Toyota City Showcase Mega Web คือเมืองโตโยต้า ที่นี่จะมีทุกสิ่งที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับรถโตโยต้า เป็นสวรรค์ของคนบ้ารถเลยก็ว่าได้ ถ้าคุณแม่คนไหนอยากแว้บไปช้อปปิ้ง หรือนั่งพักจิบกาแฟ เสนอที่เที่ยวแห่งนี้ให้คุณพ่อพาลูกไปเที่ยวได้เลย รับรองไม่มีบ่นแน่ ที่ Mega Web นี้ จะมีการแบ่งเป็นโซนๆ ในโซนหลัก Toyota City Showcase จะเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ 2 ชั้นที่แสดงรถต่างๆของโตโยต้า และเปิดให้เข้าชมและทดลองฟรี ไม่ว่าจะเป็น Sports Zone ที่มีการแสดงโชว์รถสแนวปอร์ตรุ่นต่างๆของโตโยต้า / Technology Zone จะมีการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ และมี simulator จำลองมาให้ได้นั่งเล่นเหมือนจริงกันด้วย / GR Zone คือโซนสวรรค์สำหรับคนที่รักการแข่งรถ / Line-up Zone คือโซนที่จัดแสดงรถรุ่นปัจจุบันของโตโยต้าทั้งหมด มากกว่า 60 คันเลยทีเดียว และมีเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับรถอีกด้วย โซนถูกใจเด็กๆ ก็จะมีให้วาดระบายสี สร้างรถกันเอง แต่งตัวนั่งรถตำรวจจริงๆ และที่ดูจะป๊อปปูล่าที่สุด คือมุมที่ให้เด็กวาดรูปรถในอุดมคติของเขา เจ้าหน้าที่จะนำมันไปสแกน และขึ้นจอสกรีนขนาดใหญ่ รถของพวกเขาจะเป็นรถที่วิ่งได้ และขับแข่งกันจริงๆ ส่วนเด็กโตหน่อยก็จะได้ทดลองเล่นเกมส์ขับรถแบบ simulation หรือ VR เสมือนจริงด้วย Ride Studio คืออีกโซนฮิต ที่ให้เด็กทดลองขับรถคันใหญ่จริงๆ ที่สนามทดลองขับรถนี้จะมีเครื่องหมายจราจรและข้อปฎิบัติต่างๆเหมือนถนนจริงๆ เพื่อให้เด็กๆทดลองกันเลย ใกล้ๆกันจะมีสนามโกคาร์ทด้วย โซนสุดท้ายคือ History Garage ที่เป็นเหมือนพิพิธภัณธ์รถโตโยต้า มีรถเก่าๆสวยๆที่หาดูได้ยากมาโชว์มากมาย ราคา: โซนกลาง ฟรี / Ride Studio เดินทาง: สถานีรถไฟ AOMI, Yurikamome Line พิกัด: https://goo.gl/maps/F9BzTgF2Jw1vgmUC7 ข้อมูลเพิ่มเติม:https://www.megaweb.gr.jp   5  ชิงช้าสวรรค์ Palette Town Daikanransha ชิงช้าสวรรค์ไดกันรันฉะเป็นเสือนสัญลักษณ์ของบริเวณโอไดบะเลยก็ว่าได้ ความสูง 115 ม. ทำให้ทุกคนที่มาย่านนี้จะเห็นชิงช้าสวรรค์นี้ก่อนจะถึงเสียอีก พาลูกขึ้นนั่งชมเมืองชิวๆบนชิงช้าสวรรค์ ใช้เวลาไม่นาน เพียง 16 นาทีเท่านั้น ราคา: ผู้ใหญ่ 1000 JPY / เด็ก 500 JPY เดินทาง: สถานีรถไฟ AOMI, Yurikamome Line พิกัด: https://goo.gl/maps/F9BzTgF2Jw1vgmUC7 ข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.daikanransha.com/   LIKE US : Facebook.com/Momscream © Copyright 2019 www.momscream.com

