คุณแม่กลัวดำน้ำ แต่สู้ไม่ถอย จนว่ายไปกับปลาสวยได้แล้ว

 

คุณแม่ปู ปิยะนุช ชัยชาญพิมล ถือว่าเป็นหนึ่งในคุณแม่ใจกล้า ที่มัมสกรีมขอยกนิ้วให้เลย เธอมีลูกสาวตัวน้อยอายุสี่ขวบ เธอเลี้ยงลูกเอง ไม่ได้มีพี่เลี้ยงอะไร และเธอมีฝัน ฝันของเธอต้องต่อสู้กับความกลัว และความเป็นห่วงลูกด้วย เธอกลัวดำน้ำมาก!!! และเป็นห่วงว่าถ้าไปเรียนดำน้ำ จะเสียเวลาอยู่กับลูกไป แต่แล้วความฝันก็มาเหนือทุกสิ่ง คุณแม่ปูฝากลูกไว้กับคุณพ่อ ขอไปตามฝันท่องทะเลหน่อยเถอะ เธอต่อสู้ความกลัวตั้งแต่วันแรกที่ไปเรียนดำน้ำ แต่ในที่สุดพลังของแม่ มาเหนือทุกสิ่ง เธอเรียนสำเร็จ ได้ไปดำน้ำจริง และไปสอบผ่านฉลุย หลังจากนี้คุณแม่ปูดำน้ำเป็นแล้ว และเธอจะไปดำน้ำที่ไหนในโลกก็ได้ ท้องทะเลก็กลายเป็นเพื่อนเล็กๆ ของเธอไป ลองอ่านดูนะคะ สนุกมากกกกกกๆ จริงๆ ค่ะ

 

 

อะไรนะ! ว่ายน้ำไม่เป็น กลัวทะเล แล้วจะไปเรียนดำน้ำ?

เหตุการณ์ที่จะเล่าต่อไปนี้มานั่งคิดๆ ดูก็ไม่รู้ว่าลูกบ้าแบบนี้มาจากไหน อาจเพราะว่าพอคนเราใช้ชีวิตถึงจุดๆ หนึ่งก็มีคำถามกับตัวเองว่าเรามาได้แค่นี้เหรอ ชีวิตที่ผ่านมาไม่เคยตั้งโจทย์ยากให้ตัวเองแล้วทำได้เลยซักครั้ง ผู้หญิงที่เพลย์เซฟมาตลอด เราจะพังความกลัวในใจที่เคยคิดมาตลอดว่าเป็นไปไม่ได้ได้มั้ย และนี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้น…

 

ชีวิตของเราตั้งแต่เด็กจนโตเอาเป็นว่าไม่ถูกกับน้ำ ว่ายน้ำไม่เป็นไม่เคยเรียนว่ายน้ำ ลงสระเล่นน้ำได้ แต่จะต้องมั่นใจแล้วว่าสระตรงนั้นลึกไม่เกิน 1.5 เมตร แล้วก็ลงไปยืนๆ เดินๆ ตีขาเหมือน 4 ขวบแล้วก็ขึ้นมาเหล่หนุ่มริมสระ เบ้ปากให้กีฬาแอดเวนเจอร์ กิจกรรมเอาท์ดอร์เสี่ยงฝ้าเหรอบ้าไปแล้ว! ไม่ไปแน่นอน ยิ่งอะไรเกี่ยวกับน้ำบอกเลยว่าไม่มีในสมอง แต่ชิวิตมักมีเรื่องผกผันเสมอ วันหนึ่งได้เจอกับพี่วิว พี่ช่างภาพที่รู้จักกันมานานแต่ห่างหายไม่ได้เจอกันหลายปี กลับมาเจอกันอีกทีเลยได้คุยกันว่าพี่วิวไปสอบเป็นครูสอนดำน้ำมา ฟังแรกๆ ก็บอกว่า “ดีนะ ถ้าปูว่ายน้ำเป็นคงไปเรียนกับพี่วิวแล้ว” แต่พี่วิวมาทิ้งบอมบ์จุดประกายขึ้นมาว่า “ดำน้ำไม่ต้องว่ายน้ำเป็นก็ได้นะ มีคนว่ายไม่เป็นเรียนตั้งเยอะ”

