Health & Fitness

ทวงคืนสุขภาพที่ดีของคนเป็นแม่ด้วยคำแนะนำจากคุณหมอด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยฯ



ไม่ดูแลตัวเองไม่ได้แล้ว เพราะแม่จะสวย สุขภาพดี และขอความสดใสกลับมาอีกครั้ง หลังจากตั้งท้อง เลี้ยงดูลูกจนโตขึ้นมายังไม่มีเวลากลับมาใส่ใจตัวเอง ครั้งนี้ Momscream ได้ไปพูดคุยกับ คุณหมอโบว์ – พญ.ชุติมา เกิดศิริ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ ศูนย์พรีเมียมไลฟ์เซ็นเตอร์ โรงพยาบาลพญาไท 2 ที่จะมาเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายของคุณแม่และการดูแลตัวเองที่ทำได้ไม่ยากเกินไปกัน

คุณหมอโบว์ – พญ.ชุติมา เกิดศิริ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ ศูนย์พรีเมียมไลฟ์เซ็นเตอร์ โรงพยาบาลพญาไท 2

Q: สำหรับคนที่เป็นแม่แล้วรู้สึกพักผ่อนไม่พอ ไม่ได้ออกกำลังกายเท่าที่ควร เหนื่อยอยู่ลึกๆ จะมีวิธีจัดการความแข็งแรงข้างใน

คุณหมอโบว์: คุณแม่หลังคลอดจะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านร่างกายและจิตใจครั้งยิ่งใหญ่ อาจจะทำให้มีอาการเหนื่อยล้า ไม่กระปรี้กระเปร่าเหมือนเดิม คุณแม่และคนใกล้ตัวจึงควรเรียนรู้วิธีการดูแลตัวเอง ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาพักฟื้นราว 5-6 สัปดาห์เพื่อให้ร่างกายค่อยๆ กลับคืนสู่สภาพปกติ พร้อมไปกับการปรับตัวเข้าสู่บทบาทความเป็นแม่อย่างเต็มตัว

1. เคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ

คุณแม่อาจจะไม่มีเวลาออกกำลังกายมาก ควรเคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ ด้วยการเดิน  ฝึกดูแลลูกเอง  ทำงานบ้านเพราะการเคลื่อนไหวจะช่วยให้กล้ามเนื้อได้ขยับตัวมากขึ้นและฟื้นตัวได้ดีมากขึ้น และออกกำลังกายเบาๆ ช่วยให้มีสมาธิและผ่อนคลายมากขึ้น

2. การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โปรตีนดี ไขมันดี คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ผักผลไม้มีกากใยมาก หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ คาเฟอีน เครื่องดื่มชูกำลัง รวมถึงอาหารปรุงไม่สุก และอาหารหมักดอง

3.การพักผ่อนร่างกายหลังคลอด

หาเวลาพักผ่อนในช่วงที่ลูกนอนหลับ โดยควรนอนหลับรวมแล้วอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง ถ้ามีคนช่วยเลี้ยงก็ควรสลับผลัดเปลี่ยนเวลาในการดูแลลูกน้อยกันไป 

4.หาเวลาผ่อนคลายตัวเองบ้าง

เช่น ดูหนังฟังเพลง ออกไปพบปะผู้คน ช็อปปิ้ง หางานอดิเรกทำบ้าง

Q: ร่างกายหลังมีลูกแล้ว ผู้หญิงจะเจอการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างและมีวิธีแก้ไขได้ยังไง

คุณหมอโบว์: หลังคลอดลูกคุณแม่หลายคนอาจมีการเปลี่ยนแปลงของทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งหนึ่งในสาเหตุหลักๆ นั้นก็น่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน 

ในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์จะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยเฉพาะจะมีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนสูงขึ้นและมีอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทำให้ผู้หญิงมีความสุข อารมณ์ดี และมีความรักแต่เป็นความรักแบบแม่ ไม่ใช่ความรักแบบชายหญิง โดยเมื่อมีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนนี้อยู่ตลอดเวลาจึงทำให้ผู้หญิงไม่สนใจเรื่องความรักระหว่างสามีภรรยามากนัก จะสังเกตได้จากระหว่างที่ตั้งครรภ์ ผู้หญิงจะมีอารมณ์เพศลดลง

นอกจากนี้ เมื่อคลอดลูกแล้วสมองจะมีการสร้างฮอร์โมนโปรแลกตินออกมาจากต่อมใต้สมองเพื่อกระตุ้นเต้านมให้ขยายและมีน้ำนมสำหรับเลี้ยงลูก ซึ่งฮอร์โมนโปรแลกตินนี้ก็เป็นฮอร์โมนของความเป็นแม่ จะทำให้ผู้หญิงมีความรักลูก รักที่จะดูแลลูก และมีความสุขกับการดูแลลูก แต่กลับทำให้ผู้หญิงมีอารมณ์ทางเพศลดลงหรือหมดอารมณ์ทางเพศ ในขณะเดียวกันเมื่อคุณแม่ให้นมลูก ก็จะไม่มีการตกไข่ ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนก็น้อยลง ส่งผลให้ช่องคลอดแห้ง ผนังช่องคลอดบางลง การผลิตน้ำหล่อลื่นน้อยลง การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้จึงอาจทำให้ผู้หญิงเจ็บมากกว่าปกติ ทำให้ผู้หญิงจึงมักไม่มีความสุขที่จะมีเพศสัมพันธ์ได้

ทั้งนี้ ปัญหาฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงของคุณแม่หลังคลอดนี้ สามีและภรรยาควรมีการพูดคุยกันให้เกิดความเข้าใจเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสัมพันธภาพตามมา หากสามีมีความต้องการทางเพศแต่คุณแม่หลังคลอดมีปัญหาไม่มีความสุขกับการมีเพศสัมพันธ์

อีกภาวะนึงที่พบบ่อย ได้แก่ baby blue คือภาวะซึมเศร้าหลังคลอดบุตร ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยในระหว่างที่ตั้งครรภ์ เป็นผลจากฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจนกับโปรเจสเตอโรนต่ำลงไปหลังคลอดเช่นกัน โดยจะมีอาการทางจิตประสาทหลอนๆ ซึมเศร้า มองโลกในแง่ร้าย หรือในบางรายอาจเป็นหนักถึงขั้นทำร้ายตัวเองหรืออยากฆ่าตัวตาย ซึ่งอาการเหล่านี้คนรอบข้างจะสังเกตได้จากอาการซึม ไม่ร่าเริง สีหน้าเศร้าๆ เหงาๆ ทั้งนี้อันตรายที่เกิดจากภาวะ baby blue ขึ้นอยู่กับว่าในระหว่างเวลาที่เกิดอาการซึมเศร้า คุณแม่ท่านนั้นมีการตอบสนองอย่างไร หากทำร้ายตัวเองหรือทำอะไรอย่างอื่นที่ไม่ดีก็จะทำให้เกิดอันตรายได้

ระยะเวลาของอาการ baby blue ขึ้นกับคุณแม่แต่ละราย บางคนอาจเป็นแค่สัปดาห์เดียว แต่บางคนอาจเป็นถึงหนึ่งเดือน แต่โดยส่วนใหญ่ที่พบมักเป็นไม่เกิน 6 สัปดาห์ โดยอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะเวลาหลังคลอด และหากมีการตกไข่เมื่อไร ก็จะเข้าสู่วงจรปกติ อาการก็จะหายขาด ในช่วงที่คุณแม่หลังคลอดมีอาการ baby blue คนรอบข้างจะต้องคอยดูแลเอาอกเอาใจอย่างใกล้ชิด หาอาหารดีๆ ให้รับประทาน คอยปลุกเร้าอารมณ์ให้คุณแม่สดใส กระฉับกระเฉง พูดแต่ในทางบวก ซึ่งจะช่วยให้อาการต่างๆ ดีขึ้นได้เองโดยไม่ต้องทำการรักษา