MOM'S LIFE

9 สิ่งที่แม่ทำงานควรทำเพื่อตัวเธอเองบ้างนะ

  โอยๆๆๆๆ เหนื่อยยิ่งกว่าอะไร ทั้งทำงาน และยังต้องกลับมาเอาลูกเข้านอน เอาผ้าเข้าเครื่อง แม่ทำงานทั้งหลายบอกเลยว่า ถึงเวลาแล้วที่คุณต้องวางความวุ่นวายต่างๆ ลงไปก่อน ไม่ต้องรู้สึกผิดกับอะไร และทำเพื่อตัวเองเข้าไว้ ถ้าจะอยู่กับลูก ก็ไม่ต้องมีอะไรมาขวางทั้งนั้นด้วย! มัมสกรีมแนะนำว่า   1 ลาพักร้อนแล้วไปเที่ยว แบบไม่ต้องมีลูกนะ เป็นเหมือนความฝันสุดขอบฟ้าของแม่ทำงาน อยากไปทริปล่องเรือเมดิเตอเรเนียน ช้อปปิ้งกลางมิลาน เล่นสกีที่สวิง และอยากไปกับเพื่อนเท่านั้น! หรือไปคนเดียวก็ได้! ขอไม่เอาลูก ไม่เอาสามีใดๆ ไปให้ต้องเหนื่อยเด็ดขาด คุณสมควรแล้วที่จะได้รับสิ่งนี้ ลาพักร้อนเลย สักสิบวัน ตัดใจ แล้วไปเลยนะ แล้วคุณจะกลับมาหน้าเด็กลงไปอีกสิบปี 2 ตัดใจจากโซเชียล เน็ทเวิร์คทั้งหลาย พอเถอะพอ ไม่อยากเล่นเฟซ ไม่อยากเข้าไอจีส่องดาราอะไรทั้งนั้นละ ขอเบาๆ กับตัวเองจริงๆ เล่นเฟซทีก็ปาไปเป็นชั่วโมง และไม่เห็นได้อะไรดีต่อใจเท่าไหร่ เอาเวลามานั่งดูหนังไปเลย นอนอ่านนิยายที่เคยชอบ ไม่ต้องหาคอร์สอะไรให้ลูกเรียน ไม่ต้องเซิร์ชร้านเช่าคอสตูมให้ลูกอะไรทั้งนั้นด้วย!!!!!   3 อยู่กับลูกหลังกลับมาบ้านจริงๆ คือไม่ต้องนั่งต่อเลโก้กับลูกไป มือก็ตอบไลน์กรุ๊ปที่ทำงานไป วางให้หมด แล้วโฟกัสที่ลูกเท่านั้น อยู่กับเขา สบตาเขา หัวเราะกับเขา ตอนนี้ล่ะลูกจะเป็นสิ่งที่ทำให้จิตใจสดชื่น และผ่อนคลาย และเขาจะพาเราไปอีกโลก ให้เราลืมความวุ่นวายของงานเมื่อกลางวันได้ดีเลย   4 เอนจอยยามเช้าคนเดียวเงียบๆ ถ้าเรารู้ว่าลูกตื่นหกโมงเช้า เราอาจต้องตื่นตีห้าครึ่ง นั่งเงียบๆ นั่งอ่านหนังสือ เตรียมอาหารคนเดียว อะไรก็ได้ที่เราได้อยู่กับความเงียบ และแสงแรกตอนเช้า คือช่วงเวลาที่ขอเรียกว่า ลักชัวรี่ ไทม์แน่นอน มีเช้าแบบนี้บ่อยๆ เราจะรู้สึกว่าได้ให้อะไรตัวเองดีทีเดียว 5 นอนซุกในเตียงวันเสาร์อาทิตย์ ไปทำงานกลับบ้านทั้งอาทิตย์ เวลานอนไม่พออยู่แล้ว แม่ทำงานที่ได้นอนวันละห้าหกชั่วโมง เสาร์อาทิตย์ขอแม่เถอะนะ นอนเลย ตื่นสายๆ ให้ลูกๆ จัดการตัวเอง เล่นกันไป ฝากพ่อให้หาอาหารให้ ไม่ต้องกังวล ปิดประตูแล้วนอนเท่านั้น ทุกอย่างจะดำเนินต่อไปได้ ตื่นมาหน้าสดจะได้มีพลังต่อ   6 เล่าให้ลูกฟังเรื่องงานของเรา เช้าวันอาทิตย์นั่งกินข้าวพร้อมหน้า คุยกันในแฟมิลี่แล้วเล่าให้ลูกฟังว่างานแม่เป็นยังไง โยงไปถึงเรื่องโลกให้ได้ยิ่งดี แปลว่าแม่ทำงานมีส่วนพัฒนาโลกนะลูก เอาเข้าจริงลูกอยากรู้มากนะ และมีงานวิจัยบอกมาแล้วว่า ลูกสาวท่ีแม่ทำงานมีโอกาสหางานได้มากกว่า และมีความรับผิดชอบ มีชั่วโมงทำงานที่นานกว่า และหาเงินได้มากกว่าอีก ส่วนลูกชายก็มีแนวโน้มว่าเขาจะใช้เวลากับครอบครัว ดูแลครอบครัวมากกว่า วิน-วิน   7 ลุยร้านคาเฟ่เปิดใหม่เก๋ๆ พอกันทีกับคอยไถอ่านบล้อกคนอื่นเวลาเขาไปอัดเดทคาเฟ่ใหม่ๆ มา แม่อย่างเราก็อยากชิล นั่งอ่านหนังสือ จิบกาแฟตามคาเฟ่บ้างนะ ยิ่งไทยแลนด์ตอนนี้คาเฟ่ริซึ่มกา มีร้านเก๋จัดๆ เต็มไปหมด อยากกินเบเกิลปาดครีมชีส กินเฟรนช์โทสท์โปะสตรอว์เบอร์รี่ ทำไลฟ์สไตล์ยุโรปๆ บ้าง นี่ถ้าอากาศบ้านเราไม่ร้อนมาก จะทำแบบคนอัมสเตอร์ดัมเลย ขี่จักรยานไปตามร้านคาเฟ่นี่ล่ะ   8 แช่ออนเซ็น แล้วกินอาหารคลีน เห็นในรูปมานานแล้ว บ่อออนเซ็นดูดีๆ มีที่ปานปุริ เวลล์เนสส์ ตึกเกษร วิลเลจอันหนึ่ง ดูไฮโซมาก เช็คราคาแล้วแม่รับได้นะ 1,250 บาท จะแช่นานแค่ไหนก็ได้ แล้วมีลูกแล้วเราจะไม่อายหุ่นเลย ยอมรับว่าเซ็งที่พุงมา โหนกมา แต่คือไม่แคร์ไง พอเลิกงานก่อนกลับบ้าน นั่งรถไฟฟ้าไปแช่เลย แล้วกินอาหารคลีนเก๋ๆ ต่อด้วย แม่ต้องการอะไรแพมเพอร์ๆ บ้าง สบายตัว กลับบ้านหลับเลย   9 เข้าเวิร์คช้อปในฝัน ได้เวลาเมื่อไหร่ เล็งไว้แล้วว่าอยากเข้าเวิร์คช้อปเยอะมากๆ อยากโฟกัส อยากใช้มือประดิษฐ์อะไรแบบมีสมาธิบ้าง เวิร์คช้อปเพนท์จาน ถักกระเป๋า ทำสบู่ หลายอย่างมากที่แม่อยากไป เรียกแค่วันเดียวก็มี แม่ต้องการมีสกิลล์ และเปิดโลกความคิดสร้างสรรค์!   LIKE US : Facebook.com/Momscream © Copyright 2019 www.momscream.com

