เด็กสาวเป็นดีเพรสชั่น ปมของเรื่องมาจากที่แม่ของเธอชอบว่าเธอรุนแรง!

 

เป็นเรื่องจริงของรุ่นน้องที่รู้จักกัน เธอบ่นกับเราในวันหนึ่งว่า “หนูว่าหนูถูกทำร้ายร่างกายไปเลย ยังดีเสียกว่า” ประโยคบ่นลอยๆ ของเธอทำให้เราหันไปสนใจเธอทันที คุยกันไปเรื่อยๆ ได้ความว่าเธอเป็นดีเพรสชั่นอยู่ และสิ่งที่ทำให้หมอต้องใช้เวลานานกว่าจะหาสาเหตุที่เธอเป็นเจอ ก็เพราะเธอไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรรุนแรงในชีวิต หรือไม่ได้ถูกทำอะไรร้ายแรง แต่สิ่งที่เกิดกับเธอคือ เธอมีแม่ที่พูดจาแรงๆ ใส่อารมณ์ตลอดเวลา ตั้งแต่เด็กจนโต

 

 

เธอบอกว่า “เวลาคนโดนทำร้ายร่างกาย จะมีหลักฐานให้เห็นเลย มีความจริงตรงหน้า แต่กับคนที่โดนทำร้ายเพราะถ้อยคำของคนอื่น จะไม่มีหลักฐานอะไรยืนยัน” เลยทำให้เธอบอกใครไม่ได้ เพราะเธอคิดว่า “ถ้าหนูบอกใครว่าหนูโดนทำร้ายทางคำพูด มันจะเหมือนหนูกำลังบ่นไปเองมากกว่า” สิ่งนี้เลยกลายเป็นแผลลึกในใจเธอ เธอถึงขนาดที่เลือกเจ็บตัวไปเลยยังดีกว่า และมากกว่านั้น สิ่งที่แม่เธอทำกับเธอก็คือ

 

  • ใช้เสียงที่ดังเวลาคุยกับเธอ
  • เสียงเหมือนควบคุม ออกคำสั่ง
  • สายตาที่มองจ้องเอาเป็นเอาตายกับเธอ
  • สีหน้าที่พร้อมจะวิจารณ์ทุกสิ่งที่เธอทำว่ามันไม่ดี ทำให้เธอรู้สึกว่าแม่ไม่เคยชอบเธอเลย
  • บางครั้งแม่เธอตะโกนว่าเธอเป็นชั่วโมง
  • และใช้คำพูดตรงมาที่เธออย่าง “เธอมันเด็กทำอะไรเลวร้าย เอาแต่ใจตัวเอง เห็นแก่ตัว ทำตัวแย่ๆ…..”
  • เธอไม่เคยคาดเดาได้เลยว่า แม่ของเธอจะมีอารมณ์แบบไหนกับเธอ
  • ที่แย่ที่สุดคือ บางทีแม่ก็ทิ้งให้เธออยู่คนเดียว ร้องไห้คนเดียว

 

การที่เธอโดนแบบนี้ ทำให้สมองส่วนอมิกดาลา คือสมองส่วนอารมณ์ต้องทำงานเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนแห่งความเครียดก็หลั่งมามากขึ้น ทำให้คนที่โดนจะเริ่มรู้สึกกับตัวเองเปลี่ยนไป บางคนพอโตขึ้นจะรู้สึกว่าอยากหนีออกจากบ้านไปเลยด้วย คือสมองคนเราจะจำได้ว่าตอนนั้นเรารู้สึกยังไง แล้วถึงเราไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว ก็ยังจำเสียงว่า จำแววตาที่พร้อมจะวีนตลอดได้อยู่ดี

 

อันนี้ก็เลยขัดกับธรรมชาติของคนเรา ที่ในความเป็นจริงมนุษย์เราทำอะไรได้ดีในชีวิต ก็เพราะเขารู้สึกปลอดภัย รู้สึกถูกรัก ซึ่งก็คือการที่คนรอบๆ ตัวเขาให้คุณค่าในความเป็นมนุษย์กับเขา เคารพในความเป็นเขานั่นเอง และการที่ต้องเจออะไรกระทบอารมณ์เป็นระยะเวลาหนึ่งไปเรื่อยๆ ความเครียดในสมองและในร่างกายจะเพิ่มสูงขึ้นๆ อะไรก็ตามที่เป็นเหมือนสิ่งที่เขาเคยเจอมา เสียงที่ดัง ท่าทางแบบนั้น ดวงตาแบบนั้น ก็จะไปกระตุกให้เขาเครียดได้ทันทีด้วย