อาการ baby blue ส่วนใหญ่ไม่ต้องทำการรักษา อาศัยเพียงแต่กำลังใจและการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดจากคนรอบข้าง ซึ่งจะช่วยให้อาการดีขึ้น แต่ในกรณีที่เป็นมากๆ อาจต้องพบจิตแพทย์เพื่อให้การดูแลเป็นการเฉพาะ เพื่อให้กลับมาเป็นปกติได้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

อีกปัญหาคือในเรื่องรูปลักษณ์ เมื่อผู้หญิงตั้งครรภ์รูปร่างก็จะเปลี่ยนไป โดยฮอร์โมนเอสโตรเจนจะทำให้มีไขมันมาพอกตามร่างกายมากขึ้น โดยเฉพาะที่แก้ม หน้าอก เต้านม หน้าท้อง สะโพก และต้นขา ทำให้ผู้หญิงตั้งครรภ์มีรูปร่างอ้วน ต้นขาใหญ่ หน้าอกขยาย ขณะเดียวกันฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่ออกมาในระหว่างตั้งครรภ์จะทำให้เกิดอาการบวมน้ำ เมื่อร่วมกับผลจากฮอร์โมนเอสโตรเจน เลยยิ่งทำให้มีรูปร่างใหญ่ขึ้น เพราะฉะนั้นหลักการที่จะช่วยให้มีรูปร่างกลับมาสู่สภาพเดิมให้เร็วที่สุดคือ รับประทานอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลน้อยลง ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายมีการกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพื่อช่วยเสริมสร้างการผลิตกล้ามเนื้อมากขึ้น รับประทานอาหารที่มีโปรตีนมากขึ้นเพื่อเสริมสร้างการผลิตกล้ามเนื้อ ที่สำคัญคือออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อนำไขมันส่วนเกินออกจากร่างกาย แต่ทั้งนี้ไม่แนะนำให้รับประทานยาใดๆ เพราะอาจมีผลต่อน้ำนมได้

Q: อาหารที่ผู้หญิงควรกินในแต่ละช่วงอายุ ควรเสริมอาหารแบบไหนบ้าง

คุณหมอโบว์: ผู้หญิงวัยกลางคน 30-49 ปี

ผู้หญิงวัยนี้ ส่วนใหญ่แต่งงานมีครอบครัวและมีลูก และยังต้องรับผิดชอบทำงานนอกบ้านอีกด้วย มีความทุ่มเทกับการทำงานอย่างมุ่งมั่น เพื่อสร้างอนาคต วิตามินถือเป็นสิ่งจำเป็นต่อผู้หญิงวัยนี้ เพื่อนำไปใช้ในการเสริมสร้างให้กระบวนการต่างๆ ของร่างกายเป็นได้อย่างปกติ เช่น สร้างพลังงาน ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เช่น วิตามินบีรวม เช่น บี 1, บี 2, บี 3, บี 9 และ บี 12 

และในผู้หญิงบางคนก็เริ่มมีภาวะขาดฮอร์โมนเพศหญิง หรือช่วงวัยที่ใกล้หมดประจำเดือน จึงควรเสริมด้วย วิตามินหรืออาหารเสริม ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ก่อนวัย บำรุงการทำงานของสมอง เช่น วิตามินซี astraxanthin โอเมก้า 3, แคลเซียม, Q10, อีฟนิ่งพริมโรสออยล์ เป็นต้น

ประโยชน์ : ช่วยลดสภาวะเครียด เพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย ช่วยเรื่องการไหลเวียนโลหิตในร่างกาย และช่วยบำรุงสมอง ช่วยบำรุงระบบประสาท ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิว เพิ่มคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ส่งเสริมสุขภาพหัวใจ