หืมมมมม เป็นไปได้เหรอ ลงไปกลางทะเลเลยนะ ชีวิตนี้ไม่เคยลงน้ำแบบขาแตะพื้นไม่ถึง เคยไปเที่ยวเกาะตาชัย คนอื่นเขาไปดำสน็อคเกิลกันโครมๆ เราไปนั่งเขี่ยทรายอยู่ริมทะเลเหงาๆ คนเดียว อันนี้ต้องลงน้ำเป็นสิบๆ เมตรจะไหวมั้ย เอาความกลับมาปรึกษาเพื่อนๆ น้องๆ ทุกคนตกลงว่า ไป! ไปเรียนกัน เรียนกับพี่วิวผู้ใจดี คงไม่ปล่อยให้เราเป็นอะไรมั้ง

 

และแล้ววันเรียนวันแรกก็มาถึง เราตกลงใจเรียนที่ Pattana Scuba Club ก่อนมาเรียนเล็กน้อย เพิ่งรู้ว่าครูอีกคนที่สอนคือครูเต๊ปสุดหล่อ ถ้าจำกันได้ เขาคือพิธีกรรายการวัยรุ่นสุดฮิตสมัยก่อนอย่าง OIC โอเอ็มจีค่ะ ครูหล่อบอกต่อด้วย เอาล่ะ ดึงสติกลับมา นาทีนั้นบอกตรงๆ อะไรก็ฉุดความเครียดไม่อยู่ นอนไม่หลับ จะลงน้ำได้มั้ย จะหายใจยังไง กลัวๆๆๆๆ

 

นี่ล่ะ ครูเต๊ปสุดฮ้อต! @tepkeerati

ช่วงเช้าเรียนทฤษฎีในห้องเรียน มีตำราเล่มหนาๆ ศัพท์แปลกๆ เรียนท่าคุยกันในน้ำ ในท้องมวนไปหมด ตอนบ่ายนี้ตายแน่ๆ คิดตลอดทุกนาทีว่าพร้อมเท ถ้าไม่โอเคกลับบ้าน แต่ทุกคนก็ประคองจิตใจ เริ่มเรียนรู้วิธีใช้อุปกรณ์ ถังก็หนัก สายอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด ขั้นตอนเช็คความปลอดภัย คิดอยู่ในใจว่าจะรอดเหรอ ใส่รองเท้ายังลืมผูกเชือกเลย เปลี่ยนชุดมาแล้ว ก็เริ่มลงน้ำ ค่อยยังชั่วหน่อยที่ฝึกแรกๆ จะลงไปในสระที่ไม่ค่อยลึกมาก ลงไปนั่งคุกเข่าฝึก skill แต่ละอัน

 

วินาทีแรกที่คาบเรกูเลเตอร์ ค่อยๆ ลงไปแล้วหายใจผ่านทางปาก ความหนาแน่นของน้ำทำให้รู้สึกอึดอัดเหมือนจะหายใจไม่ออก อาการแพนิกเริ่มมา แต่ทุกคนที่ไปเรียนนิ่งมาก เราเองก็ไม่อยากเสียหน้า ไม่อยากให้เธอลำบากใจหากเธอได้พบคนใหม่ ไม่ใช่…นั่นเพลง! พยายามคุมสติ ปรับตัวซักพักเริ่มคุ้นเคยกับอุปกรณ์ แต่ด้วยความตื่นเต้นเลยทำให้บางครั้งเผลอกลั้นหายใจ พอกลั้นหายใจ ปอดจะขยายเหมือนลูกโป่ง ตัวก็ลอยสิ ต่อสู้กับตัวเองด้วยท่าประหลาดๆ ซักพักก็ต้องฝึกตัวเองให้หายใจเข้าออก สงบสติอารมณ์

เรียนสถานการณ์ต่างๆ ไปจนถึงฝึกถอดใส่แว่น และความกลัวก็มาปะทะจริงๆ เพราะหลังจากถอดแว่นแล้วแรงดันน้ำเข้าจมูกแบบเต็มแรง สำลักจนรีบพุ่งพรวดขึ้นมาเหนือน้ำทันที ลืมไปหมดว่าครูพี่เต็ปและครูพี่วิวบอกเอาไว้ว่ามีอะไรให้แก้ไขในน้ำ ห้ามทะลึ่งขึ้นมาเหนือน้ำ เพราะไปทะเลจริง ลงน้ำไปลึกๆ เราไม่สามารถขึ้นมาเหนือน้ำได้ทันที อันตรายถึงชีวิตเลยนะ ถึงจะรู้แต่พอเรียนๆ ไปก็ยังทำท่าขอขึ้น ดีที่ครูพี่วิวใจแข็งมาก เข้ามาจับแขนมองตาจนเราค่อยๆ ใจเย็น ไม่ขึ้นก็ไม่ขึ้น สู้กับตัวเองดูซักตั้ง