TRAVEL

คุณแม่กลัวดำน้ำ แต่สู้ไม่ถอย จนว่ายไปกับปลาสวยได้แล้ว

  คุณแม่ปู ปิยะนุช ชัยชาญพิมล ถือว่าเป็นหนึ่งในคุณแม่ใจกล้า ที่มัมสกรีมขอยกนิ้วให้เลย เธอมีลูกสาวตัวน้อยอายุสี่ขวบ เธอเลี้ยงลูกเอง ไม่ได้มีพี่เลี้ยงอะไร และเธอมีฝัน ฝันของเธอต้องต่อสู้กับความกลัว และความเป็นห่วงลูกด้วย เธอกลัวดำน้ำมาก!!! และเป็นห่วงว่าถ้าไปเรียนดำน้ำ จะเสียเวลาอยู่กับลูกไป แต่แล้วความฝันก็มาเหนือทุกสิ่ง คุณแม่ปูฝากลูกไว้กับคุณพ่อ ขอไปตามฝันท่องทะเลหน่อยเถอะ เธอต่อสู้ความกลัวตั้งแต่วันแรกที่ไปเรียนดำน้ำ แต่ในที่สุดพลังของแม่ มาเหนือทุกสิ่ง เธอเรียนสำเร็จ ได้ไปดำน้ำจริง และไปสอบผ่านฉลุย หลังจากนี้คุณแม่ปูดำน้ำเป็นแล้ว และเธอจะไปดำน้ำที่ไหนในโลกก็ได้ ท้องทะเลก็กลายเป็นเพื่อนเล็กๆ ของเธอไป ลองอ่านดูนะคะ สนุกมากกกกกกๆ จริงๆ ค่ะ     อะไรนะ! ว่ายน้ำไม่เป็น กลัวทะเล แล้วจะไปเรียนดำน้ำ? เหตุการณ์ที่จะเล่าต่อไปนี้มานั่งคิดๆ ดูก็ไม่รู้ว่าลูกบ้าแบบนี้มาจากไหน อาจเพราะว่าพอคนเราใช้ชีวิตถึงจุดๆ หนึ่งก็มีคำถามกับตัวเองว่าเรามาได้แค่นี้เหรอ ชีวิตที่ผ่านมาไม่เคยตั้งโจทย์ยากให้ตัวเองแล้วทำได้เลยซักครั้ง ผู้หญิงที่เพลย์เซฟมาตลอด เราจะพังความกลัวในใจที่เคยคิดมาตลอดว่าเป็นไปไม่ได้ได้มั้ย และนี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้น...   ชีวิตของเราตั้งแต่เด็กจนโตเอาเป็นว่าไม่ถูกกับน้ำ ว่ายน้ำไม่เป็นไม่เคยเรียนว่ายน้ำ ลงสระเล่นน้ำได้ แต่จะต้องมั่นใจแล้วว่าสระตรงนั้นลึกไม่เกิน 1.5 เมตร แล้วก็ลงไปยืนๆ เดินๆ ตีขาเหมือน 4 ขวบแล้วก็ขึ้นมาเหล่หนุ่มริมสระ เบ้ปากให้กีฬาแอดเวนเจอร์ กิจกรรมเอาท์ดอร์เสี่ยงฝ้าเหรอบ้าไปแล้ว! ไม่ไปแน่นอน ยิ่งอะไรเกี่ยวกับน้ำบอกเลยว่าไม่มีในสมอง แต่ชิวิตมักมีเรื่องผกผันเสมอ วันหนึ่งได้เจอกับพี่วิว พี่ช่างภาพที่รู้จักกันมานานแต่ห่างหายไม่ได้เจอกันหลายปี กลับมาเจอกันอีกทีเลยได้คุยกันว่าพี่วิวไปสอบเป็นครูสอนดำน้ำมา ฟังแรกๆ ก็บอกว่า “ดีนะ ถ้าปูว่ายน้ำเป็นคงไปเรียนกับพี่วิวแล้ว” แต่พี่วิวมาทิ้งบอมบ์จุดประกายขึ้นมาว่า “ดำน้ำไม่ต้องว่ายน้ำเป็นก็ได้นะ มีคนว่ายไม่เป็นเรียนตั้งเยอะ” หืมมมมม เป็นไปได้เหรอ ลงไปกลางทะเลเลยนะ ชีวิตนี้ไม่เคยลงน้ำแบบขาแตะพื้นไม่ถึง เคยไปเที่ยวเกาะตาชัย