บรรเทาอาการผิดปกติทั้งด้านอารมณ์ ร่างกายในช่วงหมดประจำเดือน

  • ผู้หญิงสูงวัย 50 ปีขึ้นไป

สำหรับผู้หญิงสูงวัย ช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ถือเป็นวัยใกล้เกษียณอายุการทำงาน วัยนี้เป็นวัยที่สุขภาพร่างกายอ่อนแอลง เจ็บไข้ได้ป่วยง่ายขึ้น มักประสบปัญหาความดันโลหิตสูง มีไขมันในเลือด ภาวะน้ำตาลในเลือดไม่คงที่ ภาวะกระดูกพรุน รวมถึงปัญหาขาดฮอร์โมนเพศหญิง จึงควรกินวิตามินเสริม ได้แก่ โอเมก้า3, Fish Oil, แคลเซียม, วิตามินดี,วิตามินเค2 เป็นต้น

ประโยชน์ : ช่วยเสริมสร้างให้กระดูกแข็งแรง ป้องกันและลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน ช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาทและสมอง บรรเทาอาการปวด บวม และอักเสบของข้อต่อต่างๆ ในร่างกาย

Q: แล้วถ้ากินได้ไม่ถึงปริมาณที่ควรจะเกิดอะไรขึ้นบ้างคะ โรคที่เจอบ่อยๆ

คุณหมอโบว์: วิตามินคือสารอาหารที่ร่างกายจำเป็นต้องมีในปริมาณน้อย แต่ไม่สามารถขาดได้ เพื่อให้เซลล์ในร่างกายทำงานได้ปกติ การขาดวิตามินทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติและเกิดโรคต่าง ๆ ได้

ถ้าร่างกายขาดวิตามินมากจนทำให้เกิดการทำงานที่ไม่ปกติ ส่วนใหญ่จะเกิดอาการผิดปกติที่ไม่รุนแรง เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร หงุดหงิด นอนหลับไม่สนิท ปวดกล้ามเนื้อง่าย เป็นตะคริวที่น่องในเวลากลางคืน ผมร่วง โลหิตจาง ภูมิคุ้มกันต่ำลง เป็นต้น แต่คนส่วนใหญ่มักจะไม่ได้สังเกตว่าตนเองขาดวิตามิน และไม่รู้ว่าตนเองขาดวิตามินชนิดใด

Q: วิตามินเสริมสำคัญมั้ยคะ หรือสำคัญในช่วงอายุเท่าไหร่ เราควรรอให้รู้สึกว่าตัวเองขาดก่อนแล้วค่อยกิน หรือกินไว้ได้เลย

คุณหมอโบว์: ตามหลักการของเวชศาสตร์ชะลอวัย (Antiaging medicine) ไม่รอให้เกิดอาการขาดวิตามินจึงจะทานเสริม เพราะร่างกายควรมีวิตามินต่าง ๆ ในระดับที่ดี ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป เล็งผลให้เซลล์ต่าง พราะการขาดวิตามินจึงจะทานเสริม ๆ ทำงานเต็มประสิทธิภาพ (optimal level) การทานแบบตามใจตัวเอง ตามเพื่อนหรือตามกระแส โดยทานหลายอย่างผสมกันและขาดข้อมูลที่ถูกต้อง จึงอาจจะทำให้ไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรและอาจเกิดผลเสียต่อสุขภาพ

ปัจจุบันมีการตรวจเลือดวัดระดับวิตามินและแร่ธาตุในเลือด ทำให้แพทย์ทราบว่าร่างกายขาดวิตามินตัวไหน และร่างกายต้องการในปริมาณเท่าใด  แพทย์สามารถให้คำแนะนำเรื่องอาหารที่ควรทานและวิตามินอาหารเสริมที่ควรทานเพิ่ม

Q: มีวิตามินอะไรบ้างที่น่าสนใจสำหรับคนที่เป็นคุณแม่

คุณหมอโบว์: วิตามินและแร่ธาตุมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการสร้างอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของทารกในครรภ์ หากหญิงตั้งครรภ์ได้รับวิตามินและแร่ธาตุไม่ครบถ้วนหรือไม่เพียงพอ อาจส่งผลเสียต่อทารกในครรภ์ได้โดยตรง โดยอาจทำให้หญิงตั้งครรภ์นั้นคลอดบุตรก่อนกำหนด คลอดผิดปกติ แท้งบุตร น้ำหนักและส่วนสูงของทารกที่คลอดน้อยกว่าปกติ ทารกพิการแต่กำเนิด หรือสติปัญญาต่ำ เป็นต้น

วิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญและจำเป็นต่อผู้หญิงตั้งครรภ์ ได้แก่

วิตามินเอ ช่วยสร้างกระดูกและฟันของทารก ช่วยบำรุงรักษาเซลล์ชนิดบุผิวของอวัยวะต่างๆ ของผู้หญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน 

วิตามินบี 1 ช่วยการทำงานของระบบทางเดินอาหาร ช่วยป้องกันท้องผูก ป้องกันอาการทางระบบประสาท ช่วยในการผลิตน้ำนม

วิตามินบี 2 มีความจำเป็นต่อการหายใจของเซลล์ รักษาสภาพเยื่อบุผิวให้เป็นปกติ ทำให้ทารกเจริญเติบโตได้เป็นปกติ

วิตามินบี 6 ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรค ส่งเสริมการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และกระดูก ช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องและอาการนอนไม่หลับระหว่างตั้งครรภ์ 

วิตามินบี 12 จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการสร้างระบบประสาทของทารกในครรภ์ ช่วยในกระบวนการเมทาบอลิซึมของโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต ช่วยให้เจริญอาหาร 

กรดโฟลิกหรือโฟเลต จำเป็นต่อพัฒนาการสมองของทารก ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์และอวัยวะต่างๆ ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค ป้องกันการเกิดภาวะแท้ง 

วิตามินซี ช่วยสร้างคอลลาเจนซึ่งเป็นองค์ประกอบของกระดูก กระดูกอ่อน ฟัน และผนังเส้นเลือด เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดอาการแพ้ต่างๆ ป้องกันโรคภูมิแพ้ 

วิตามินดี จำเป็นต่อการสร้างกระดูกและฟัน และการเจริญเติบโตของทารก 

แคลเซียม ช่วยสร้างกระดูกและฟันของทารก ช่วยรักษาความหนาแน่นของกระดูกของหญิงตั้งครรภ์ หญิงตั้งครรภ์ที่ขาดแคลเซียมอาจมีอารมณ์แปรปรวน จิตใจว้าวุ่น มีอาการ ปวดเกร็งกล้ามเนื้อ เป็นตะคริวได้ 

เหล็ก จำเป็นในการสร้างเม็ดเลือดแดงทั้งสำหรับหญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ ป้องกันไม่ให้เกิดโรคโลหิตจางระหว่างตั้งครรภ์ 

ไอโอดีน ส่งเสริมการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ หากขาดไอโอดีน ทารกจะตัวเล็ก ภาวะสมองไม่เจริญเติบโตตามปกติ มีสติปัญญาต่ำ 

สังกะสี ช่วยควบคุมการ ทำงานของเซลล์ต่างๆ ช่วยเรื่องระบบการไหลเวียนเลือด ช่วยในการทำงานของเม็ดเลือดขาวในการต่อต้านเชื้อโรค