พาร์ทที่สอง หนักเข้าไปอีกคือไปฝึกลอยตัวตรงสระที่ลึก 5 เมตร! แค่หันไปมองก็เกือบจะเป็นลม ถามตัวเองซ้ำๆ นี่เรามาทำอะไรที่นี่ โชคดีที่มีบัดดี้คือน้องที่มาเรียนด้วยกันและครูพี่วิวที่อยู่ใกล้ๆ ให้อุ่นใจ เราก็ฝึกไปเรื่อยๆ เขาให้ลอยตัวต่ำๆ ก็ลอยไปถึงผิวน้ำบ้าง ไม่ก็จมหน้าถูพื้นสระ คำถามในใจแว่บขึ้นมาอีกแล้วนี่ไม่ใช่ทางของเราเลย มาทำอะไรที่นี่!! จบวันแรกไปด้วยความงอแง พรุ่งนี้ไม่มาแล้ว มันยาก ปวดหัวไปหมด

พอตื่นเช้ามาอีกวันคิดว่าถ้าเราไม่ไปวันนี้รู้สึกขี้แพ้ยังไงไม่รู้ เราจะมีหน้าไปบอกใครว่าเราทำอะไรสำเร็จบ้าง ไปให้จบๆ แล้วกัน วันที่สองเรียนทฤษฎีแล้วก็ลงสระสเต็ปเดิม แต่มีฝึกกระโดดน้ำเพิ่มด้วยท่า Giant Strike มือนึงจับเข็มขัดน้ำหนัก อีกมือจับแว่น สะพายถังที่หนักมากข้างหลัง แน่นอนว่าเราทำไม่ได้ถูกแน่นอน เรียนจบวันนั้นคิดว่ามาครึ่งทางแล้ว ข้อสอบปึกใหญ่กับสอบปฏิบัติรอเราอยู่อีกสองสีปดาห์ เป็นสองสัปดาห์ที่ไม่มีความสุข ไม่อยากไป ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมาใครจะช่วยเรา ถ้าน้ำทะเลเข้าหน้าเข้าจมูกที่ความลึกสิบกว่าเมตรจะทำยังไง ปรึกษาคนที่เคยสอบแล้ว ทุกคนก็ดูชิลล์ๆ ดูสนุกเพลิดเพลิน ใช่สิ เพราะทุกคนว่ายน้ำเป็นอยู่แล้ว แต่เราไม่เคยลงทะเลซักครั้งในชีวิตเลยนะ เถียงกับตัวเองอยู่หลายวัน

และก็ถึงวันที่ต้องไปสอบที่สัตหีบด้วยจิตใจปวดร้าวและนอยด์หนักมาก

ก็บอกแล้วว่าไม่เคยชอบเดินทางด้วยเรือ ไม่เอาอะไรเกี่ยวกับน้ำ พอลงทะเลครั้งแรกแค่เรือโคลงเคลงก็ใจคอไม่ดี ถึงจุดที่จะลง คนที่ไปสอบทั้งเรือดูเฮฮา มีความสุขที่จะลงทะเล แต่เราไม่เลย เครียดขีดสุด แต่ก็แต่งตัวเตรียมอุปกรณ์ สะพายถังหนักมาก ทรงตัวไม่ได้ คลื่นก็มา สงสารพี่ที่กราบเรือขั้นสุด เพราะเราโวยวายตลอดเวลา

เรา: “พี่คะๆๆๆๆ ถังหนักค่ะ ไม่ไหวแล้วค่ะๆๆๆ”

พี่กราบเรือ “ผมจับให้อยู่ครับ”

ระหว่างนั้นเรือก็โคลงไม่หยุด มือเราก็คว้าจับไปเรื่อยจนป้าบไปโดนเป้ากางเกงพี่เค้าเข้าให้