 

เด็กๆ จะทำอะไรได้ดีเมื่อเขารู้สึกสงบ ยิ่งเขาสงบ เขาก็จะยิ่งเฮลธ์ตี้

 

เรื่องของน้องคนนี้เลยมาเตือนเราว่าสมองเด็กจดจำอะไรได้เร็วมาก ถ้าอยากให้ลูกๆ เราเขารู้สึกปลอดภัย เราอาจจะต้อง

 

  • เด็กๆ เขาต้องการให้เราดูแลอารมณ์เขาด้วย ยิ่งเขารู้สึกว่าแม่ดูแลอยู่นะ แม่มั่นคง ไม่ใช้อารมณ์กับเขาง่าย เขาก็จะเป็นเด็กที่โตมาแก้ปัญหาในชีวิตได้ดี ไม่เปราะบาง และเครียดเกินไป

 

  • จำเป็นที่เราจะต้องเรียนรู้ว่าแก่นเรื่องอารมณ์คืออะไร อะไรที่กระตุกให้กระทบอารมณ์จนทำให้พฤติกรรมลูกเปลี่ยนได้ เพื่อที่เราจะได้ช่วยลูกเราจัดการกับอารมณ์ของเขา

 

  • แค่เราเป็นแม่ที่ใจดี เห็นอกเห็นใจลูก และมนุษย์คนอื่น และคอยอยากรู้อยากเห็นว่าโลกของลูกเป็นยังไงนะ นั่นก็จะเป็นการเพิ่มคุณค่าในตัวเอง การนับถือตัวเองของลูกเราได้แล้ว

 

  • ถ้าเกิดเราเผลอหลุดเหวี่ยงลูกออกไปแล้ว ต้องรีบหาทางจัดการล้างทุกอย่างออกไปจากใจเขาให้ทัน เขาจะได้ไม่เก็บเป็นปม

 

  • อีกสิ่งหนึ่งที่จะให้เขารู้สึกปลอดภัยก็คือ ยอมให้เขาฝึกที่จะอยู่ห่างคุณ และเมื่อเขากลับมาก็แสดงความรักให้เขารู้ว่าแม่คิดถึง แม่รักนะ ให้เขาได้สัมผัสถึงสายใยความรักนั้น เขาจะรู้ว่าไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน เจอเหตุการณ์อะไรในโลกนี้ แม่ก็ยังรออยู่เหมือนเดิม และรักเขาเหมือนเดิม

 

เราเองก็อาจต้องคอยมอนิเตอร์ตัวเราเอง เสียงเรา ท่าทางเรา สายตาเราตอนพูดกับลูก เรามีใจที่รักเขาจริงๆ ไหม? เขาสบายใจไหม? ต่อให้เราต้องเตือนหรือว่าอะไรเขาบ้าง แต่ถ้าโทนเสียงยังมีความรักอยู่ ยังไงลูกก็รู้สึกได้ อยากบอกให้เขาทำอะไร ไม่จำเป็นต้องโหดร้าย พูดให้ชัดจากใจด้วยความรักจริงๆ ก็หนักแน่นพอแล้ว

มัมสกรีมเอาใจช่วยแม่ๆ ทุกคนนะคะ

 

Like us: Facebook/MomScream

Copyright 2018 www.momscream.com

Share this:
30 August, 2018 momscream 2,909 views

You May Also Like

BEAUTY & STYLE

แดดแรงหนักมาก! ต้องเติมกันแดดตลอดวันเลย ขอให้ทำเป็นประจำเถอะพวกเรา

KIDS

ใครๆ ก็ให้ลูกเรียนว่ายน้ำเอาไงดี? บอกเลยว่ายังไม่พร้อมจริงๆ

HAPPY & HEALTHY

คุณพ่อลูกสาว 4 คนบอกว่า “นี่ล่ะ ชีวิตจริงของผม ไม่ขอสร้างภาพค้าบบบ”

MOM'S LIFE

10 อินเนอร์เลี้ยงลูกให้เรารู้สึกว่า เราเป็นแม่ที่โอเคแล้ว เรามาถูกทางแล้วล่ะ!