Q: มีข้อระวังอะไรบ้างในการเสริมวิตามิน

คุณหมอโบว์: หลายคนซื้อวิตามินเสริมมาทานเองหลายชนิด โดยไม่ทราบว่าร่างกายต้องการวิตามินชนิดใดและต้องในปริมาณเท่าใดจึงจะเพียงพอ การทานอาหารเสริมหลายอย่างอาจจะได้รับวิตามินและแร่ธาตุซ้ำกันจนได้รับเกินขนาด เช่น ได้รับธาตุเหล็กมาเกินไปจะเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ ได้รับวิตามินเอมากเกินไปก็เป็นพิษต่อตับ การได้รับแร่ธาตุบางอย่าง

หลายปัญหาที่ทั้งคุณแม่มือใหม่และคุณแม่ที่พบกับความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายหลังมีลูก การใช้ชีวิตกับวัยที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ได้หลายคนได้เข้าไปปรึกษาคุณหมอและเข้ารับบริการทางการแพทย์ นี่เลยเป็นแรงบันดาลใจที่เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล คิดค้นและพัฒนา “LAVITA” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยที่ผ่านการอบรมทั้งในประเทศและนานาชาติมาทำงานร่วมกันด้วยคุณค่าสารสกัดจากธรรมชาติทั้ง 13 สูตรซึ่ง Momscream อยากมาบอกต่อให้กับแม่ๆ ได้ลองเสริมการรับประทานเติมเต็มสิ่งที่ตัวเองต้องการกัน

กับไฮไลท์ 5 อาหารเสริมที่เหมาะกับคุณแม่หลากหลายสไตล์

“คุณแม่สายรักผิวจากภายในสู่ภายนอก”

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร S.K.VITT (เอส.เค.วิท) ราคา 840 บาท

มีส่วนผสมอย่าง แอล-ซีสเตอีน (L-Cysteine), กรดอัลฟาไลโปอิก (Alpha Lipoic Acid), สารสกัดจากผลทับทิม (Pomegranate Extract), สารสกัดเมล็ดองุ่น (Grape-Seed Extract), สารสกัดจากเปลือกสน, วิตามินซี 

“คุณแม่ที่อยากนอนหลับดีอย่างมีคุณภาพ”

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร NITESENSE (ไนท์เซนต์) ราคา 895 บาท 

มีส่วนผสมจากฟาร์ม่ากาบา (Pharma GABA), แมกนิเซียม (Magnesium), แอล-ธีอะนีน (L-Theanin), โคลีน ไบทาร์เทรท (Choline Bitartrate) 

“คุณแม่ที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อมเมื่ออายุมากขึ้น”

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร J.B.KARE ราคา 1,050 บาท

มีส่วนผสมจากคอลลาเจน ไทป์ 2 (Collagen Type 2), แคลเซียมแอลทรีโอเนต (Calcium L-Threonate), สารสกัดจากขมิ้น (Turmeric Extract), วิตามินดี, วิตามินเค

“คุณแม่ที่ต้องการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย”

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA-CORDY (เบต้า-คอร์ดี้) ราคา 1,130 บาท

มีส่วนผสมของสารสกัดจากเห็ดหลินจือ, เบต้ากลูแคน, วิตามินซี, สารสกัดจากโสม, สารสกัดจากถั่งเช่า

“คุณแม่ที่ชอบออกกำลังให้ฟิตแอนด์เฟิร์ม”

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร M-POW (เอ็ม-พาว) ราคา 800 บาท

มีส่วนผสมจากครีเอทีน (Creatine), แอล-ไอโซลิวซีน (L-Isoleucine), แอล-ลิวซีน (L-Leucine), แอล-วาลีน (L-Valine), แอล-อาร์จินีน (L-Arginine) 

คุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3SZzvdx หรือ Call Center 1772 

พบกับ LAVITA ได้ที่โรงพยาบาลพญาไทและโรงพยาบาลเปาโลทุกสาขา หรือคลิกไปที่ WEBIZ https://webiz-store.lnwshop.com/?lnwid=2368876

Tags: , ,
11 November, 2022
Health & Fitness