เรา: “อุ่ย” อยู่ไม่ได้แล้ว โดดเหอะ

ตู้ม!! แค่กๆๆๆๆ น้ำทะเลเค็มมากกกกก เข้าเต็มสองรูจมูก ตอนลงเผลอเอามือที่กดหน้ากากออก สำลักน้ำเข้าไปเต็มที่ จะรอดม้ายยยยย นี่แค่เริ่มนะ จากนั้นไต่เชือกลงไปสอบสกิล คุมสติแล้วทำตามขั้นตอนที่เรียกมา ค่อยๆ ทำ ไม่ต้องรีบ ทำผ่านหมด! อุปสรรคต่อไปคือหอยเม่น เพราะก่อนมาพี่สาวที่รักยิ่งดันเล่าประสบการณ์หอยเม่นตำเท้า เจ็บปวดมาก ความกลัวนี้ฝังหัวทำให้กลัวหอยเม่นหนักมาก ครูพี่วิวพาว่ายไปดูสัตว์ต่างๆ ใต้ทะเล ก็รู้สึกตะลึงกับโลกใต้น้ำมาก แต่จุดที่ลงครั้งแรกน้ำค่อนข้างขุ่นและยังหวาดระแวงหอยเม่นที่มีอยู่ทุกที่ ไร้ความเอนจอยใดๆ ทั้งสิ้น

เรื่องราวที่เหมือนจะจบไม่สวย พร้อมกับจะบอกทุกคนเมื่อกลับไปว่าดำน้ำไม่เห็นจะมีอะไรเลยก็มาเปลี่ยนทันที เมื่อเรามีไดฟ์ไปดำที่บริเวณที่เรียกว่า สันฉลาม ตอนอยู่บนผิวน้ำก้มลงไปดู โอ้โห น้ำใสขั้นสุด แต่ลึกมาก อาการสั่นมาอีกแล้ว และครั้งนี้ลงแบบไร้เชือกไต่ เหมือนค่อยๆ จมลงน้ำ กลัวมาก กลัวความสูงอยู่แล้ว แต่มาถึงขนาดนี้ก็ต้องไปให้สุด แต่ความกลัวทั้งหมดแทบจะหมดไป เพราะแนวปะการังและสัตว์ใต้ทะเลสวยมาก สวยจนลืมความกลัว ปัญญาเกิดว่าทำไมคนถึงรักโลกใต้ท้องทะเล เพราะสงบ สวยอลัง รักธรรมชาติ รักน้ำ รักปลา รักซากุระจริงๆ เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นใน 30 นาทีจริงๆ นะ

เพราะแนวปะการังแถวนั้นเหมือนฉากงานศิลปะ หอยตัวเล็กๆ สีชมพูสีเขียวสะท้อนแสง ปลาสีเหลืองทั้งฝูงบินผ่านหน้า ปะการังสีสด รู้สึกว่าธรรมชาติสร้างสิ่งที่สวยจับใจและถ้าเราไม่มาดำน้ำ เราจะไม่เห็นสิ่งนี้ด้วยตาตัวเอง ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยเห็นมาเลยในชีวิต ดำไปก็เข้าใจสัจธรรมว่าเราเป็นแค่สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ปัญหาที่เราเคยเจอเทียบไม่ได้กับภาพข้างหน้านี้ และไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ ถ้าเราเชื่อว่าทำได้

เราล่องเรือกลับมาพร้อมกับความรู้สึกเป็นคนใหม่ กล้าจะบอกทุกคนว่าเราทำได้ จากที่คิดว่าสอบเสร็จคงจบกัน แต่ตอนนี้เตรียมหาทริปดำน้ำครั้งต่อไปทันที เพราะดำน้ำไม่ใช่แค่ลงไปดูความสวยงามของธรรมชาติข้างนอก แต่การมาเรียนครั้งนี้กลับทำให้เราได้เข้าไปดำดิ่งข้างในใจ ใช้เวลากับตัวเองอย่างสงบจริงๆ

 

Special Thanks: น้องปู ปิยนุช ชัยชาญพิมล

โรงเรียนดำน้ำ Pattana Scuba Club

Facebook.com/momscream

Copyright 2019 www.momscream.com

Share this:
21 March, 2019 momscream 88 views

You May Also Like

BEAUTY & STYLE

แดดแรงหนักมาก! ต้องเติมกันแดดตลอดวันเลย ขอให้ทำเป็นประจำเถอะพวกเรา

KIDS

ใครๆ ก็ให้ลูกเรียนว่ายน้ำเอาไงดี? บอกเลยว่ายังไม่พร้อมจริงๆ

HAPPY & HEALTHY

คุณพ่อลูกสาว 4 คนบอกว่า “นี่ล่ะ ชีวิตจริงของผม ไม่ขอสร้างภาพค้าบบบ”

MOM'S LIFE

10 อินเนอร์เลี้ยงลูกให้เรารู้สึกว่า เราเป็นแม่ที่โอเคแล้ว เรามาถูกทางแล้วล่ะ!