คนอื่นเขาไปดำสน็อคเกิลกันโครมๆ เราไปนั่งเขี่ยทรายอยู่ริมทะเลเหงาๆ คนเดียว อันนี้ต้องลงน้ำเป็นสิบๆ เมตรจะไหวมั้ย เอาความกลับมาปรึกษาเพื่อนๆ น้องๆ ทุกคนตกลงว่า ไป! ไปเรียนกัน เรียนกับพี่วิวผู้ใจดี คงไม่ปล่อยให้เราเป็นอะไรมั้ง   และแล้ววันเรียนวันแรกก็มาถึง เราตกลงใจเรียนที่ Pattana Scuba Club ก่อนมาเรียนเล็กน้อย เพิ่งรู้ว่าครูอีกคนที่สอนคือครูเต๊ปสุดหล่อ ถ้าจำกันได้ เขาคือพิธีกรรายการวัยรุ่นสุดฮิตสมัยก่อนอย่าง OIC โอเอ็มจีค่ะ ครูหล่อบอกต่อด้วย เอาล่ะ ดึงสติกลับมา นาทีนั้นบอกตรงๆ อะไรก็ฉุดความเครียดไม่อยู่ นอนไม่หลับ จะลงน้ำได้มั้ย จะหายใจยังไง กลัวๆๆๆๆ   [caption id="attachment_904" align="aligncenter" width="600"] นี่ล่ะ ครูเต๊ปสุดฮ้อต! @tepkeerati[/caption] ช่วงเช้าเรียนทฤษฎีในห้องเรียน มีตำราเล่มหนาๆ ศัพท์แปลกๆ เรียนท่าคุยกันในน้ำ ในท้องมวนไปหมด ตอนบ่ายนี้ตายแน่ๆ คิดตลอดทุกนาทีว่าพร้อมเท ถ้าไม่โอเคกลับบ้าน แต่ทุกคนก็ประคองจิตใจ เริ่มเรียนรู้วิธีใช้อุปกรณ์ ถังก็หนัก สายอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด ขั้นตอนเช็คความปลอดภัย คิดอยู่ในใจว่าจะรอดเหรอ ใส่รองเท้ายังลืมผูกเชือกเลย เปลี่ยนชุดมาแล้ว ก็เริ่มลงน้ำ ค่อยยังชั่วหน่อยที่ฝึกแรกๆ จะลงไปในสระที่ไม่ค่อยลึกมาก ลงไปนั่งคุกเข่าฝึก skill แต่ละอัน   วินาทีแรกที่คาบเรกูเลเตอร์ ค่อยๆ ลงไปแล้วหายใจผ่านทางปาก ความหนาแน่นของน้ำทำให้รู้สึกอึดอัดเหมือนจะหายใจไม่ออก อาการแพนิกเริ่มมา แต่ทุกคนที่ไปเรียนนิ่งมาก เราเองก็ไม่อยากเสียหน้า ไม่อยากให้เธอลำบากใจหากเธอได้พบคนใหม่ ไม่ใช่...นั่นเพลง! พยายามคุมสติ ปรับตัวซักพักเริ่มคุ้นเคยกับอุปกรณ์ แต่ด้วยความตื่นเต้นเลยทำให้บางครั้งเผลอกลั้นหายใจ พอกลั้นหายใจ ปอดจะขยายเหมือนลูกโป่ง ตัวก็ลอยสิ ต่อสู้กับตัวเองด้วยท่าประหลาดๆ ซักพักก็ต้องฝึกตัวเองให้หายใจเข้าออก สงบสติอารมณ์ เรียนสถานการณ์ต่างๆ ไปจนถึงฝึกถอดใส่แว่น และความกลัวก็มาปะทะจริงๆ เพราะหลังจากถอดแว่นแล้วแรงดันน้ำเข้าจมูกแบบเต็มแรง สำลักจนรีบพุ่งพรวดขึ้นมาเหนือน้ำทันที ลืมไปหมดว่าครูพี่เต็ปและครูพี่วิวบอกเอาไว้ว่ามีอะไรให้แก้ไขในน้ำ ห้ามทะลึ่งขึ้นมาเหนือน้ำ เพราะไปทะเลจริง ลงน้ำไปลึกๆ เราไม่สามารถขึ้นมาเหนือน้ำได้ทันที อันตรายถึงชีวิตเลยนะ ถึงจะรู้แต่พอเรียนๆ ไปก็ยังทำท่าขอขึ้น ดีที่ครูพี่วิวใจแข็งมาก เข้ามาจับแขนมองตาจนเราค่อยๆ ใจเย็น ไม่ขึ้นก็ไม่ขึ้น สู้กับตัวเองดูซักตั้ง พาร์ทที่สอง หนักเข้าไปอีกคือไปฝึกลอยตัวตรงสระที่ลึก 5 เมตร! แค่หันไปมองก็เกือบจะเป็นลม ถามตัวเองซ้ำๆ นี่เรามาทำอะไรที่นี่ โชคดีที่มีบัดดี้คือน้องที่มาเรียนด้วยกันและครูพี่วิวที่อยู่ใกล้ๆ ให้อุ่นใจ เราก็ฝึกไปเรื่อยๆ เขาให้ลอยตัวต่ำๆ ก็ลอยไปถึงผิวน้ำบ้าง ไม่ก็จมหน้าถูพื้นสระ คำถามในใจแว่บขึ้นมาอีกแล้วนี่ไม่ใช่ทางของเราเลย มาทำอะไรที่นี่!! จบวันแรกไปด้วยความงอแง พรุ่งนี้ไม่มาแล้ว มันยาก ปวดหัวไปหมด พอตื่นเช้ามาอีกวันคิดว่าถ้าเราไม่ไปวันนี้รู้สึกขี้แพ้ยังไงไม่รู้ เราจะมีหน้าไปบอกใครว่าเราทำอะไรสำเร็จบ้าง ไปให้จบๆ แล้วกัน วันที่สองเรียนทฤษฎีแล้วก็ลงสระสเต็ปเดิม แต่มีฝึกกระโดดน้ำเพิ่มด้วยท่า Giant Strike มือนึงจับเข็มขัดน้ำหนัก อีกมือจับแว่น สะพายถังที่หนักมากข้างหลัง แน่นอนว่าเราทำไม่ได้ถูกแน่นอน เรียนจบวันนั้นคิดว่ามาครึ่งทางแล้ว ข้อสอบปึกใหญ่กับสอบปฏิบัติรอเราอยู่อีกสองสีปดาห์ เป็นสองสัปดาห์ที่ไม่มีความสุข ไม่อยากไป ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมาใครจะช่วยเรา ถ้าน้ำทะเลเข้าหน้าเข้าจมูกที่ความลึกสิบกว่าเมตรจะทำยังไง ปรึกษาคนที่เคยสอบแล้ว ทุกคนก็ดูชิลล์ๆ ดูสนุกเพลิดเพลิน ใช่สิ เพราะทุกคนว่ายน้ำเป็นอยู่แล้ว แต่เราไม่เคยลงทะเลซักครั้งในชีวิตเลยนะ เถียงกับตัวเองอยู่หลายวัน และก็ถึงวันที่ต้องไปสอบที่สัตหีบด้วยจิตใจปวดร้าวและนอยด์หนักมาก ก็บอกแล้วว่าไม่เคยชอบเดินทางด้วยเรือ ไม่เอาอะไรเกี่ยวกับน้ำ พอลงทะเลครั้งแรกแค่เรือโคลงเคลงก็ใจคอไม่ดี ถึงจุดที่จะลง คนที่ไปสอบทั้งเรือดูเฮฮา มีความสุขที่จะลงทะเล แต่เราไม่เลย เครียดขีดสุด แต่ก็แต่งตัวเตรียมอุปกรณ์ สะพายถังหนักมาก ทรงตัวไม่ได้ คลื่นก็มา สงสารพี่ที่กราบเรือขั้นสุด เพราะเราโวยวายตลอดเวลา เรา: “พี่คะๆๆๆๆ ถังหนักค่ะ ไม่ไหวแล้วค่ะๆๆๆ” พี่กราบเรือ “ผมจับให้อยู่ครับ” ระหว่างนั้นเรือก็โคลงไม่หยุด มือเราก็คว้าจับไปเรื่อยจนป้าบไปโดนเป้ากางเกงพี่เค้าเข้าให้ เรา: “อุ่ย” อยู่ไม่ได้แล้ว โดดเหอะ ตู้ม!! แค่กๆๆๆๆ น้ำทะเลเค็มมากกกกก เข้าเต็มสองรูจมูก ตอนลงเผลอเอามือที่กดหน้ากากออก สำลักน้ำเข้าไปเต็มที่ จะรอดม้ายยยยย นี่แค่เริ่มนะ จากนั้นไต่เชือกลงไปสอบสกิล คุมสติแล้วทำตามขั้นตอนที่เรียกมา ค่อยๆ ทำ ไม่ต้องรีบ ทำผ่านหมด! อุปสรรคต่อไปคือหอยเม่น เพราะก่อนมาพี่สาวที่รักยิ่งดันเล่าประสบการณ์หอยเม่นตำเท้า เจ็บปวดมาก ความกลัวนี้ฝังหัวทำให้กลัวหอยเม่นหนักมาก ครูพี่วิวพาว่ายไปดูสัตว์ต่างๆ ใต้ทะเล ก็รู้สึกตะลึงกับโลกใต้น้ำมาก แต่จุดที่ลงครั้งแรกน้ำค่อนข้างขุ่นและยังหวาดระแวงหอยเม่นที่มีอยู่ทุกที่ ไร้ความเอนจอยใดๆ ทั้งสิ้น เรื่องราวที่เหมือนจะจบไม่สวย พร้อมกับจะบอกทุกคนเมื่อกลับไปว่าดำน้ำไม่เห็นจะมีอะไรเลยก็มาเปลี่ยนทันที เมื่อเรามีไดฟ์ไปดำที่บริเวณที่เรียกว่า สันฉลาม ตอนอยู่บนผิวน้ำก้มลงไปดู โอ้โห น้ำใสขั้นสุด แต่ลึกมาก อาการสั่นมาอีกแล้ว และครั้งนี้ลงแบบไร้เชือกไต่ เหมือนค่อยๆ จมลงน้ำ กลัวมาก กลัวความสูงอยู่แล้ว แต่มาถึงขนาดนี้ก็ต้องไปให้สุด แต่ความกลัวทั้งหมดแทบจะหมดไป เพราะแนวปะการังและสัตว์ใต้ทะเลสวยมาก สวยจนลืมความกลัว ปัญญาเกิดว่าทำไมคนถึงรักโลกใต้ท้องทะเล เพราะสงบ สวยอลัง รักธรรมชาติ รักน้ำ รักปลา รักซากุระจริงๆ เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นใน 30 นาทีจริงๆ นะ เพราะแนวปะการังแถวนั้นเหมือนฉากงานศิลปะ หอยตัวเล็กๆ สีชมพูสีเขียวสะท้อนแสง ปลาสีเหลืองทั้งฝูงบินผ่านหน้า ปะการังสีสด รู้สึกว่าธรรมชาติสร้างสิ่งที่สวยจับใจและถ้าเราไม่มาดำน้ำ เราจะไม่เห็นสิ่งนี้ด้วยตาตัวเอง ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยเห็นมาเลยในชีวิต ดำไปก็เข้าใจสัจธรรมว่าเราเป็นแค่สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ปัญหาที่เราเคยเจอเทียบไม่ได้กับภาพข้างหน้านี้ และไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ ถ้าเราเชื่อว่าทำได้ เราล่องเรือกลับมาพร้อมกับความรู้สึกเป็นคนใหม่ กล้าจะบอกทุกคนว่าเราทำได้ จากที่คิดว่าสอบเสร็จคงจบกัน แต่ตอนนี้เตรียมหาทริปดำน้ำครั้งต่อไปทันที เพราะดำน้ำไม่ใช่แค่ลงไปดูความสวยงามของธรรมชาติข้างนอก แต่การมาเรียนครั้งนี้กลับทำให้เราได้เข้าไปดำดิ่งข้างในใจ ใช้เวลากับตัวเองอย่างสงบจริงๆ   Special Thanks: น้องปู ปิยนุช ชัยชาญพิมล โรงเรียนดำน้ำ Pattana Scuba Club Facebook.com/momscream Copyright 2019 www.momscream.com

What to wear

Mom dad & kid dare to wear

Trip & Eat


พาลูกไปญี่ปุ่นฝนตกทุกวัน 9 ที่เที่ยวนี้สนุกได้ไม่ต้องกลัวฝนเลย! TRAVEL

6 อาหารสำเร็จรูป ที่เฮลธ์ตี้กับสุขภาพเรา เข้าซูเปอร์ไม่ต้องรู้สึกผิดแล้ว เย้!!!! TRAVEL

Brain Box – Dinosaur

600.-

แว่นตาว่ายน้ำ Bling2o – Rainbow Rider

1190.-

Kid Poster – Animals size 50x70cm.

500.-

From Our Moms

แม่มือใหม่คนนี้เธอเลี้ยงลูกคนเดียว 3 เดือนเต็ม! ไม่ได้ออกจากบ้านแม้แต่ก้าวเดียว เธอทำได้ยังไง?

แม่ปู

ลูกสาว.. ทำให้เธอสร้างแบรนด์บิวตี้ได้ ยอดขายไปไกล 16 ประเทศทั่วโลก

แม่ออย

พาลูกไปญี่ปุ่นฝนตกทุกวัน 9 ที่เที่ยวนี้สนุกได้ไม่ต้องกลัวฝนเลย!

แม่เอ๋

แม่ฟูลไทม์คนนี้ ทำสำนักพิมพ์หนังสือเลี้ยงลูกจนดัง เวิร์คกับลูกเราทุกเล่ม!

แม่ทราย